คาตาริน่า มาคาริโอ ยิงฟรีคิกที่แฉลบเข้าประตูให้ เชลซี ขึ้นนำ ก่อนที่ แอ็กกี้ บีเวอร์-โจนส์ จะทำประตูเพิ่มให้กับทีมเจ้าบ้าน ประตูในครึ่งหลังจาก ยูกะ โมมิกิ ทำให้ เลสเตอร์ ยังคงได้ลุ้น แต่สุดท้าย 3 แต้มยังเป็นของเชลซี เมื่อ เอริน คัทเบิร์ต ยิงประตูที่ 3 ให้เจ้าถิ่น ในช่วงก่อนหมดเวลาไม่นาน
อม็องดีน มิเกล มีการปรับทัพ 4 ตำแหน่งใน 11 ตัวจริงจากเกมสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยคอร์ทนี่ย์ เนวิน, ฮันน่าห์ เคน, แชนน่อน โอไบรอัน และยูกะ โมมิกิ ได้สลับลงเล่นเป็นตัวจริงที่ “คิงส์เมโดว์”
เลสเตอร์ ซิตี้ ยังคงรั้งอันดับ 10 ในศึกวีเมนส์ ซูเปอร์ ลีก มี 12 คะแนน โดยยังเหลือเกมอีก 6 นัดในฤดูกาลนี้ โดยทัพ “จิ้งจอกสาว” มีแต้มมากกว่า คริสตัล พาเลซ 6 คะแนน โดยเกมถัดไปคือการเปิดบ้านพบกับ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน ในวันอาทิตย์ที่ 23 มีนาคมนี้
บททดสอบที่ยากลำบากกับการดวลกับทีมจ่าฝูงของลีก
หลังจากเคยเสมอกันมาก่อน ทำให้ทีม “จิ้งจอกสาว” มีความหวังในเกมบุกมาเยือนในเกมนี้ แต่เริ่มเกมได้ 8 นาที เชลซีก็ได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจากลูกฟรีคิกของ คาตาริน่า มาคาริโอที่ยิงแฉลบกำแพงเลสเตอร์เข้าไป
ครึ่งหลังนาทีที่ 51 เจ้าถิ่นมาหนีไปเป็น 2-0 จากการต่อบอลที่ยอดเยี่ยม และเป็นแอ็กกี้ บีเวอร์-โจนส์ที่ได้หลุดเข้าไปซัดในกรอบเขตโทษ แต่เลสเตอร์ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ และมายิงไล่เป็น 1-2 ในนาทีที่ 55 จากลูกยิงอันเหนือชั้นของยูกะ โมมิกิ
โดยจังหวะนี้เลสเตอร์เพรสซิ่งสูงจนแย่งบอลคืนมาได้ ก่อนที่อัสมิตา อาลีจะจ่ายบอลทะลุช่องให้โมมิกิ หลุดเดี่ยวก่อนชิพบอลข้ามตัวฮันนาห์ แฮมป์ตัน ประตูเจ้าถิ่นเข้าไป ท่ามกลางเสียงเฮจากแฟนบอลจิ้งจอกสยามที่ตามไปเชียร์
อย่างไรก็ตามนาทีที่ 86 เชลซีก็มาได้ประตูที่ 3 จากลูกยิงไกลของอีริน คัทเบิร์ต ให้เจ้าถิ่นเอาชนะไป 3-1 แม้ผลการแข่งขันจะไม่เป็นใจ แต่เลสเตอร์สามารถภาคภูมิใจกับผลงานของพวกเธอในเกมกับทีมระดับท็อปของลีก
รูบี้ เมซ ถูกเปลี่ยนตัวออกจากอาการบาดเจ็บ
ดวลกับ ทีมจ่าฝูง ที่ คิงส์มีโดว์
เมซ เป็นนักเตะคนสำคัญของเลสเตอร์ นับตั้งแต่กลับมาร่วมทีมอีกครั้งเมื่อต้นฤดูกาล และได้รับความสนใจจาก ซาริน่า วีกมัน ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ
ก่อนหมดครึ่งแรก 5 นาที เธอได้รับบาดเจ็บจากจังหวะปะทะในกรอบเขตโทษของตัวเอง และล้มลงในท่าที่ไม่ดี ทำให้ทีมแพทย์ต้องเข้ามาดูอาการ ก่อนที่เธอจะถูกเปลี่ยนตัวออกด้วยการถูกหามออกไป
ถือเป็นช่วงเวลาที่โชคร้ายของดาวรุ่งรายนี้ แต่เธอจะได้รับการสนับสนุนจากสโมสรตลอดช่วงพักฟื้นที่อาจตามมา
โมมิกิ ทำประตูคืนให้ เลสเตอร์
โมมิกิ ทำประตูคืนให้เลสเตอร์
ตามหลังสองประตูหลังจากผ่านไป 51 นาที แต่เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมหญิง ใช้เวลาไม่นานในการตีตื้นและกลับเข้าสู่เกมอีกครั้ง
ด้วยการไล่เพรสซิ่งสูงขึ้นในสนาม ซิตี้ แย่งบอลกลับมาได้ก่อนที่ อัสมิตา อาลี จะจ่ายบอลทะลุช่องอย่างยอดเยี่ยมให้กับ โมมิกิ ซึ่งเหลือเพียงผู้รักษาประตูให้เอาชนะ ดาวเตะทีมชาติญี่ปุ่นเลือกใช้การชิพบอลข้ามตัว ฮันนาห์ แฮมป์ตัน ส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่ายต่อหน้าแฟนบอลเลสเตอร์ที่ตามมาเชียร์
แม้ว่าจะไม่เพียงพอสำหรับการคัมแบ็ก แต่ก็เป็นฟอร์มการเล่นที่เปี่ยมด้วยสปิริตจากลูกทีมของ มิเกล ในการบุกเยือนรังของแชมป์ลีก