เกร็ดน่ารู้จากอดีต: ถ้วยรางวัลในยุคสงคราม และถ้วย Coronation Loving Cup
จอห์น ฮัทชินสัน จะพาแฟนบอลไปรู้จักกับเรื่องราวที่น่าสนใจหลายเรื่องในอดีตผ่านบทความนี้
LCFC Logo
LCFC Logo
by John Hutchinson
Published
16 Jun 2020
เกร็ดน่ารู้จากอดีต: ถ้วยรางวัลในยุคสงคราม และถ้วย Coronation Loving Cup
จอห์น ฮัทชินสัน จะพาแฟนบอลไปรู้จักกับเรื่องราวที่น่าสนใจหลายเรื่องในอดีตผ่านบทความนี้
John Hutchinson
เกร็ดน่ารู้จากอดีต: ถ้วยรางวัลในยุคสงคราม และถ้วย Coronation Loving Cup
จอห์น ฮัทชินสัน จะพาแฟนบอลไปรู้จักกับเรื่องราวที่น่าสนใจหลายเรื่องในอดีตผ่านบทความนี้
John Hutchinson
เกร็ดน่ารู้จากอดีต: ถ้วยรางวัลในยุคสงคราม และถ้วย Coronation Loving Cup
จอห์น ฮัทชินสัน จะพาแฟนบอลไปรู้จักกับเรื่องราวที่น่าสนใจหลายเรื่องในอดีตผ่านบทความนี้
John Hutchinson
เกร็ดน่ารู้จากอดีต: ถ้วยรางวัลในยุคสงคราม และถ้วย Coronation Loving Cup
จอห์น ฮัทชินสัน จะพาแฟนบอลไปรู้จักกับเรื่องราวที่น่าสนใจหลายเรื่องในอดีตผ่านบทความนี้
John Hutchinson
จอห์น ฮัทชินสัน อธิบายถึงความสำคัญของถ้วยรางวัลและถ้วยเกียรติยศต่างๆ ที่อยู่กับสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้
ถ้วย Coronation Loving Cup รุ่นลิมิเต็ดนี้ มอบให้กับสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ โดย เซอร์ ฟรานซิส โจเซฟ ประธานสโมสรสโต๊ค ซิตี้ ในปี 1937 เพื่อเป็นที่ระลึกถึงพิธีราชาภิเษกของสมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 6 และสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธ เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม ค.ศ. 1937 โดยเป็นถ้วยที่ผลิตในจำนวนจำกัดมาก
มีทั้งหมด 22 ถ้วยที่มอบให้กับสโมสรในดิวิชั่น 1 ฤดูกาล 1936/37 และอีก 2 ถ้วยมอบให้กับสองทีมที่เลื่อนชั้นสู่ดิวิชั่น 1 ในปี 1937 ได้แก่ เลสเตอร์ ซิตี้ ในฐานะแชมป์ดิวิชั่น 2 และ แบล็คพูล ในฐานะรองแชมป์
นอกจากนี้ยังมีการมอบถ้วย Loving Cups ให้กับสมาคมฟุตบอลสก็อตแลนด์ ในโอกาสที่ทีม เกรท บริเทน แข่งขันกับทีมรวมดารายุโรปที่สนาม แฮมป์เดน พาร์ค และมอบให้กับสโมสร กลาสโกว์ เรนเจอร์ส เพื่อเป็นเกียรติที่พวกเขาเดินทางไปแข่งกับ สโต๊ค ซิตี้ เพื่อระดมทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากอุบัติเหตุเหมืองถ่านหิน
นอกจากนี้ สมาคมฟุตบอลลีกอังกฤษ และสมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 6 ต่างก็ได้รับถ้วย Loving Cup นี้ด้วย และหลังจากการผลิตถ้วยเหล่านี้ แม่พิมพ์สำหรับทำถ้วยทั้งหมดก็ถูกทำลาย เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีการผลิตซ้ำอีกในอนาคต
แนวคิดของการมอบถ้วยนี้ คือให้แต่ละสโมสรยกแก้วเพื่อเป็นเกียรติแก่พระมหากษัตริย์ ฟุตบอล มิตรภาพ และฟุตบอลลีก ในการแข่งขันนัดเหย้านัดแรกของแต่ละปีใหม่
ปัจจุบันมีเพียงไม่กี่สโมสรที่ยังคงรักษาประเพณีนี้ไว้ ได้แก่ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน, สโต๊ค ซิตี้, กลาสโกว์ เรนเจอร์ส และ กริมสบี้ ทาวน์
