อดีตผู้เล่นน่าจดจำ: แลร์รี่ เมย์ (ตอนที่หนึ่ง)
แลร์รี่ เมย์คือกองหลังคนโปรดของแฟนบอลที่ฟิลเบิร์ต สตรีท ในยุค 80
GettyImages-78984555 (1)
GettyImages-78984555 (1)
by John Hutchinson
Published
27 Jun 2024
อดีตผู้เล่นน่าจดจำ: แลร์รี่ เมย์ (ตอนที่หนึ่ง)
แลร์รี่ เมย์คือกองหลังคนโปรดของแฟนบอลที่ฟิลเบิร์ต สตรีท ในยุค 80
John Hutchinson
อดีตผู้เล่นน่าจดจำ: แลร์รี่ เมย์ (ตอนที่หนึ่ง)
แลร์รี่ เมย์คือกองหลังคนโปรดของแฟนบอลที่ฟิลเบิร์ต สตรีท ในยุค 80
John Hutchinson
อดีตผู้เล่นน่าจดจำ: แลร์รี่ เมย์ (ตอนที่หนึ่ง)
แลร์รี่ เมย์คือกองหลังคนโปรดของแฟนบอลที่ฟิลเบิร์ต สตรีท ในยุค 80
John Hutchinson
อดีตผู้เล่นน่าจดจำ: แลร์รี่ เมย์ (ตอนที่หนึ่ง)
แลร์รี่ เมย์คือกองหลังคนโปรดของแฟนบอลที่ฟิลเบิร์ต สตรีท ในยุค 80
John Hutchinson
ในการให้สัมภาษณ์กับจอห์น ฮัตชินสัน นักประวัติศาสตร์ของสโมสร แลร์รี่อธิบายการเดินทางของเขากับทีมจิ้งจอกสยาม ซึ่งประกอบด้วยการเลื่อนชั้นสองครั้ง ลงเล่นในดิวิชั่นหนึ่งเก่า และเข้ารอบรองชนะเลิศเอฟเอคัพ รวมถึงประสบอาการบาดเจ็บหลายครั้ง
หลังจากลงประเดิมสนามให้เลสเตอร์ในเดือนมีนาคมปี 1977 ขณะมีอายุ 18 ปี เมย์ลงเล่นรวมทุกรายการมากกว่า 200 นัดก่อนเขาจะย้ายออกจากทีมในเดือนสิงหาคม 1983 ที่เลสเตอร์เขาได้รับความเชื่อมั่นและเป็นที่นิยมของแฟนๆ การย้ายออกของเขาสร้างความประหลาดใจให้กับแฟนๆเป็นอย่างมาก ซึ่งต่อมาเขาจึงรู้ว่าการย้ายทีมครั้งนี้เป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด
เกิดที่ซัตตัน โคลด์ฟิลด์ในปี 1958 แลร์รี่ย้ายมาที่ทีมเยาวชนของเลสเตอร์เมื่อมีอายุ 16 ปีก่อนจะเริ่มต้นอาชีพการค้าแข้งของเขาที่สโมสรแห่งนี้
เมื่อนึกย้อนกลับไป แลร์รี่กล่าวว่า “วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส และ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยนก็ต้องการตัวผมเช่นกัน แต่ผมได้ไปทดสอบฝีเท้าที่เลสเตอร์อยู่หลายครั้งและผมอยากไปเลสเตอร์ ผมพักอยู่ที่บ้านหลังใหญ่ในถนนถนน ไอล์สโตนซึ่งเป็นที่ที่เด็กเยาวชนของทีมเคยอยู่ มันไกลเกินไปที่จะเดินทางไป-กลับทุกวันจากบ้านของผม ผมชอบที่นั่นนะ เราสนุกกันมาก”
“เด็กคนอื่นๆ ในบ้านได้แก่ ทอมมี่ วิลเลียมส์, ปีเตอร์ เวลช์, เทรเวอร์ คริสตี้ และสตีฟ บิคเนลล์ พวกเราส่วนใหญ่เข้าร่วมทีมมาพร้อมๆ กันแม้ว่าผมคิดว่าทอมมี่อยู่ที่นั่นก่อนแล้วก็ตาม เขาโตกว่าผมนิดหน่อย รถมินิบัสจะพาเราไปศูนย์ฝึกซ้อม ที่เบลวัวร์ ไดรฟ์ พวกเราเล่นในทีมเยาวชนเดียวกันซึ่งคุมทีมโดยจอร์จ เดวิส (อดีตกองหน้าเลสเตอร์)
“ตอนผมอายุ 17 ปีผมเซ็นสัญญาในฐานะนักเตะอาชีพและได้รับค่าจ้าง 25 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ผมเก็บเงินซื้อรถและขับมาจากซัตตัน โคลด์ฟิลด์ทุกวัน ผมรักช่วงที่ผมอยู่กับทีมเยาวชน แล้วผมก็ลงเอยกับการฝึกซ้อมกับทีมชุดใหญ่แต่เรายังมีมิตรภาพที่ดีต่อกันเหมือนเดิม”
