เอียน มาร์แชล อดีตนักเตะเลสเตอร์ ซิตี้ ที่เคยเล่นให้กับทั้งเอฟเวอร์ตัน, โอลด์แฮม แอธเลติก และอิปสวิช ทาวน์ ก่อนย้ายมาร่วมทัพจิ้งจอกสยาม เขาลงเล่นให้เลสเตอร์ 99 นัด ยิงได้ 26 ประตู ระหว่างปี 1996-2000 วันนี้มาร์แชล ได้เล่าย้อนความหลังถึงเส้นทางอาชีพของตัวเอง
เอียนเริ่มต้นด้วยการเล่าถึงจุดเริ่มต้นที่เอฟเวอร์ตันตอนเป็นเด็ก
“สมัยก่อนผมไปฝึกซ้อมกับลิเวอร์พูลวันอังคาร แล้วไปเอฟเวอร์ตันวันพฤหัสบดี” เขาเล่า “ผมมีทางเลือก ต่างจากระบบอะคาเดมี่สมัยนี้มาก ตอนอายุ 14-15 ปีต้องตัดสินใจว่าจะเซ็นฟอร์มเยาวชนกับทีมไหน"
“ผมเป็นแฟนลิเวอร์พูล แต่ตอนนั้นลิเวอร์พูลคือทีมที่ดีที่สุดในยุโรป กวาดทุกอย่าง ผมอยากเป็นนักฟุตบอลอาชีพ แต่รู้ว่าการขึ้นชุดใหญ่ที่ลิเวอร์พูล มันยากกว่าเอฟเวอร์ตันมาก เลยเลือกเอฟเวอร์ตัน"
“เป็นการตัดสินใจครั้งใหญ่ เพราะตอนนั้นคือยุคทองของเอฟเวอร์ตัน โฮเวิร์ด เคนดัลล์ เป็นผู้จัดการ เขาคือกุนซือที่ดีที่สุดที่ผมเคยเจอ เขาสอนผมเยอะมาก รวมถึงสตาฟฟ์โค้ชด้วย เอฟเวอร์ตันได้แชมป์ลีก 2 ครั้ง, เอฟเอ คัพ และคัพ วินเนอร์ส คัพ ตอนที่ผมอยู่ที่นั่น"
“ผมโชคดีมากที่ได้เล่นร่วมกับนักเตะชั้นยอด ได้เล่นกับแกรี่ ลินิเกอร์ 1 ฤดูกาลตอนอายุ 18 ปี ลินิเกอร์เป็นกองหน้าตัวจบสกอร์ที่ยอดเยี่ยม ผมเคยเป็นรูมเมทกับเขาในเกมแรกที่เขาลงเล่นให้เอฟเวอร์ตัน นัดที่เจอเลสเตอร์ นี่แหละ เขาเพิ่งย้ายจากเลสเตอร์มาหมาดๆ ผลคือเลสเตอร์ชนะ 3-1 วันนั้นแปลกๆ ดี"
“ตอนอยู่กับเอฟเวอร์ตัน เป็นช่วงเวลาที่ดีมาก ผมเรียนรู้เยอะจากเกร็ม ชาร์ป และแอนดี้ เกรย์ สองคนนั้นสอนผมที่เป็นกองหน้าตัวสูงว่า ‘ต้องใช้ศอกแบบไหน!’"
