จากการลงเล่น 46 นัด เลสเตอร์ ซิตี้ คว้าชัยชนะ 31 นัด ในฤดูกาลนี้ และ นี่คือ 10 นัดสำคัญที่ส่งให้เลสเตอร์ ซิตี้ คว้าแชมป์ แชมเปี้ยนชิพ ฤดูกาลนี้ มาครอง
ชัยชนะนัดเปิดสนาม
เลสเตอร์ ซิตี้ 2 โคเวนทรี ซิตี้ 1
คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม
อาทิตย์ 6 สิงหาคม
เคียร์แนน ดิวส์บิวรี่-ฮอลล์ 77', 87' / ไคล์ แม็คฟาดซีน 47'
ย้อนกลับไปในเดือน สิงหาคม เลสเตอร์ ซิตี้ ปรับทัพรูปโฉมใหม่ภายใต้การคุมทีมของ เอ็นโซ่ มาเรสก้า เพื่อเตรียมลบล้างความผิดหวังหลังจากตกชั้นจากพรีเมียร์ลีก
คู่ต่อสู้ทีมแรกคือ โคเวนทรี ซิตี้ ที่พลาดการเลื่อนชั้นจากการดวลจุดโทษในรอบเพลย์ออฟ และตั้งเป้าจะชนะเลสเตอร์ ให้ได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2008
ทุกอย่างเป็นไปตามแผนสำหรับทีม สกายบลูส์ ทีมเยือน ที่ทำประตูขึ้นนำได้ก่อนจาก ไคล์ แม็คฟาดซีน
อย่างไรก็ตาม เคียร์แนน ดิวส์บิวรี่-ฮอลล์ เด็กปั้นจากเลสเตอร์ ซิตี้ อะคาเดมี่ ทำคนเดียวสองประตูในเกมนี้ ทำให้เลสเตอร์ ซิตี้ ไล่แซงชนะ คู่ปรับสำคัญอย่างโคเวนทรี ซิตี้ ไป 2-1
สไตล์การเซ็ตบอลจากแนวรับ ส่งต่อบอลไปให้กันอย่างไหลลื่นและแม่นยำ กลายเป็นสไตล์ฟุตบอลแบบใหม่ของ เอ็นโซ่ มาเรสก้า ที่ตั้งเป้าจะพาทีม "จิ้งจอกสยาม" เลื่อนชั้นกลับพรีเมียร์ลีก ให้ได
บุกชนะ นักบุญถึงถิ่น
เซาธ์แฮมป์ตัน 1 เลสเตอร์ ซิตี้ 4
เซนต์ แมรี่ส์ สเตเดี้ยม
ศุกร์ 15 กันยายน
วาร์ดี้ 1’, แม็คเอเทียร์ 18’, เอ็นดิดี้ 45+3’, มาวิดิดี้ 67’ / เอโดซี่ 25’
เลสเตอร์ ซิตี้ บุกไปเยือน เซาธ์แฮมป์ตัน ถือเป็นการพบกับทีมที่ตกชั้นมาด้วยกันเป็นครั้งแรก เซาธ์แฮมป์ตัน เองก็มีเป้าหมายที่ชัดเจนในการกลับไปสู่พรีเมียร์ลีก และกำลังเล่นฟุตบอลสไตล์ที่คล้ายกันภายใต้การคุมทัพของ รัสเซลล์ มาร์ติน
อย่างไรก็ตาม มันเป็นค่ำคืนที่ต้องจดจำสำหรับทัพ จิ้งจอกสยาม หลังจากพ่ายแพ้ให้กับ ฮัลล์ ซิตี้ เมื่อ เจมี่ วาร์ดี้ ทำประตูให้ทีมขึ้นนำก่อนในเวลาแค่ 60 วินาที
จากนั้น เคซี่ย์ แม็คเอเทียร์ และ วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้ ช่วยกันทำประตูเพ่ิมก่อนที สเตฟี่ มาวิดิดี้ จะมาปิดท้ายให้ทีมชนะไปด้วยสกอร์ 4-1
เลสเตอร์ ทำสถิติชนะในเกมลีก 9 นัดติดต่อกันเท่ากับสถิติเดิมที่ทำไว้ในฤดูกาลที่พวกเขาคว้าแชมป์ แชมเปี้ยนชิพ 2013/14
หาหนทาง สู่ชัยชนะ
ควีนส์พาร์ค 1 เลสเตอร์ ซิตี้ 2
ล็อฟตัส โร้ด
เสาร์ 28 ตุลาคม
มาวิดิดี้ 30’, วิงค์ส 80’ / ดอซเซลล์ 40’
