พลังยิงอันมหาศาลด้วยเท้าซ้ายของเขาทำให้เขาได้รับฉายาว่า ‘The Gunner’ อาเธอร์เกิดเมื่อปี 1926 ที่เมืองวูล์ฟแฮมป์ตัน และเซ็นสัญญากับเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยนในปี 1946
เขาลงเล่นให้เดอะ แบ็กกี้ส์ 24 นัด และยิงได้เพียง 4 ประตู ก่อนจะถูกขายให้ฟูแล่มในเดือนธันวาคม ปี 1948 และที่นั่นเขากลับมาระเบิดฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม โดยยิงไป 19 ประตูจาก 22 เกม ช่วยให้ฟูแล่มคว้าแชมป์ดิวิชั่นสอง ได้สำเร็จ อย่างไรก็ตาม ในฤดูกาลถัดมา (1949/1950) ฟูแล่มต้องเจอกับความยากลำบากในดิวิชั่นหนึ่ง โดยที่โรว์ลีย์ ยิงได้เพียง 8 ประตู
ในเดือนมิถุนายน ปี 1950 เขาย้ายมาร่วมทีมเลสเตอร์ ซิตี้ ทีมในดิวิชั่นสอง ด้วยค่าตัว 14,000 ปอนด์ ในช่วงสี่ปีแรกที่ฟิลเบิร์ต สตรีท โรว์ลีย์ยิงไปถึง 143 ประตูจากเกมลีกและถ้วยต่าง ๆ โดย 100 ประตูแรกของเขามาจากการลงเล่นเพียง 122 นัดเท่านั้น
จำนวนประตูในแต่ละฤดูกาลลีก 4 ปีแรกของเขาคือ 28, 38 (ซึ่งเป็นการทำลายสถิติของอาเธอร์ แชนด์เลอร์), 39 และ 30 ประตู
ในฤดูกาลที่สี่ (1953/54) เลสเตอร์ ซิตี้คว้าแชมป์ดิวิชั่นสอง ได้สำเร็จ แม้ในฤดูกาลถัดมาทีมจะตกชั้นทันที แต่อาเธอร์ก็ยังยิงได้อีก 23 ประตู ในฤดูกาลถัดมา เขาก็ยิงได้อีก 35 ประตูจากเกมลีกและถ้วยต่าง ๆ รวมถึงยิงประตูให้ทีมชาติอังกฤษชุดบีในเกมพบสวิตเซอร์แลนด์
ในฤดูกาล 1956/57 เขาทำลายสถิติการยิงประตูในหนึ่งฤดูกาลของสโมสรอีกครั้งเป็นครั้งที่สาม ด้วยผลงาน 44 ประตูจาก 42 เกม และพาเลสเตอร์ ซิตี้กลับมาคว้าแชมป์ดิวิชั่น 2 ได้อีกครั้ง
ในฤดูกาลสุดท้ายของเขากับเลสเตอร์ในลีกสูงสุด เขายิงได้ 20 ประตูจาก 25 เกม ก่อนที่ปลายฤดูกาลนั้น เลสเตอร์จะเซ็นสัญญากับเคน ลีค ดาวยิงจากนอร์ทแธมป์ตัน ทาวน์ และอีกสองเดือนต่อมา อาเธอร์ก็อำลาสโมสรเพื่อไปรับหน้าที่ผู้เล่น-ผู้จัดการทีมให้กับชรูว์สบิวรี่ ทาวน์ ซึ่งกำลังจะเข้าสู่ดิวิชั่น 4 ที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นใหม่
สถิติของเขาที่เลสเตอร์ ซิตี้ คือ 265 ประตูจาก 321 เกมลีกและถ้วย รวมถึงแฮตทริก 16 ครั้ง และสถิติยิงจุดโทษสูงสุดของสโมสรที่ 41 ลูก เขายิงประตูให้เลสเตอร์เพียง 8 ลูกน้อยกว่าอาเธอร์ แชนด์เลอร์ ผู้ที่ครองสถิติสูงสุดของสโมสรที่ 273 ประตู แต่แชนด์เลอร์ต้องใช้เวลาเล่นมากกว่าเขาถึง 98 เกม
อาเธอร์ โรว์ลีย์ เสียชีวิตในปี 2002 ขณะอายุ 76 ปี ปัจจุบันที่สนามคิง เพาเวอร์ สเตเดียม มีห้อง ‘Rowley Suite’ ตั้งชื่อตามเขาเพื่อเป็นเกียรติแก่ตำนานคนนี้