“ผู้จัดการทีมคนแรกที่ผมเจอที่เลสเตอร์คือจิมมี่ บลูมฟิลด์และเขาคงชื่นชอบผมเพราะตอนผมอายุแค่ 18 ปีเขาก็ให้ผมลงประเดิมสนามกับทีมชุดใหญ่ที่บริสตอล ซิตี้ เขาจะให้คนอื่นที่มีประสบการณ์มากกว่าลงก็ได้แต่เขาเลือกผม”
“ผลการแข่งขันคือเสมอ 0-0 มันไม่ใช่เกมที่ดีเท่าไรแต่ผมมีความสุขนะ เพราะผมเล่นได้ดีและเราไม่เสียประตู ผมและอลัน วูลเล็ตต์เป็นกองหลังของทีมในวันนั้น เดนนิส โรฟและสตีฟ วิทเวิร์ธเป็นฟูลแบ็ค”
ตอนจบฤดูกาลในเดือนพฤษภาคม 1977 บลูมฟิลด์ออกจากเลสเตอร์แม้ว่าทีมจะจบอันดับที่ 11 ในดิวิชั่นหนึ่งเก่าก็ตาม เขาถูกแทนที่โดยแฟรงค์ แม็คลินทอค อดีตสตาร์เลสเตอร์ ซิตี้, อาร์เซนอลและควันส์ปาร์ค เรนเจอร์ส
“คุณคาดหวังว่าเมื่อผู้จัดการทีมคนใหม่เข้ามา เขาจะชื่นชอบคุณ” แลร์รี่กล่าวต่อ “เมื่อแฟรงค์ แม็คลินท็อคเข้ามา ผมชอบเขานะ เขาค่อนข้างชื่นชอบในฝีเท้าของผม และเขาก็ให้ผมลงเล่นกับทีมชุดใหญ่หลายครั้ง”
“หลายปีต่อมา ตอนที่ผมทำงานกับเซอร์เรย์ เคาน์ตี้ เอฟเอ ผมได้เจอเขาที่งานหนึ่งและเขาบอกผมว่า ‘ตอนที่ผมคุมทีมเลสเตอร์ ผมบอกกับผู้บริหารว่าสโมสรมีผู้เล่นที่ดีสามคน รวมถึงแลร์รี่ เมย์และทอมมี่ วิลเลียมส์’ มันเป็นสิ่งที่ดีที่เขาพูดมา”
ในฤดูกาล 1977/78 หลังจากหกฤดูกาลในลีกสูงสุด เลสเตอร์ก็ตกชั้น แลร์รี่ได้รับบาดเจ็บ เขาย้ายไปยืมตัวที่สหรัฐอเมริกาและจากนั้นก็ได้รับบาดเจ็บหนักอีกครั้ง
“หลังจากที่ผมได้รับบาดเจ็บกระดูกอ่อนที่เข่าขวาโดยที่เหลือเวลาอีกสามเดือนก่อนจบฤดูกาล แฟรงค์ แม็คลินทอค แนะนำให้ผมไปเล่นกับนิว อิงแลนด์ ทีย์ เมน ในบอสตัน อเมริกาเพื่อฟื้นฟูจากอาการบาดเจ็บ เขาอธิบาย ผมแอบคิดว่าเขากำลังพยายามขับผมออกจากทีมรึเปล่าแต่เขาบอกว่ามันคือประสบการณ์ที่ดีและมันทำให้ผมได้รับเงินมากขึ้นเช่นกัน”
“ในเวลานั้น วงการฟุตบอลอเมริกากำลังเติบโตและผู้เล่นอังกฤษอายุมากหลายคนก็ย้ายไปที่นั่น แต่พวกเขาก็ต้องการผู้เล่นที่อายุน้อยเช่นกัน ดังนั้นผมจึงย้ายไป ผมลงเล่นประมาณ 3-4 เกมและผมก็ได้รับบาดเจ็บที่เข่าอีกข้างผมได้รับบาดเจ็บที่เอ็นไขว้”
“ผมออกไปด้วยตัวเองโดยมีพลาสเตอร์แห่งปารีสพันขาของผม ผมคิดว่าผมจะลงเล่นไม่ได้อีกแล้ว มันรุนแรงมาก ในตอนนั้นยังไม่มีวิธีรักษาเอ็นไขว้ที่แน่นอน แต่โชคดีศูนย์การแพทย์ที่บอสตันเป็นหนึ่งในศูนย์การแพทย์ที่ดีที่สุดในโลก และพวกเขารักษาเข่าของผมได้และผมก็ลงเล่นได้อีกครั้ง”
“เมื่อผมกลับมาที่เลสเตอร์ พวกเขามีผู้จัดการทีมคนใหม่จ็อค วอลเลซ มันเป็นช่วงปรีซีซั่น ผมยังมีอาการบาดเจ็บและอยู่ในช่วงฟื้นฟู ช่วงแรกของฤดูกาลผมเริ่มลงเล่นในทีมสำรอง เข่าของผมยังคงมีปัญหานิดหน่อย แต่ผมคิดแค่ว่าผมต้องพยายามและอดทนต่อไป”