หลายคนคาดว่า เลสเตอร์ น่าจะเจองานเบาเมื่อเผชิญหน้ากับ ควีนส์พาร์ค เรนเจอร์ส ที่อยู่ในโซนตกชั้น และแม้ว่าท้ายที่สุดเลสเตอร์ จะเก็บสามแต้มได้แต่ก็ทำให้เลสเตอร์ต้องออกแรงกันแบบเหนื่อยสุด ๆ
สเตฟี่ มาวิดิดี้ ทำให้เลสเตอร์ บุกไปนำก่อน 1-0 ก่อนที่ อังเดร ดอซเซลล์ จะตีเสมอให้กับเจ้าบ้านได้ แต่ดอซเซลล์ เองก็ไปทำฟาวล์จนทำให้ คิวพีอาร์ต้องเหลือผู้เล่นแค่ 10 คน ต่อกรกับ เลสเตอร์
เลสเตอร์ ต้องเร่งเครื่องเต็มที่เพื่อสามคะแนน และ แฮร์รี่ วิงค์ส นักเตะทีมชาติอังกฤษก็สวมบทฮีโร่ ทำประตูสุดสวยให้ จิ้งจอกสยาม บุกไปชนะ คิวพีอาร์ ที่เหลือสิบคนแบบเหนื่อยสุด ๆ
หลังเกมนี้จบลง เลสเตอร์ นำห่าง ลีดส์ ยูไนเต็ด ทีมอันดับสามถึง 14 คะแนน การเลื่อนชั้นมองเห็นโอกาส สดใส
วิงค์ส ทำประตูชัยอีกแล้ว
เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน 1 เลสเตอร์ ซิตี้ 2
เดอะ ฮอว์ธอร์นส์
เสาร์ 2 ธันวาคม
ดิวส์บิวรี่-ฮอลล์ 72’, วิงค์ส 90+4’ / มาจา 89’
เข้าสู่เดือนพฤศจิกายน หลายคนตั้งคำถามว่า เลสเตอร์ กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มตกหรือไม่หลังจากแพ้ติดต่อกันให้กับลีดส์ ยูไนเต็ด และมิดเดิ้ลสโบรช์
ชัยชนะเหนือ วัตฟอร์ด เป็นชัยชนะนัดเดียวของเดือน การถูก เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ ตีเสมอในช่วงท้ายเกมที่ ฮิลส์โบโร่ห์ ยิ่งเพิ่มความหงุดหงิดให้กับทีมมากขึ้นไปอีก
ลูกโหม่งของ ดิวสบิวรี-ฮอลล์ ทำให้เลสเตอร์ ขึ้นนำ แต่ จอช มาจา มาตีเสมอในนาทีสุดท้ายของเวลาปกติ ทำให้ทัพ "จิ้งจอกสยาม" ใจหล่นวูบกับการเสียแต้มในช่วงท้ายเกมอีกแล้ว
อย่างไรก็ตาม จากจังหวะที่ "แบ็กกี้ส์" บุกใส่อย่างลืมตัว แฮร์รี่ วิงค์ส ก็มาทำประตูชัยในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ จากจังหวะสวนกลับ เลสเตอร์ คว้าชัยชนะได้อย่างหวุดหวิดที่สุด
กลับมาเข้าฟอร์มอีกครั้ง
เบอร์มิ่งแฮม ซิตี้ 2 เลสเตอร์ ซิตี้ 3
เซนต์ แอนดรูว์ส
จันทร์ 18 ธันวาคม
มาวิดิดี้ 10’, 50’, ดิวส์บิวรี่-ฮอลล์ 21’ / เจมส์ 14’, 74’
ชัยชนะบางอย่างให้ความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะในบริบทของการแข่งขันเลื่อนชั้น และหลังจากประสบความสำเร็จเหนือ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน เลสเตอร์ ก็คว้าชัยชนะติดต่อกัน 5 นัด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสถิติไม่แพ้ใคร 10 เกมที่กินเวลาจนถึงปีใหม่
ระหว่างนั้นคือการเดินทางไป เซนต์ แอนดรูว์ ก่อนวันคริสต์มาส และการพบกับ เบอร์มิ่งแฮม ซิตี้ ภายใต้การคุมทัพของ เวย์น รูนี่ย์
