การแข่งขันเกมนี้จะคิกออฟกันในเวลา 22.01 น. ตามเวลาประเทศไทย ที่สนามเซนต์ แอนดรูว์ส @ ไนท์เฮด พาร์ก โดยเลสเตอร์ ซิตี้ ตั้งเป้าขยับอันดับบนตารางคะแนนสกายเบต แชมเปี้ยนชิพ ให้ได้
ก่อนหน้าที่คณะกรรมการอิสระจะมีคำตัดสินในวันพฤหัสบดี ซึ่งส่งผลให้สโมสรถูกตัดคะแนนทันที 6 คะแนน และขยับลงมาอยู่อันดับที่ 20 ของตารางคะแนน ทีมงานผู้ฝึกสอนชุดใหญ่ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ณ สนามฝึกซ้อมของสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ เพื่อพูดถึงความพร้อมก่อนเกมพบกับเบอร์มิ่งแฮม ซิตี้
‘โฟกัสที่ผลงานในสนาม’
คุมทีมลงพบ ชาร์ลตัน ที่ คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม
แม้ว่าการคุมทีมข้างสนามนัดแรกของ แอนดี้ คิง จะจบลงด้วยความพ่ายแพ้ต่อ ชาร์ลตัน แอธเลติก แต่โค้ชทีมชุดใหญ่ของเลสเตอร์ ซิตี้ ยังคงตั้งตารอการกลับมาลงทำหน้าที่อีกครั้ง หลังจากสัปดาห์แห่งการเตรียมทีมที่มีประสิทธิภาพ ณ ศูนย์ฝึก ซีเกรฟ พร้อมชี้ให้เห็นถึงสิ่งที่นักเตะทุกคนจำเป็นต้องยกระดับขึ้นมา
“ผมคิดว่านั่นเป็นบทเรียนที่ค่อนข้างโหดร้ายมาก ๆ ในวันเสาร์ที่ผ่านมา” คิง กล่าว “คุณสามารถเตรียมทีมมาได้ดีที่สุดเท่าที่คิดว่าทำได้ และรู้สึกว่าทุกอย่างอยู่ในจุดที่ดีแล้วก่อนเกมจะเริ่ม แต่จากนั้นก็เกิดทั้งใบแดง อาการบาดเจ็บ และการพลาดจุดโทษในครึ่งหลัง”
“สำหรับผมแล้ว มันเป็นประสบการณ์การเรียนรู้ที่ยอดเยี่ยมมาก ผมได้อะไรจากมันเยอะมาก ในหลายช่วงเวลาผมก็รู้สึกสนุกกับมัน การตอบสนองของนักเตะที่มีต่อผมถือว่าดีมาก แต่สุดท้ายแล้ว ผมยืนอยู่ตรงนั้นในวันที่ทีมแพ้คาบ้าน 0-2 ซึ่งมันไม่มีทางเป็นความรู้สึกที่ดีได้”
“ไม่ว่าผมจะรู้สึกอย่างไรกับสโมสรแห่งนี้ ต่อให้บางช่วงผมจะสนุกกับบทบาทนั้นแค่ไหน ผมก็ไม่มีทางรู้สึกดีกับการที่ทีมเป็นฝ่ายแพ้ได้ ตอนนี้เราต้องวางเรื่องนั้นไว้ข้างหลังและเดินหน้าต่อไป การเตรียมทีมตลอดสัปดาห์นี้ถือว่าดีมากอีกครั้ง ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี และนักเตะก็ยอดเยี่ยม แต่ผมไม่ได้มองโลกในแง่ดีเกินไปจนคิดว่าการซ้อมที่ดีจะการันตีคะแนนได้”
“เราทำการบ้านมาดี นักเตะอยู่ในสภาพที่พร้อมแล้ว แต่ทุกอย่างจะตัดสินกันที่ผลงานในวันเสาร์ มันคือเรื่องของการคว้าชัยชนะ สโมสรแห่งนี้จำเป็นต้องกลับมาชนะให้ได้”
