ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ แชมป์ลีก เอาชนะเลสเตอร์ ซิตี้ไป 2-0 ในเกมนัดชิงชนะเลิศ หลังจากเลสเตอร์ต้องเหลือผู้เล่นเสมือน 10 คนตั้งแต่ต้นเกม เนื่องจาก เลน ชาลเมอร์ส แบ็กของทีมได้รับบาดเจ็บสาหัส และในยุคนั้นยังไม่มีกฎการเปลี่ยนตัวผู้เล่น
ก่อนเกม เพื่อเป็นการระลึกถึงความสำเร็จในการผ่านเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ เลสเตอร์ได้ออกสมุดที่ระลึกชื่อว่า “Success City” จำหน่ายในราคา 2 ชิลลิง 6 เพนนี โดยภายในมีเนื้อหาเกี่ยวกับนัดชิงฟุตบอลถ้วย รวมถึงข้อความจากผู้จัดการทีม แมตต์ กิลลี่ส์ และจาก ดอโรธี รัสเซลล์ นายกเทศมนตรี
สมุดเล่มนี้ส่วนใหญ่ประกอบด้วยชีวประวัติพร้อมภาพประกอบของผู้เล่นทีมชุดใหญ่และสตาฟฟ์เบื้องหลัง โดยมีหน้าของ Everards ‘Best Wishes’ ซึ่งเป็นหนึ่งในหลายโฆษณาที่มีธีมเกี่ยวกับนัดชิงถ้วย
ตั๋วเข้าชมการแข่งขันมีสองราคา คือ 3 ชิลลิง 6 เพนนี และ 10 ชิลลิง 6 เพนนี ด้านหลังตั๋วทั้งสองใบพิมพ์แผนผังสนามเวมบลีย์ และข้อกำหนดห้ามแฟนบอลนำกล้องถ่ายรูปหรืออุปกรณ์ถ่ายภาพใดๆ เข้าไปในสนาม
โปรแกรมการแข่งขันจำนวน 18 หน้า มีภาพถ่ายทีมและประวัติย่อของนักเตะทั้งสองฝ่าย รวมถึงประวัติย่อของทั้งสองสโมสร โดยเลสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งจบอันดับ 6 ในดิวิชันสูงสุดของฤดูกาลนั้น ถูกนำเสนอว่าเป็น “สถาบันฟุตบอลแห่งการคิด” โดยผู้จัดการทีมเชื่อว่า “สมองย่อมชนะพละกำลัง”
การบรรยายเสียงไฮไลท์ของบีบีซีจากเกมนัดชิงถูกนำมาจัดจำหน่ายในรูปแบบแผ่นเสียงไวนิล 45 รอบแบบ Extended Play โดยปกแผ่นเสียงโปรยว่าเป็น “เกมแห่งศตวรรษ” และยกย่องว่าการบันทึกเสียงนั้นทำขึ้น “สดจากสนามเวมบลีย์”
สุดท้าย แผนผังการจัดที่นั่งสำหรับงานเลี้ยงฉลองและการเต้นรำที่จัดขึ้นที่ โรงแรมดอร์เชสเตอร์ บนถนนพาร์คเลนในกรุงลอนดอน ได้ระบุชื่อแขกมากกว่า 250 คน ซึ่งรวมถึงสมาชิกทีมเลสเตอร์ ซิตี้ ชุดรองแชมป์เอฟเอ คัพ ปี 1949 ด้วย