การเผชิญหน้ากันอย่างดุเดือดเกิดขึ้น ทำประตูให้ทีมขึ้นนำตั้งแต่ต้นเกม ปลุกเร้าแฟน ๆ ในบ้านที่ไม่ค่อยประทับใจกับการเฉลิมฉลองบนป้ายโฆษณาของ มาวิดิดี้ เท่าไรนัก
หลังจากขึ้นนำไม่นาน เจ้าบ้านตีเสมอได้จาก จอร์แดน เจมส์ ก่อนที่สองประตูของ เคียร์แนน ดิวส์บิวรี่-ฮอลล์ และ สเตฟี่ มาวิดิดี้ จะทำให้เลสเตอร์ หนีห่างไปเป็น 3-1 แม้ว่า จอร์แดน เจมส์ จะมาไล่ยิงคืนอีกหนึ่งประตูแต่ก็ทำได้แค่กดดันเพิ่มเท่านั้น ทัพ "จิ้งจอกสยาม" บุกมาเก็บสามคะแนนสำคัญเอาไว้ได้สำเร็จ
ฟอร์มเทพ ที่ สโต๊ค
สโต๊ค ซิตี้ 0 เลสเตอร์ ซิตี้ 5
เบต 365 สเตเดี้ยม
เสาร์ 3 กุมภาพันธ์
ดาก้า 26’, 66’, แม็คเอเทียร์ 30’, วาร์ดี้ 73’, 90+8’
เป็นชัยชนะในฐานะทีมเยือนที่มีสกอร์ห่างมากที่สุดของเลสเตอร์ ซิตี้ในฤดูกาลนี้ แพทสัน ดาก้าในฐานะตัวจริง และเจมี่ วาร์ดี้ ในฐานะตัวสำรองเหมาคนละ 2 ประตู และ 1 ประตูของเคซี่ย์ แม็คเอเทียร์
“สำหรับฟอร์มการเล่นของนักเตะ ผมคิดว่าฟอร์มในช่วงครึ่งชั่วโมงแรกของเราน่าเหลือเชื่อมาก พวกเราเล่นกันได้ดีมากๆ สร้างโอกาสได้หลายครั้ง คุมเกมไว้ได้ ในครึ่งหลังเราก็ทำได้แบบเดิม เป็นเกมที่ดีที่เราเก็บคลีนชีตได้ และผมมีความสุขมากๆ” เอ็นโซ่ มาเรสก้า กล่าวถึงฟอร์มลูกทีมหลังเกม
ชัยชนะในช่วงท้ายเกม
เลสเตอร์ ซิตี้ 2 เบอร์มิ่งแฮม ซิตี้ 1
คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม
เสาร์ 6 เมษายน
ดิวส์บิวรี่-ฮอลล์ 28’, มาวิดิดี้ 87’ / สแตนฟิลด์ 45’
เป็นเกมที่สุดตึงเครียดสำหรับเลสเตอร์ ซิตี้ ที่สุดท้ายทีม ”จิ้งจอกสยาม“ สามารถเอาชนะคู่แข่งไปได้ในช่วงท้ายเกม และทำให้ทีมกลับคืนสู่ตำแหน่งจ่าฝูงอีกครั้ง
หลังการเสมอกับฮัลล์ ซิตี้ แพ้บริสตอล ซิตี้ ทำให้ลูกทีมของมาเรสก้าต้องเจอกับความกดดัน อย่างไรก็ตามทีมกลับมาเอาชนะได้ 2 เกมติดในเกมกับนอริช ซิตี้ และเบอร์มิ่งแฮม
คีแนน ดิวส์บิวรี่-ฮอลล์ ยิงให้ทีมออกนำไปก่อนในครึ่งแรก เป็นประตูที่ 12 ของเจ้าตัวในฤดูกาล แต่ก็ถูกตีเสมอจากเจย์ สแตนส์ฟิลด์ก่อนจบครึ่งแรก
แต่สุดท้ายในครึ่งหลังตัวสำรองอย่างยูนุส อัคกุนที่เพิ่งถูกเปลี่ยนตัวลงมาไม่นานก็เปิดบอลให้สเตฟี่ มาวิดิดี้โหม่งทำประตูชัยให้เลสเตอร์ ซิตี้เอาชนะไปได้ในช่วง 3 นาทีสุดท้ายแบบสุดระทึกให้แฟนบอลเจ้าถิ่นฉลองกันอย่างบ้าคลั่ง และทำให้การแข่งขันเพื่อโควต้าในการเลื่อนชั้นเป็นไปอย่างสุดสูสี
ยืนหยัดสู้ความท้าทาย
เลสเตอร์ ซิตี้ 2 เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน 1
คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม
เสาร์ 20 เมษายน
เอ็นดิดี้ 22’, วาร์ดี้ 65’ / วัลเลซ 76’
