แอนดี้ คิง เป็นนักเตะเพียงคนเดียวในยุคพรีเมียร์ลีกที่คว้าแชมป์ในสามระดับของฟุตบอลอาชีพอังกฤษ (ลีกวัน, แชมเปียนชิพ และพรีเมียร์ลีก) โดยเล่นให้กับสโมสรเดียวกันตลอดช่วงเวลานั้น เมื่อเขาติดทีมชาติเวลส์ครบ 50 นัดในปี 2018 เขาทำลายสถิติของสโมสรในด้านจำนวนนัดทีมชาติสูงสุดที่ลงเล่นในขณะสังกัดเลสเตอร์ ซิตี้ (สถิตินี้ต่อมาถูกทำลายโดย แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล)
คิง เป็นกองกลางตัวรุกที่ยิงประตูได้อย่างยอดเยี่ยมหลายลูก เขาเกิดที่เมืองบาร์นสเตเปิล เขาเป็นสมาชิกของทีมเยาวชนของเลสเตอร์ ซิตี้ ที่คว้าแชมป์ FA Premier Academy ในปี 2007 และเปิดตัวกับทีมชุดใหญ่ในเดือนตุลาคมปีเดียวกันที่สนามโมลินิวซ์ สองเดือนต่อมา เขายิงประตูแรกในระดับอาชีพได้จากระยะ 35 หลาใส่เซาธ์แฮมป์ตัน
เมื่อเลสเตอร์ ตกชั้นไปเล่นในลีกวันในปี 2008 คิงพลาดลงสนามเพียงแค่นัดเดียว ก่อนจะมีส่วนสำคัญในการพาทีมคว้าแชมป์ลีกวันในฤดูกาลถัดมา เขาคว้ารางวัลนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมของฤดูกาล และยังถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมและนักเตะยอดเยี่ยมที่เพื่อนร่วมทีมโหวตให้อีกด้วย โดยในเวลานั้นเขาเคยเป็นนักเตะทีมชาติเวลส์ชุด U-19 และ U-21 มาก่อน และต่อมาได้ประเดิมสนามในทีมชาติชุดใหญ่หลังจบฤดูกาลนั้น
เขาเป็นผู้เล่นคนสำคัญในทีมที่เข้าถึงรอบรองชนะเลิศของเพลย์ออฟแชมเปียนชิพในปี 2010 และคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมร่วมกับ แจ็ค ฮ็อบส์ ในฤดูกาลนั้น
ฤดูกาลถัดมา เขาเป็นดาวซัลโวของทีมด้วยจำนวน 16 ประตู พร้อมได้รับเลือกเป็นนักเตะยอดเยี่ยมของฤดูกาลที่เพื่อนร่วมทีมโหวตให้ และติดทีมยอดเยี่ยมแห่งปีของ PFA ในระดับแชมเปียนชิพ
แม้เขาจะเจอปัญหาบาดเจ็บในฤดูกาล 2011/12 แต่ในฤดูกาล 2012/13 เขากลับมาเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม จับคู่ในแดนกลางกับ แม็ตตี้ เจมส์ และ แดนนี่ ดริงค์วอเตอร์ และพาเลสเตอร์เข้ารอบเพลย์ออฟอีกครั้ง แม้จะพ่ายแพ้ให้กับวัตฟอร์ดในช่วงท้ายเกมแบบเจ็บปวด
ในปี 2014 เลสเตอร์กลับสู่พรีเมียร์ลีกในฐานะแชมป์แชมเปียนชิพ และในเดือนเมษายนปีเดียวกัน คิงทำลายสถิติสโมสรด้วยการยิงประตูที่ 54 ในลีก กลายเป็นกองกลางที่ยิงประตูมากที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร
ประตูของเขาในเกมกับเวสต์แฮม ยูไนเต็ด เมื่อเดือนเมษายน 2015 ถือเป็นจุดเริ่มต้นของ "The Great Escape" หรือการหนีตกชั้นอันน่าจดจำของทีม
ฤดูกาลถัดมา เขาลงเล่น 25 นัด (เป็นตัวสำรอง 16 นัด) ในทีมเลสเตอร์ชุดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก และยังมีส่วนร่วมในทีมชาติเวลส์ชุดเข้ารอบรองชนะเลิศ EURO 2016 ที่พบกับโปรตุเกส
หลังจากนั้นเขาไปเล่นแบบยืมตัวให้กับหลายสโมสร ได้แก่ สวอนซี ซิตี้, เรนเจอร์ส, ดาร์บี้ เคาน์ตี้ และฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ โดยลงเล่นรวม 379 นัดและทำได้ 62 ประตูให้กับเลสเตอร์ ก่อนจะอำลาทีมในเดือนพฤษภาคม 2020
หลังจากช่วงเวลาสั้นๆ กับโอเอช ลูเวน เขาได้เซ็นสัญญากับบริสตอล ซิตี้ ซึ่งคุมทีมโดย ไนเจล เพียร์สัน และได้กลับมาเยือนเลสเตอร์ อย่างสุดซึ้งเมื่อบริสตอลมาเยือนสนามคิงเพาเวอร์ สเตเดี้ยม