คิง ยังกล่าวถึงสิ่งที่เขาให้ความสำคัญเป็นพิเศษตลอดช่วงที่ผ่านมา “สิ่งที่ผมรู้สึกดีคือการได้วางมาตรฐานบางอย่าง ซึ่งผมคิดว่าสโมสรแห่งนี้จำเป็นต้องมี และนำแนวทางที่ผมเชื่อว่าถูกต้องเข้ามาใช้ คุณลงแข่งสัปดาห์ละหนึ่งหรือสองนัด แต่ในชีวิตประจำวัน มาตรฐานและความจริงจังในการทำงานยังสามารถยกระดับได้อีกมาก”
“มันคือมาตรฐานที่นักเตะต้องคาดหวังจากกันและกัน การรับผิดชอบต่อกัน การเรียกร้องสิ่งที่ดีที่สุดจากเพื่อนร่วมทีม”
“ผมไม่ได้พูดถึงเรื่องความทุ่มเท เพราะนักเตะทุกคนพยายามเต็มที่อยู่แล้ว แต่คำถามคือ เราจะสามารถสร้างวัฒนธรรมและสิ่งที่พวกเขาเชื่อมั่นและภูมิใจในตัวเองได้หรือไม่ ในขณะเดียวกัน ก็ต้องกล้าที่จะพูดในสิ่งที่ไม่พอใจ และเรียกร้องมาตรฐานที่สูงขึ้นจากกันและกันด้วย”
“นั่นไม่ได้หมายความว่าจะต้องตำหนิใครตลอดเวลา แต่คือการกำหนดทิศทางที่ชัดเจนว่า เรากำลังมุ่งไปทางนี้ และคุณจะก้าวไปพร้อมกับเราหรือไม่ พร้อมยืนหยัดอย่างหนักแน่นกับสิ่งเหล่านี้”
‘ยกระดับความแข็งแกร่งทางกายภาพ’
คริส เดวีส์ อดีคโค้ช เลสเตอร์ กุมบังเหียน เบอร์มิ่งแฮม ในเกมวันเสาร์นี้
ในการวิเคราะห์คู่แข่งนัดถัดไปอย่าง เบอร์มิ่งแฮม ซิตี้ ซึ่งคุมทีมโดย คริส เดวีส์ อดีตโค้ชทีมชุดใหญ่ของเลสเตอร์ ซิตี้ นั้น แอนดี้ คิง วัย 43 ปี ได้กล่าวถึงผลงานอันโดดเด่นของคู่แข่งรายนี้ หลังเก็บชัยชนะเหนือจ่าฝูงอย่าง โคเวนทรี ซิตี้ และไม่แพ้ใครติดต่อกันมาแล้ว 6 นัดในทุกรายการนับตั้งแต่วันขึ้นปีใหม่
“พวกเขาเป็นทีมที่แข็งแกร่งมาก” คิง กล่าว “คริส [เดวีส์] ทำงานได้ยอดเยี่ยมที่นั่น หลังจากเลื่อนชั้นขึ้นมาจากลีก วัน เมื่อฤดูกาลที่แล้ว พวกเขาก็กวาดเรียบทั้งลีก ผมรู้จักเขาดี เขาเคยเป็นโค้ชที่นี่ตอนผมยังเป็นนักเตะ และเขาเป็นคนที่มีคุณภาพมาก”
“ผมไม่แปลกใจเลยกับเส้นทางในงานผู้จัดการทีมของเขา และความสำเร็จที่เขาทำได้ในช่วงเวลาสั้น ๆ มันจะเป็นเกมที่ยากแน่นอน พวกเขาใช้เงินลงทุนค่อนข้างมากทั้งช่วงซัมเมอร์และตลาดเดือนมกราคม”
“พวกเขาเสริมทีมด้วยนักเตะที่พร้อมเล่นในระดับนี้จริง ๆ ฟอร์มช่วงหลังถือว่าน่าประทับใจมาก และเมื่อเล่นในบ้าน พวกเขาแข็งแกร่งเป็นพิเศษ เรารู้ดีว่าการไปเยือนเบอร์มิงแฮมจะไม่ใช่เรื่องง่าย เราต้องเตรียมตัวให้พร้อม แต่ขณะเดียวกัน เราก็ต้องเชื่อมั่นในตัวเองในฐานะนักเตะในห้องแต่งตัวด้วย”
คิง ยังย้ำถึงสิ่งที่เขาถือว่าเป็น “สิ่งที่ยอมลดราวาศอกไม่ได้” สำหรับทุกเกมที่เขาทำหน้าที่คุมทีม “สำหรับทุกเกมที่ผมคุมทีม สิ่งที่ต่อรองไม่ได้คือ ความดุดันและการเล่นเชิงรุก เราวิ่งมากพอหรือไม่ เข้าปะทะมากพอหรือเปล่า และทำตามแท็กติกที่วางไว้หรือไม่ ขณะเดียวกัน ก็ต้องเล่นด้วยอิสระและมีความสุขกับเกม”