หลังออกไปพ่ายแพ้ให้กับมิลล์วอลล์ และ พลีมัธ อาร์ไกล์ 2 ทีมที่ต้องหนีตกชั้น ทำให้เลสเตอร์ ซิตี้อยู่ในช่วงกดดันอีกครั้ง อย่างไรก็ตามบรรดาคู่แข่งก็ต่างทำแต้มหลุดมือเช่นกัน ทำให้สถานการณ์ของเลสเตอร์ไม่ได้แย่มากนัก
ด้วยสถานการณ์ที่ห้ามพลาดอีก ในการเจอกับทีมที่อยู่ในโซนลุ้นเพลย์ออฟอย่างเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน เลสเตอร์ ต้องขอบคุณฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมของ ฮัมซ่า เชาฮ์ดรี้ ที่ช่วยสกัดบอลบนเส้นเอาไว้ได้ถึงสามครั้ง เซฟให้ทีมเก็บ 3 คะแนนในนัดนี้ได้สำเร็จ
วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้ ยิงให้ทีมออกนำไปก่อน ตามด้วย เจมี่ วาร์ดี้ แม้ก่อนหน้านั้นหัวหอกจอมเก๋าจะพลาดจุดโทษ แต่ เจด วอลเลซ ก็ยิงตีไข่แตกให้ผู้มาเยือนได้ อย่างไรก็ตามสุดท้ายเลสเตอร์ ซิตี้ก็สามารถรักษาสกอร์เอาไว้ และคว้า 3 คะแนนได้สำเร็จ
ใกล้ความสำเร็จเต็มที
เลสเตอร์ ซิตี้ 5 เซาธ์แฮมป์ตัน 0
คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม
อังคาร 23 เมษายน
ฟาตาวู 25’, 75’, 81’, เอ็นดิดี้ 62’, วาร์ดี้ 79’
เซาธ์แฮมป์ตันผู้มาเยือนยังมีลุ้นในการทำอันดับเลื่อนชั้นแบบอัตโนมัติ แต่ก็ต้องเอาชนะในเกมนี้ให้ได้ ส่วนเลสเตอร์ ซิตี้ก็แพ้ไม่ได้เช่นกัน และก็เป็นอับดุล ฟาตาวูที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมทำแฮตทริกได้ในเกมสุดสำคัญนี้
3 คะแนนนี้ทำให้โอกาสเลื่อนแบบอัตโนมัติของทีมอยู่แค่เอื้อม และทำให้แฟนบอลของทีม ”จิ้งจอกสยาม“ ได้นำทำนองเพลง Voulez-Vous ของ ABBA มาแปลงเพื่อร้องเฉลิมฉลองในการทำแฮตทริกครั้งแรกของอับดุล ฟาตาวู
คว้าแชมป์ อีกครั้ง
เปรสตัน นอร์ธ เอนด์ 0 เลสเตอร์ ซิตี้ 3
ดีพเดล
จันทร์ 29 เมษายน
วาร์ดี้ 36’, 52’, แม็คเอเทียร์ 67’
หลังการันตีการเลื่อนชั้นแบบอัตโนมัติเรียบร้อยแล้ว เลสเตอร์ ซิตี้ประศักดาคว้าแชมป์แชมเปี้ยนชิพ หรือลีกระดับดิวิชั่น 2 ของอังกฤษได้เป็นสมัยที่ 8 ด้วยการบุกไปถล่มเปรสตัน นอร์ธ เอนด์ 3-0 ต่อหน้าแฟนบอลที่เดินทางตามไปเชียร์ระดับ 5,000 คน โดยได้ 2 ประตูจากเจมี่ วาร์ดี้ และ 1 ประตูจากเคซี่ย์ แม็คเอเทียร์
แฟนบอลเลสเตอร์ ซิตี้ต่างร้องเพลงเฉลิมฉลองกันไม่หยุด และผู้เล่น เหล่าทีมสต๊าฟ รวมถึง คุณต๊อบ อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานสโมสรของเลสเตอร์ ซิตี้ ก็ต่างร่วมกันเฉลิมฉลองกับการคว้าแชมป์ของทีมต่อหน้าเหล่าแฟนบอลที่เดินทางตามมาเชียร์ในเกมนี้ ก่อนที่จะได้ชูถ้วยแชมป์หลังเกมนัดสุดท้ายของฤดูกาลที่พบกับแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส