อดีตผู้เล่นน่าจดจำ: จอห์น สโจเบิร์ก
อดีตแนวรับคนสำคัญของทีม เลสเตอร์ ซิตี้ ในช่วงทศวรรษ 60 ถึง 70 จอห์น โจเบิร์ก เขาเป็นเสมือนนักรบของทีมจิ้งจอกสยาม ลงเล่นทั้งสิ้น 413 เกม ทำให้เป็นผู้เล่นที่ลงเล่นให้กับสโมสรมากที่สุดเป็นอันดับที่ 9
John Sjoberg
John Sjoberg
by John Hutchinson
Published
19 May 2024
อดีตผู้เล่นน่าจดจำ: จอห์น สโจเบิร์ก
อดีตแนวรับคนสำคัญของทีม เลสเตอร์ ซิตี้ ในช่วงทศวรรษ 60 ถึง 70 จอห์น โจเบิร์ก เขาเป็นเสมือนนักรบของทีมจิ้งจอกสยาม ลงเล่นทั้งสิ้น 413 เกม ทำให้เป็นผู้เล่นที่ลงเล่นให้กับสโมสรมากที่สุดเป็นอันดับที่ 9
John Hutchinson
อดีตผู้เล่นน่าจดจำ: จอห์น สโจเบิร์ก
อดีตแนวรับคนสำคัญของทีม เลสเตอร์ ซิตี้ ในช่วงทศวรรษ 60 ถึง 70 จอห์น โจเบิร์ก เขาเป็นเสมือนนักรบของทีมจิ้งจอกสยาม ลงเล่นทั้งสิ้น 413 เกม ทำให้เป็นผู้เล่นที่ลงเล่นให้กับสโมสรมากที่สุดเป็นอันดับที่ 9
John Hutchinson
อดีตผู้เล่นน่าจดจำ: จอห์น สโจเบิร์ก
อดีตแนวรับคนสำคัญของทีม เลสเตอร์ ซิตี้ ในช่วงทศวรรษ 60 ถึง 70 จอห์น โจเบิร์ก เขาเป็นเสมือนนักรบของทีมจิ้งจอกสยาม ลงเล่นทั้งสิ้น 413 เกม ทำให้เป็นผู้เล่นที่ลงเล่นให้กับสโมสรมากที่สุดเป็นอันดับที่ 9
John Hutchinson
อดีตผู้เล่นน่าจดจำ: จอห์น สโจเบิร์ก
อดีตแนวรับคนสำคัญของทีม เลสเตอร์ ซิตี้ ในช่วงทศวรรษ 60 ถึง 70 จอห์น โจเบิร์ก เขาเป็นเสมือนนักรบของทีมจิ้งจอกสยาม ลงเล่นทั้งสิ้น 413 เกม ทำให้เป็นผู้เล่นที่ลงเล่นให้กับสโมสรมากที่สุดเป็นอันดับที่ 9
John Hutchinson
จอห์น เสียชีวิตในปี 2008 แต่ในการสัมภาษณ์ที่ยังไม่เคยเปิดเผยมาก่อน ซินเธีย ภรรยาของจอห์น ได้เล่าถึงอาชีพของสามีของเธอให้นักประวัติศาสตร์ของสโมสร จอห์น ฮัตชินสัน ฟัง
“จอห์นเกิดที่อเบอร์ดีน” ซินเธียเริ่มเล่า “เขาเล่นฟุตบอลเยาวชนให้กับ แบงก์ส โอดี ซึ่งเป็นสโมสรระดับท็อปในเวลานั้น และผู้เล่นหลายคนจากที่นั่นได้ไปเล่นระดับอาชีพ จอห์น มีโอกาสได้ไปที่ กลาสโกว์ เรนเจอร์ส แต่เขาถูกไล่ออก เพราะเรื่องเกี่ยวกับศาสนา”
“เขายังมีโอกาสได้ไปที่ แอสตัน วิลล่า ด้วยแต่ในปี 1958 เขาเลือกย้ายไปเลสเตอร์เมื่ออายุ 17 ปี พ่อแม่ของเขาใจถึงมากที่ยอมให้เขาย้ายมา”
เมื่อ จอห์น มาถึงเลสเตอร์ ทีมกำลังจะเริ่มต้นฤดูกาลในลีกสูงสุด ผู้จัดการทีมที่เซ็นสัญญาเขาเข้ามาคือ เดวิด ฮัลลิเดย์ ซึ่งเคยเป็นโค้ชของ อเบอร์ดีน จนกระทั่งย้ายมาเลสเตอร์เมื่อปี 1955 ก่อนพาเลสเตอร์ขึ้นมาเล่นในลีกสูงสุดได้ในปี 1957
สามเดือนหลังการเซ็นสัญญา ริชชี่ นอร์แมน กองหลังดาวรุ่งอีกคนได้ย้ายมาเล่นร่วมกับจอห์น ทั้งสองคนนี้ลงเล่นรวมกันเกือบ 800 เกมให้กับเลสเตอร์ในช่วงหลายปีต่อจากนี้