“เพราะเหตุการณ์เฮย์เซล สเตเดี้ยม เอฟเวอร์ตันเลยพลาดโอกาสเล่นบอลยุโรป ทำให้สโมสรอังกฤษโดนแบนทั้งหมด ผมกำลังจะขึ้นชุดใหญ่พอดี ลีกเลยคิดซูเปอร์คัพ ขึ้นมาให้ทีมอังกฤษที่ได้สิทธิ์ไปเล่นยุโรปในฤดูกาล 1985/86 ได้แข่งกันเองแทน ทีมใหญ่ๆ อย่างแมนฯ ยูไนเต็ด ลิเวอร์พูล ก็ร่วมด้วย ผมได้ลงเล่นซูเปอร์คัพ แล้วเราได้รองแชมป์”
มีนาคม 1988 เอียนย้ายไปโอลด์แฮม แอธเลติก ลงเล่นมากกว่า 200 นัดใน 5 ปี ช่วยทีมเลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีก และเข้าถึงรอบรองชนะเลิศเอฟเอ คัพ 1990 เจอแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
“ผมย้ายไปโอลด์แฮมเพราะตอนนั้นผมเริ่มเติบโตแล้ว” อดีตกองหน้ามากความสามารถเล่าต่อ “ผมถูกเปลี่ยนจากกองหน้ามาเล่นเซ็นเตอร์แบ็ก แล้วทีมไปซื้อเดฟ วัตสันมาจากนอริช ทำให้ผมเสียตำแหน่ง ผมอายุ 21 แล้วควรต้องลงเล่นสม่ำเสมอ"
“โจ โรเยิล อดีตนักเตะเอฟเวอร์ตันที่เป็นผู้จัดการโอลด์แฮมตอนนั้นตามตัวผมมา ผมมีช่วงเวลาที่วิเศษมากที่นั่น เราขึ้นพรีเมียร์ลีกได้ ตอนผมไปใหม่ๆ ผู้ชมแค่ 3,500 คน พอได้แชมป์ดิวิชั่นสอง (เดิม) ผู้ชมทะลุ 18,500 คน ผมลงเล่นและยิงประตูได้ในรอบรองชนะเลิศเจอแมนฯ ยูไนเต็ด เราน่าจะชนะนะ วันเวลาที่สุดยอดมาก”
สิงหาคม 1993 เอียนย้ายไปอิปสวิช ทาวน์ ในพรีเมียร์ลีก ค่าตัว 750,000 ปอนด์
เขาอธิบายว่า “ผมย้ายเพราะอยากกลับมาเล่นกองหน้าอีก จอห์น ไลอัลล์ ผู้จัดการอิปสวิช ต้องการให้ผมเล่นหน้าเป้า ผมเลยย้ายไป และผมตอบแทนความเชื่อมั่นเขาได้ ด้วยการยิงไป 38 ประตูจาก 80 นัด ทีมเราตอนนั้นไม่ค่อยดี ดิ้นรนหนีตกชั้นในพรีเมียร์ลีก การยิงได้ขนาดนั้นถือว่าดีมาก ผมได้เรียนรู้จากจอห์น ไลอัลล์เยอะเลย”
หลังจากอยู่พอร์ทแมน โร้ด 3 ปี เอียนเซ็นสัญญากับเลสเตอร์ ซิตี้ ของมาร์ติน โอนีล ค่าตัวประมาณ 800,000 ปอนด์
“ผมจำได้ว่าฤดูกาลเพิ่งเริ่ม แล้วเลสเตอร์ ก็โทรมาหา” เอียนเล่า “ผมเพิ่งลงเล่นให้อิปสวิช ในลีกคัพรอบแรก แล้วได้ยินว่าเลสเตอร์สนใจ เลยไปคุยกับมาร์ติน คุยกันจนตกลงกันได้
“ผมรักอิปสวิชมาก รักการใช้ชีวิตแถวนั้น การย้ายออกเลยเป็นการตัดสินใจที่ยากนิดหน่อย แต่เลสเตอร์อยู่ในพรีเมียร์ลีกก็เลยตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ตอนย้ายไป ผมติดคัพ-ไทด์จากนัดที่เล่นให้อิปสวิช เลยอดเล่นนัดชิงลีกคัพที่เลสเตอร์ ชนะมิดเดิลสโบรช์ น่าเสียดายมาก”
หนึ่งในไฮไลต์ที่ฟิลเบิร์ต สตรีท คือแฮตทริกใส่ดาร์บี้ เคาน์ตี้ ในเดือนกุมภาพันธ์ 1997
“ความรู้สึกมันดีมาก วันนั้นทีมเราอ่อนกำลังเยอะ มีคนป่วยกันหลายคน” เขาย้อนความอย่างมีความสุข “ผมเองก็ไม่ค่อยสบาย แต่ยิงแฮตทริกใน 21 นาที ทั้งที่ตัวไม่ฟิตเต็มร้อย มหัศจรรย์มาก โดยเฉพาะเจอคู่ปรับร่วมมิดแลนด์อย่างดาร์บี้”
อีกไฮไลต์คือการยิงประตูแรกในศึกยูฟ่า คัพ รอบแรก เจอแอตเลติโก มาดริด กันยายน 1997 (สองนัด)
“น่าเสียดายมาก เราน่าจะชนะทั้งสองนัดได้” เขายอมรับ “พวกเรา (อดีตนักเตะ) ยังพูดถึงกันอยู่ทุกวันนี้ เราเล่นดีมาก สมควรเข้ารอบ เราคิดก่อนแข่งว่าแอตเลติโกคงได้แชมป์อยู่แล้ว (สุดท้ายพวกเขาก็ได้จริงๆ)"
“พวกเขามีนักเตะเก่งๆ เยอะ แต่เราโดนผู้ตัดสินเป่าแบบค้านสายตาหลายจังหวะ ย้อนมองแล้วน่าเสียดาย”
ฤดูกาลต่อมา เอียนยิงประตูชัยที่แอนฟิลด์
“การยิงประตูที่นั่นคือความฝันสมัยเด็ก ผมอยากยิงที่เดอะ ค็อป แต่ในฐานะนักเตะลิเวอร์พูล! สิ่งที่ดีรองลงมาคือยิงใส่ทีมที่เชียร์สมัยเด็ก ยิงประตูชัยให้เลสเตอร์ ต่อหน้าเดอะ ค็อป แถมเป็นช่วงทดเจ็บท้ายเกม ความรู้สึกสุดยอดมาก"
“ตลกดี เพราะเพื่อนผมที่เป็นเดอะค็อปตัวยง 3-4 คนมาดูอยู่บนอัฒจันทร์ ผมรู้ว่าพวกมันนั่งตรงไหน พวกมันคุยกับผมก่อนเกมว่าจะถล่มเราแน่ พอยิงได้ผมวิ่งไปฉลองตรงหน้าพวกมันเลย สนุกมาก!"
