อม็องดีน มิเกล เฮดโค้ชของทีม “จิ้งจอกสาว” ไม่มีการปรับทัพตัวจริงจากเกมล่าสุดที่เอาชนะแอสตัน วิลล่า มาได้ 3-0 แต่ได้ ดีแอนน์ โรส หายเจ็บกลับมามีชื่อเป็นตัวสำรอง
ประตูจากเมลวีน มาลาร์ด และ เลอาห์ กัลตัน ในครึ่งแรกสร้างความแตกต่างในเกมนี้ โดยเลสเตอร์ไม่สามารถพลิกสถานการณ์กลับมาได้ ทำให้ยังคงรั้งอันดับ 10 ของตาราง มี 12 คะแนน
เมลวีน มาลาร์ด ทำผลงานได้โดดเด่นพาแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดคว้าชัยชนะ
เมลวิน มาลาร์ด เบิกประตูแรกที่ เลจ์ห สปอร์ต วิลเลจ
แม้จะต้องเจอกับทีมที่กำลังฟอร์มร้อนแรง แต่เลสเตอร์ก็พยายามสู้ และเล่นเกมรับได้อย่างเหนียวแน่น อย่างไรก็ตามความเร็วของเมลวีน มาลาร์ด ทำให้เธอวิ่งหลุดทะลุแนวรับของเลสเตอร์จากบริเวณครึ่งสนาม เข้าไปซัดประตูแรกในกรอบเขตโทษ ในนาทีที่ 19 และก่อนหมดครึ่งแรก มาลาร์ดก็จ่ายบอลอย่างชาญฉลาดให้กัลตัน หลุดเข้าไปยิงให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกนำไป 2-0 ในช่วง 45 นาทีแรก
โมมิกิ ลงมาสร้างความแตกต่าง
ครึ่งหลัง จิ้งจอกสาว โชว์ฟอร์มได้ดีขึ้น
แม้จะยังฟิตไม่เต็มร้อยหลังกลับมาจากศึก ชี บีลีฟส์ คัพ กับทีมชาติญี่ปุ่น แต่ ยูกะ โมมิกิ ก็ถูกส่งลงสนามในช่วงครึ่งหลัง และมีอิทธิพลอย่างมากในเกมรุกของเลสเตอร์
ความเร็ว และการตัดสินใจที่ชาญฉลาดของเธอช่วยเชื่อมเกมจากกลางสนามขึ้นไปข้างหน้า และเป็นศูนย์กลางของโอกาสที่ดีที่สุดของทีม แม้เลสเตอร์จะไม่สามารถทวง 2 ประตูคืนได้ แต่ฟอร์มในครึ่งหลังทำให้ อม็องดีน มิเกล กุนซือของทีมพอใจกับการเล่นของทีม
ยังนำห่างโซนตกชั้น 6 คะแนน
เลสเตอร์ ยังคงรั้งอันดับสิบในตารางคะแนน WSL
แม้จะไม่ใช่ผลการแข่งขันที่ต้องการ แต่เลสเตอร์ ซิตี้ยังคงอยู่ห่างจากคริสตัล พาเลซ ทีมอันดับสุดท้าย 6 คะแนน และขยับเข้าใกล้การอยู่รอดในลีกสูงสุดมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ทีม “จิ้งจอกสาว” ยังมีเกมสำคัญรออยู่ และยังต้องพยายามเก็บแต้มเพื่อลุ้นอยู่รอดในลีกต่อไป โดยคืนวันพุธนี้ มีเกมลีกที่ต้องออกไปเยือนเชลซี ก่อนที่จะเปิดบ้านรับการมาเยือน ไบรท์ตันฯ และท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์