“เมื่อเขามาที่เลสเตอร์ เขาอยู่อย่างลำพัง” ซินเธียกล่าวต่อ “ตอนนั้นเขากำลังเรียนวิชาบัญชี เขาทำงานเต็มเวลา ดังนั้นเขาจึงต้องฝึกซ้อมในช่วงเย็น เช่นเดียวกับ แฟรงค์ แมคลินทอค (จิตรกรและมัณฑนากร) และ เอียน ไวท์ ซึ่งทั้งคู่ทำงานเต็มเวลา ในสมัยนั้นผู้เล่นต้องวางแผนเผื่อไว้สำหรับอนาคตเสมอ”
“มันยากมากสำหรับผู้เล่นในตอนนั้น พวกเขาไม่มีคนดูแล พวกเขาต้องเจรจาสัญญาของตัวเองเอง สโมสรมีอำนาจมากกว่าคุณ ถ้าคุณอยากจะย้ายทีมแต่สโมสรไม่ให้คุณก็จะไม่ได้ย้าย”
“จอห์นทำงานให้กับบริษัทบัญชีชื่อ จอห์น โรว์ลีย์ แอนด์ โค นั่นคือที่ที่ฉันได้พบกับเขา เพราะฉันก็ทำงานที่นั่นเหมือนกัน”
“จอห์นลงเดบิวต์ (ในเดือนตุลาคม 1960) ในตำแหน่งแบ็กขวา เขาเป็นชาวสก็อตคนแรกที่เปิดตัวกับสโมสรอังกฤษในเวลส์ เลสเตอร์ อีฟนิง เมลล์ และ เลสเตอร์ เมอร์คิวรี่ ได้ถ่ายรูปเขาขณะกำลังอ่านหนังสือบัญชี”
“เขาย้ายมาเลสเตอร์และเล่นในตำแหน่งวิงฮาล์ฟ แต่เขาโหม่งได้ดีมาก เขาจึงเล่นกองหลังในทีมสำรอง เขาเข้าสู่ทีมชุดใหญ่ในตำแหน่งแบ็กขวา นี่ไม่ใช่ตำแหน่งธรรมชาติของเขา แต่เขาต้องเล่นจบกระทั่งสโมสรเซ็นสัญญากับ ปีเตอร์ โรดริเกซ (ในเดือนธันวาคม 1965) หลังจากนั้นเขาจึงย้ายกลับมาเล่นเซนเตอร์ฮาล์ฟ”
จอห์น ไม่ได้อยู่ในทีมชุดที่ลงเล่นเอฟเอ คัพ รอบชิงชนะเลิศปี 1961 แต่เขาอยู่ในทีมที่ไปเวมบลีย์
“จอห์นภูมิใจมากเพราะเขาได้รับเสื้อเบลเซอร์ของสโมสร” ซินเธียจำได้ “ทีมพักที่โรงแรมดอร์เชสเตอร์ในพาร์ค เลน เหล่าภรรยาและแฟนสาวของนักเตะก็ไปด้วย ฉันแชร์ห้องกับแฟนสาวของ แจ็ค ลอร์นี่”
จอห์นยึดตำแหน่งในทีมชุดใหญ่ได้ในเดือนธันวาคมปี 1962 เมื่อเขาได้รับตำแหน่งแบ็กขวาต่อจาก เลน ชาลเมอร์ส ในฤดูกาลนั้น เลสเตอร์ เป็นตัวเต็งของทั้งรายการลีกและเอฟเอ คัพ
เหลือเพียง 5 เกมก่อนจบฤดูกาล พวกเขาเป็นจ่าฝูงของดิวิชั่นหนึ่งเก่า และยังเป็นผู้เข้าชิงเอฟเอ คัพกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างไรก็ตาม พวกเขาแพ้ในนัดชิง และเก็บได้เพียงหนึ่งแต้มจากห้าเกม และจบอันดับที่สี่ในลีก
นึกว่ากลับไป ซินเธียกล่าวว่า “เมื่อทีมออกไปเล่น พวกเขาเชื่อเสมอว่าจะเป็นผู้ชนะไม่ว่าคู่ต่อสู้จะเป็นใคร ในรอบรองชนะเลิศกับลิเวอร์พูล กองหลังของพวกเขาป้องกันได้ประมาณ 80 นาทีก่อนที่ไมค์ สตริงเฟลโลว์ จะทำประตูได้ กอร์ดอน แบงค์ส ทำได้ดีมากในวันนั้น ในสมัยนั้นโอกาสเดียวที่คุณจะได้เล่นในเวมบลีย์คือการเล่นในรอบชิง
“ฉันจำได้ว่าผู้เล่นรู้สึกขมขื่นและผิดหวังที่แพ้ในรอบชิง เพราะพวกเขาตั้งความหวังไว้สูง ฤดูกาลนั้นจึงน่าผิดหวัง”