“ผมยังเคยยิงใส่เอฟเวอร์ตัน ตอนอยู่เลสเตอร์ด้วย สองครั้งเลย ช่วยตีเสมอเป็น 1-1 ทั้งสองนัด ผมชอบเล่นเจอเอฟเวอร์ตันมาก สมัยอยู่โอลด์แฮมก็ยิงได้หลายลูก เมอร์ซีย์ไซด์คือสนามล่าประตูของผมเลย”
ที่เลสเตอร์ เอียนเจ็บเยอะพอสมควร
เขาบอกว่า “ข้อดีของฟุตบอลสมัยนี้คือดูแลนักเตะดีกว่าสมัยเราเยอะมาก โค้ชและหมอรู้เรื่องร่างกายนักเตะมากขึ้น ผมตัวสูง เล่นบนพื้นพลาสติกที่โอลด์แฮม 3-4 ปี ตอนนี้สะสมจนสะโพก เข่า และหลังพังหมด สมัยก่อนไม่ดูแลดีเท่าทุกวันนี้"
“พรีซีซั่นก็แปลกประหลาด ทุกคนต้องวิ่งระยะเท่ากัน ความเร็วเท่ากัน ไม่ว่าแกจะ 33 หรือ 18 ปีก็วิ่งเท่ากันหมด สมัยนี้ทุกคนมีโปรแกรมเฉพาะตัว สมัยก่อนเลยเจ็บง่าย ตอนนี้คงต่าง”
หลังหายเจ็บ เอียนยิง 2 ประตูช่วยเลสเตอร์ พลิกสถานการณ์ในลีกคัพ รอบ 8 ทีม เจอฟูแล่ม ในเดือนมกราคม ปี 2000 จากตาม 0-2 เหลือ 6 นาที มาร์แชลกับวอล์ช ยิงไล่เป็น 2-2 นาที 85 กับ 87 ฟูแล่มนำอีกครั้งในช่วงต่อเวลาพิเศษ มาร์แชลตีเสมออีก เลสเตอร์ชนะจุดโทษ 3-0 ก่อนไปคว้าแชมป์ที่เวมบลีย์เดือนถัดไป
เอียนเล่าว่า “เราตาม 0-2 เพราะแบ็กพาสหายนะของวอล์ช มันบอกว่าเจ็บโคนขาหนัก แต่พอถึงนาที 119 ดันวิ่งหน้าตายเฉยเลย!"
“ผมเพิ่งหายเจ็บ เลยดีใจที่ได้ลงตัวจริง ได้เล่นเต็ม 120 นาที มันเหนื่อยสุดๆ จนคิดว่าเตะจุดโทษคงไม่ไหว โชคดีไม่ต้องยิง"
“ลูกแรกบอลไหลมาถึง ผมซัดมุมแคบ เข้าเสาไกล ลูกที่สองของวอล์ช สวยมาก นั่นแหละคือตัวตนของมัน ทำพลาดใหญ่แต่กลับมาสู้และแก้ไขได้…และมันก็ทำได้จริงๆ”
หลังจากออกจากเลสเตอร์ ซิตี้ เมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2000 เอียนไปเล่นให้โบลตัน วอนเดอเรอส์ และแบล็คพูล ก่อนแขวนสตั๊ดปี 2002