สำหรับถ้วยของ เชลซี ถูกจัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์ของสโมสร ส่วนของ เลสเตอร์ ซิตี้ ถูกนำไปจัดแสดงอยู่ในโถงต้อนรับของสนาม คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม ตัวถ้วยถูกนำเสนอพร้อมตู้โชว์แบบพิเศษ โดยรอบๆ ตัวถ้วย ซึ่งมี 3 ด้ามจับ จะมีภาพประกอบและคำอธิบายถึงที่มาของถ้วย ราชลัญจกรของสหราชอาณาจักร และภาพของสโมสร สโต๊ค ซิตี้ กำลังแข่งขันกับทีมที่ใส่เสื้อสีน้ำเงินและกางเกงขาสั้นสีขาว
สำหรับ ทอม โบรมิโลว์ แม้ว่าปัจจุบันเขาจะเป็นที่รู้จักน้อยในหมู่แฟนบอลจิ้งจอกสยาม แต่เขาเคยเป็นผู้จัดการทีมตั้งแต่ปี 1939 ถึง 1945 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สโมสรต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบากอย่างมาก
เพียงสามเกมแรกของฤดูกาลแรกที่ ทอม โบรมิโลว์ คุมทีม การแข่งขันฟุตบอลทั้งหมดก็ถูกระงับ เนื่องจากสงครามโลกครั้งที่สอง เขาต้องรับมือกับสถานการณ์ของสโมสรในช่วงเวลาที่ยากลำบาก รวมถึงเรื่องอื้อฉาวทางการเงินในปี 1940 ที่เกือบทำให้สโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ต้องล่มสลาย และปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดจากภาวะสงคราม
ระหว่างปี 1932 ถึง 1935 โบรมิโลว์ เคยเป็นผู้จัดการทีม เบิร์นลี่ย์ หลังจากเคยมีประสบการณ์การโค้ชที่อัมสเตอร์ดัม และที่ เทิร์ฟมัวร์ เขาได้ค้นพบ ทอมมี่ ลอว์ตัน ผู้ซึ่งต่อมากลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอังกฤษ โดยเขาผลักดันลอว์ตัน ขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ ก่อนที่ลอว์ตัน จะย้ายไปอยู่กับ เอฟเวอร์ตัน ตอนอายุเพียง 17 ปี ซึ่งจากสายสัมพันธ์ที่ เบิร์นลี่ย์ ทำให้ลอว์ตัน กลับมาเล่นให้ เลสเตอร์ ในฐานะแขกรับเชิญช่วงปลายปี 1939
ในตู้ถ้วยรางวัลของสโมสรยังมีถ้วยรางวัล 2 ใบ ที่ทีมเลสเตอร์ ซิตี้ ของ โบรมิโลว์ ได้รับในช่วงสงครามโลก ครั้งแรกคือถ้วย มิดแลนด์ เคโอ วอร์ไทม์ คัพ ซึ่งทีมคว้าแชมป์ในเดือนพฤษภาคม ปี 1941 โดยมีนักเตะดาวรุ่งในทีมที่ต่อมากลายเป็นตำนานของ วูล์ฟส์ และทีมชาติอังกฤษ ได้แก่ บิลลี่ ไรท์ และ จิมมี่ มัลเลน ชื่อของทีมและผลการแข่งขันถูกจารึกอยู่บนถ้วยใบนี้
ถ้วยที่สองคือ วอร์ไทม์ฟุตบอลลีก เซาท์ แชมเปี้ยนชิพ คัพ ซึ่งได้รับในเดือนธันวาคม ปี 1941 นอกจากถ้วยรางวัลใบใหญ่แล้ว ผู้เล่นและผู้จัดการทีมยังได้รับถ้วยจำลองขนาดเล็กเป็นที่ระลึกอีกด้วย ถ้วยจำลองที่เห็นในภาพเป็นของหลานชายของ ทอม ชื่อ ลี เทรซี่ ซึ่งนำมาให้สโมสรพร้อมกับลูกชายของเขา เกลน
หลังสงครามสิ้นสุด โบรมิโลว์ คุมทีม นิวพอร์ต เคาน์ตี้ จนถึงปี 1950 ก่อนจะกลับมาร่วมงานกับ เลสเตอร์ ซิตี้ อีกครั้งในบทบาทแมวมองและโค้ช น่าเศร้าที่เขาเสียชีวิตที่เมือง นูเนียตัน ในปี 1959 ขณะเดินทางกลับจากภารกิจสอดแนมนักเตะที่ เร็กซ์แฮม

ข่าวล่าสุด

รูปล่าสุด

วิดีโอล่าสุด

สนามคิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม

ฟิลเบิร์ต เวย์

เลสเตอร์

LE2 7FL

สโมสร

สโมสร

เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมหญิง

เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมหญิง

แอป

King Power Stadium,

Filbert Way,

Leicester

LE2 7FL

Club >

Men >

Women >

Community>

App >