ในสองฤดูกาลถัดมา จอห์น ลงเล่นในตำแหน่งแบ็กขวาในเกมที่ทีมเอาชนะสโต๊ค ซิตี้ ในรอบชิงชนะเลิศลีกคัพในปี 1964 และเข้าถึงรอบชิงอีกครั้งในปี 1965 ก่อนจะแพ้ให้เชลซีอย่างหวุดหวิด
ผู้จัดการทีมและผู้ช่วยผู้จัดการทีมของ เลสเตอร์ ซิตี้ ตลอดช่วงทศวรรษ 1960 คือแมตต์ กิลลีส์ และ เบิร์ต จอห์นสัน
เมื่อถามเกี่ยวกับสองคนนี้ ซินเธียกล่าวว่า “พวกเขาควบคุมทุกอย่างได้หมด ผู้เล่นทุกคนต้องมีระเบียบ ก่อนเกมการแข่งขันพวกผู้เล่นได้กินสเต็กและพุดดิ้งข้าว ซึ่งเป็นสิ่งที่แย่ที่สุดก็ว่าได้ ทุกอย่างมันแตกต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง”
ในฤดูกาล 1964/65 จอห์นย้ายจากตำแหน่งฟูลแบ็กไปเป็นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ โดยเล่นคู่กับเกรแฮม ครอสตลอดช่วงเจ็ดฤดูกาลหลังจากนี้
“จอห์นกับเกรแฮมเป็นเพื่อนที่ดีจริง” ซินเธียเล่า “พวกเขาเข้ากันได้ดีมากในสนาม พวกเขารู้ใจกันและกัน จอห์นไร้ซึ่งความกลัว เขาไม่เคยถอย เขาเล่นลูกกลางอากาศและแท็กเกิลได้ยอดเยี่ยม”
“นั่นเป็นสาเหตุที่เขาได้รับบาดเจ็บ เขาจมูกหักและโหนกแก้มก็หัก นอกจากนี้เขายังกรามหักในเกมที่เจอกับ กลาสโกว์ เรนเจอร์ส จอห์นยังมีส่วนทำให้ร็อดนีย์ มาร์ช หูหนวกอีกด้วย”
ในฤดูกาลหลังจากการจากไปของเดเร็ก ดูแกน กองหน้าทีมชาติไอร์แลนด์เหนือ จอห์นได้แสดงให้เห็นถึงความเก่งกาจของเขาด้วยการเล่นในตำแหน่งกองหน้าในช่วงเวลาสั้นๆ เขายิงประตูให้กับเลสเตอร์ได้” ซินเธียกล่าวว่า “ส่วนใหญ่เขายิงประตูได้จากลูกตั้งเตะ”
ฤดูกาลต่อมา (1968/69) เป็นฤดูกาลที่น่าผิดหวังของจอห์น เขาได้รับอาการบาดเจ็บเรื่อยๆ และทีมก็ฟอร์มตกลง กิลลี่ส์ และ จอห์นสัน จากไปในเดือนฟฤศจิกายนปี 1968 โดยมี แฟรงค์ โอ ฟาร์เรล เข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการทีมแทน
แม่ว่าจะต้องดิ้นรนอยู่ที่โซนล่างของตารางคะแนน แต่เลสเตอร์ภายใต้ผู้จัดการทีมคนใหม่ ก็ต่อสู้มาจนถึงรอบชิงเอฟเอคัพได้และต้องปะทะกับแชมป์เก่าอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้
จอห์นเป็นแนวรับคนสำคัญของทีมที่ทำให้ทีมได้เข้าชิง แต่เขาประสบอาการบาดเจ็บและลงเล่นในนัดชิงไม่ได้ ซึ่งทำให้เขาพลาดช่วงที่เหลือของฤดูกาล และทีมก็ชั้น
“จอห์น เสียใจมากที่พลาดการลงเล่นในนัดชิง” ซินเธียจำได้ “มันโชคไม่ดีนักเพราะแฟรงค์ โอฟาร์เรล ให้พวกเขาลงซ้อมสองวันก่อนหน้า จอร์จ เพรสตัน นักกายภาพกล่าวว่าถ้าจอห์นไม่ได้ลงในเกมนั้น เขาคงได้เล่นในรอบชิงไปแล้ว เขาผิดหวังมาก”
“มันอาจจะไม่ถูกต้องถ้าจะพูดแบบนั้น แต่ถ้าจอห์นลงเล่นฉันว่าแมนซิตี้ ไม่มีทางยิงประตูชัยได้แน่”