“จากนั้นในเดือนกันยายน จ็อค วอลเลซเลือกให้ผมเล่นในทีมชุดใหญ่คู่กับสตีฟ ซิมส์ เข่าของผมยังเจ็บอยู่แต่ผมโอเคหลังจากนั้นผมลงเล่นเกือบทุกเกมที่เหลือในฤดูกาล จ็อค วอลเลซใช้นักเตะดาวรุ่งหลายคนเช่นผม, ทอมมี่ วิลเลียมส์, เดฟ บูคาแนน, พีทเวลช์ และ แกรี่ ลินิเกอร์”
“เราอยู่อันดับท้ายๆของดิวิชั่นสอง และผมจำได้ว่าเราต้องไปเล่นกับนอตต์ส เคาน์ตี้ และผมคิดว่าเราชนะ 1-0 และมันทำให้เรามีกำลังใจมากขึ้น ผมจำได้ว่าผมไปที่นั่นแล้วคิดแค่ว่า เราต้องชนะ เราจะชนะ เราต้องได้อยู่ต่อและในฤดูกาลต่อมาเราก็คว้าแชมป์ดิวิชั่นสอง”
ในฤดูกาลที่เราคว้าแชมป์ มีนักเตะสามคนที่ลงเล่นครบทุกเกมได้แก่ ผู้รักษาประตูมาร์ค วอลลิงตัน, แลร์รี่ตำแหน่งกองหลัง และอลัน ยังนักเตะกองหน้าที่เซ็นเข้ามาใหม่
พอนึกย้อนกลับไป แลร์รี่เล่าต่อ “มาร์คไม่เคยได้รับบาดเจ็บเลย ผมคิดเสมอว่าทีมที่ดีต้องมีผู้รักษาประตูที่ดี กองหลังที่ดี และกองหน้าที่ดี คุณสามารถสร้างทีมโดยใช้ตำแหน่งเหล่านี้เป็นฐานหลัก ผมเล่นร่วมกับจอห์น โอนีลกองหลังทีมชาติไอร์แลนด์เหนือ”
“เขาเป็นผู้เล่นที่แข็งแกร่งทั้งการโหม่งและเข้าปะทะ เราชอบการเล่นเกมรับ มันแตกต่างจากปัจจุบันที่กองหลังต้องจ่ายบอลมากขึ้น ผมก็เล่นกับบอลได้นะ แต่ผมชอบเล่นเกมรับมากกว่า”
“เราทำผลงานได้ดีในช่วงท้ายของฤดูกาล (ชนะ 8 เสมอ 1 จาก 10 เกมหลังสุด) ถ้าผมจำไม่ผิดเราได้เลื่อนชั้นก่อนเกมสุดท้ายกับโอเรียนท์ แต่ด้วยชัยชนะ 1-0 ในเกมนั้นทำให้เราเป็นแชมป์”
“ผมจะจำเกมนั้นตลอดไป มีแฟนบอลเลสเตอร์หลายพันคนไปที่โอเรียนท์เพื่อชมการแข่งขัน ในฐานะผู้เล่นเราต้องพร้อมที่จะเล่นท่ามกลางแรงกดดัน”
“ผมทำประตูได้จากลูกเปิดฟรีคิกจากทางขวาแล้วผมก็ยิงเข้าไปด้วยเท้าของผม”
“สนามแทบจะระเบิด มันเป็นหนึ่งในวันที่ดีที่สุดในชีวิตผมเลย การคว้าแชมป์และได้กลับไปเล่นในดิวิชั่นหนึ่งมาจากความพยายามของทีม มันเยี่ยมมากที่ได้เป็นส่วนนึงของเรื่องนี้ หลังจบเกมแฟนบอลของเราทุกคนลงมาในสนามเพื่อฉลองมันยอดเยี่ยมมากจริงๆ”
ในตอนที่สองของการสัมภาษณ์ แลร์รี่พูดถึงการเล่นในดิวิชั่นหนึ่ง คว้าดับเบิลแชมป์, ลงแข่งกับผู้เล่นที่ดีที่สุดในอังกฤษ, การตกชั้น, ลงเล่นในเอฟเอคัพรอบรองชนะเลิศ และการเลื่อนชั้นอีกครั้ง
เขาอธิบายค่อไปว่าทำไมเขาจึงย้ายออกจากเลสเตอร์ และเล่นให้บาร์นสลีย์, เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ และไบรท์ตัน แอนด์โฮฟ อัลเบี้ยน เขาปิดท้ายด้วยการสรุปอาชีพการค้าแข้งของเขาหลังเลิกเล่น

ข่าวล่าสุด

รูปล่าสุด

วิดีโอล่าสุด

สนามคิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม

ฟิลเบิร์ต เวย์

เลสเตอร์

LE2 7FL

สโมสร

สโมสร

เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมหญิง

เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมหญิง

แอป

King Power Stadium,

Filbert Way,

Leicester

LE2 7FL

Club >

Men >

Women >

Community>

App >