“เบอร์มิ่งแฮมจะเปิดเกมเข้าใส่เรา พวกเขาดุดัน มีสไตล์การเล่นที่ชัดเจน และมีนักเตะคุณภาพหลายคน สิ่งแรกที่เราต้องทำคือ สู้เรื่องความแข็งแกร่งทางกายภาพและอัตราการทำงานให้ได้ก่อน จากนั้น เมื่อเราได้ครองบอล เราจะทำอย่างไรเพื่อเป็นฝ่ายกำหนดเกมใส่พวกเขา หวังว่าคุณภาพฟุตบอลของเราจะช่วยสร้างความแตกต่างได้”
“ผมค่อนข้างพอใจกับสิ่งที่เห็นในครึ่งหลังของเกมกับชาร์ลตัน แม้เราจะเหลือผู้เล่นแค่ 10 คน แต่เราก็มีโอกาสยิงประตูหลายครั้ง แน่นอนว่าคุณภาพของโอกาสยังต้องดีกว่านี้ และเราต้องยิงให้ตรงกรอบมากขึ้น แต่ก็ถือว่าเป็นเกมลีกที่เรามีจำนวนการยิงมากเป็นอันดับสองของฤดูกาล”
‘การผสมผสานที่ลงตัว’
แอนดี้ คิง แสดงความพอใจกับการเสริมทัพในวันปิดตลาดนักเตะช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากที่เลสเตอร์ ซิตี้ สามารถคว้าผู้เล่นใหม่เข้ามาได้ถึง 4 ราย ซึ่งทั้งหมดมีโอกาสประเดิมสนามให้ทีมได้ทันที
อดีตกองกลางจิ้งจอกสยามกล่าวว่า “เรามีนักเตะหน้าใหม่เข้ามา ซึ่งนำพลังงานใหม่ ๆ และคุณภาพที่แตกต่างจากสิ่งที่เรามีอยู่แล้ว รวมถึงช่วยเพิ่มความลึกให้กับขุมกำลังของทีมด้วย”
คิง ให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับการเข้ามาของ จามาล ลาสเซลส์ “จามาล [ลาสเซลส์] สำคัญกับเรามาก สัปดาห์ที่แล้วเรามี บาเด้ [อลูโก] ซึ่งอายุเพียง 18 ปี ลงเล่นแบ็กขวาแต่ต้องไปยืนเป็นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ เขาทำผลงานได้ยอดเยี่ยมมาก แต่ตำแหน่งนั้นไม่ใช่ตำแหน่งธรรมชาติของเขา และมันก็คงไม่ยุติธรรมถ้าจะให้เขาเล่นตรงนั้นเกินกว่าสถานการณ์ฉุกเฉิน”
“เขาเป็นแบ็กขวาที่สามารถเล่นแบ็กซ้ายได้ และในระยะยาวเขามองอนาคตของตัวเองในตำแหน่งฟูลแบ็ก ซึ่งเขามีอนาคตที่สดใสรออยู่”
“การมีจามาลเข้ามา ทำให้เราได้ทั้งประสบการณ์และความรู้ในเกมรับ เขามีภาวะผู้นำ และเขาก็แสดงออกอย่างชัดเจนแล้วในเรื่องของความคาดหวังที่มีต่อเพื่อนร่วมทีม รวมถึงมาตรฐานที่เขาต้องการผลักดันให้กลุ่มนักเตะเดินไปข้างหน้า ผมคิดว่าเขาจะมีบทบาทสำคัญอย่างมาก คุณไม่สามารถเป็นกัปตันทีมของนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ได้นานถึง 10 ปี หากคุณไม่ใช่ผู้นำและไม่ใช่คนที่มีบุคลิกภาพที่ดี”