เลสเตอร์มีเกมอีกห้าเกมหลังจบนัดชิงที่ต้องเล่นเพื่อหนีการตกชั้น แต่การพ่ายแพ้ 3-2 ที่โอลด์แทรฟฟอร์ดในนัดสุดของฤดูกาลส่งผลให้ทีมตกชั้นในที่สุด
ฤดูกาลถัดมา จิ้งจอกสยามพลาดการเลื่อนชั้น หลังจบเพียงอันดับที่สามในปี 1970 ก่อนจะคว้าแชมป์ดิวิชั่นสองได้ในปี 1971
“เมื่อคุณตกชั้นคุณต้องปรับตัว คุณเคยชินกับการเล่นกับผู้เล่นอย่าง เจฟฟ์ แอสเติล และเดนิส ลอว์” ซินเธียกล่าว “อัลลัน คลาร์ก ย้ายออกไปแต่หลายคนยังอยู่ จอห์นมีโอกาสที่จะย้ายทีมแต่เขาเลือกจะอยู่ต่อเพราะเหตุผลด้านครอบครัว”
ไม่นานหลังจากคว้าแชมป์ดิวิชั่นสอง จอห์นมีแมตช์เทสติโมเนียลเจอกับดาร์บี้ เคาน์ตี้
“มันเป็นคืนที่วิเศษ” ซินเธียเล่า “พวกเขามอบถ้วยรางวัลดิวิชั่นสองในคืนนั้น ที่นั่นมีคน 22,000 คน ฉันคิดว่าเขาได้เงิน 9000 ปอนด์ คุณสามารถซื้อบ้านเดี่ยวสี่ห้องนอนได้จากเงินจำนวนนั้น มันเป็นเงินรางวัลที่เยอะมาก”
“นอกจากนี้ แฟนบอลของทีมโทรมาหาฉันและถามว่าพวกเขาจะซื้ออะไรให้จอห์นได้บ้าง และฉันก็ตอบไปว่า “โอ้ ของชอบกล้องนะ แล้วพวกเขาก็ซื้อให้เขาหนึ่งอัน”
จากการที่ จิมมี่ บลูมฟิลด์ เป็นผู้จัดการทีม จอห์นยังคงมีบทบาทสำคัยในทีม และทีมก็ทำงานผลงานได้ใช้ได้ในลีกสูงสุด
ฤดูกาลถัดมา 13 ปีหลังจากเปิดตัวกับทีมชุดใหญ่ จอห์นลงเล่นเกมที่ 413 และเป็นเกมสุดท้ายของเขากับเลสเตอร์ ในเอฟเอคัพรอบสาม อาการเจ็บที่เข่าสร้างปัญหาให้กับเขา แต่ซินเธียกล่าวว่า “จอห์นมีเกมที่ยอดเยี่ยม จิมมี่ บลูมฟิลด์ต้องการให้เขาเล่นในรอบรีเพลย์ในอาทิตยืหน้า แต่ไม่มีทางที่เขาจะเล่นโดยใช้เข่าได้”
“เมื่อจบฤดูกาลจอห์นเซ็นสัญญา กับร็อตเธอร์แฮมในดิวิชั่นสี่ แต่เข่าของเขาก็ไม่ไหวแล้ว ฉันคิดว่าเขาเล่นไปแค่เจ็ดเกม พวกเขาพยายามให่เขาลงสนามแต่เขาบาดจ็บหนักเกินไป”
“สองหรือสามปีก่อนแขวนสตั้ด จอห์นและน้องชายของฉัน ได้เริ่มธุรกิจการพิมพ์ชื่อ สำนักพิมพ์โบมาเนอร์ มันเป็นธุรกิจที่ดีมาก มันทำเงินให้เรามากกว่าการเล่นฟุตบอล ก่อนที่เราจะขายธุรกิจนี้เมื่อจอห์นแขวนสตั้ด”
จอห์นคือตำนานของ เลสเตอร์ ซิตี้ อย่างแท้จริง และเสียชีวิตด้วยอาการป่วยในปี 2008 ด้วยวัย 67 ปี

ข่าวล่าสุด

รูปล่าสุด

วิดีโอล่าสุด

สนามคิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม

ฟิลเบิร์ต เวย์

เลสเตอร์

LE2 7FL

สโมสร

สโมสร

เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมหญิง

เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมหญิง

แอป

King Power Stadium,

Filbert Way,

Leicester

LE2 7FL

Club >

Men >

Women >

Community>

App >