นอกจากนี้ คิง ยังกล่าวถึง โจ อาริโบ อีกหนึ่งแข้งใหม่ของทีม “โจ อาริโบ ผ่านเกมใหญ่มามาก เป็นนักเตะทีมชาติไนจีเรีย และเคยลงเล่นพร้อมทำประตูได้ในนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก ผมเคยเล่นร่วมกับเขามาก่อน ดังนั้นผมรู้จักเขาเป็นอย่างดี ทั้งในแง่ของคาแร็กเตอร์ บุคลิกภาพ และคุณภาพฝีเท้า”
“เขาสามารถเล่นได้หลากหลายตำแหน่ง เขาเคยเล่นเป็นกองหน้าในนัดชิงยูโรป้า ลีก เล่นได้ทุกตำแหน่งในแดนกลาง หรือขยับไปเล่นริมเส้นก็ได้ เขาผ่านเกมระดับสูงมานับร้อยนัด และเข้าใจดีว่าการเล่นในระดับนี้ต้องใช้อะไรบ้าง”
การเสริมทัพด้วยผู้เล่นมากประสบการณ์เข้าสู่ทีม
“เขามีความตั้งใจอย่างมากที่จะย้ายมาเพื่อเริ่มต้นเส้นทางอาชีพของตัวเองอีกครั้งหนึ่ง เขาอยู่กับเซาธ์แฮมป์ตันมาระยะหนึ่ง และสถานการณ์ก็ดูจะเริ่มนิ่งสำหรับเขาไปบ้าง เขารู้จักผมดี และรู้ว่าผมคาดหวังอะไรจากนักเตะ นั่นจึงเป็นความเหมาะสมที่ดีสำหรับเราด้วย”
คิง กล่าวถึง ดีไวน์ มูคาซ่า ว่า “ดีไวน์ [มูคาซ่า] เป็นนักเตะที่สโมสรติดตามดูมาสักระยะแล้ว ตั้งแต่ก่อนที่ผมจะเข้ามารับบทบาทนี้ด้วยซ้ำ เขาเป็นนักเตะที่มีพรสวรรค์สูงมาก ลงเล่นให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชุดใหญ่ไปแล้วถึง 6 นัด และนั่นไม่ใช่แค่การลงมาเป็นตัวสำรองเพียงครั้งเดียว”
“เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ไม่ได้มอบโอกาสประเดิมสนามให้กับใครก็ได้ เขาไม่ใช่คนที่จะส่งเด็ก ๆ ลงเล่นในเกมคาราบาว คัพ แบบลองเชิงเท่านั้น คุณสามารถมองเห็นพรสวรรค์ที่เขามีได้อย่างชัดเจน เขาจะเป็นนักเตะที่สำคัญกับเรา และอาจเป็นคนที่ช่วยปลดล็อกเกมให้กับทีมได้ ด้วยความคิดสร้างสรรค์และความสามารถในการเล่นได้ทั้งสองเท้า”
สำหรับ ดูจวน ริชาร์ดส์ คิง กล่าวเสริมว่า “ดูจวน [ริชาร์ดส์] เป็นนักเตะที่น่าตื่นเต้นมาก เขามีทั้งความเร็วและพละกำลัง เล่นเกมริมเส้นได้ดี และมีเท้าซ้ายที่หนักหน่วง เขาสามารถลงมาเปลี่ยนเกมได้ และมอบสิ่งที่แตกต่างให้กับทีม”
“เมื่อทั้งสี่คนผสมผสานกัน คุณจะได้ทั้งประสบการณ์ ความรู้ในเกม และภาวะผู้นำ รวมถึงความพิเศษแบบ ‘เอ็กซ์แฟกเตอร์’ จากนักเตะดาวรุ่งสองคนที่เล่นด้วยความกล้า ไม่เกรงกลัวใคร และมีคุณภาพ”
“ผมมั่นใจว่าพวกเขาจะก้าวไปสู่การมีอาชีพค้าแข้งที่ยิ่งใหญ่ในอนาคต แต่สำหรับตอนนี้ นี่คือก้าวแรกบนเส้นทางนั้น และเป็นการสัมผัสฟุตบอลระดับอาชีพอย่างแท้จริง พวกเขาจะได้ประโยชน์จากการผสมผสานกับนักเตะที่มีประสบการณ์ภายในทีมด้วย”