อดีตผู้รักษาประตูของพอร์ตสมัธ, สโต๊ค ซิตี้, เชลซี, เอเอฟซี บอร์นมัธ, เอฟเวอร์ตัน และควีนส์พาร์ค เรนเจอร์ส รายนี้ ได้เซ็นสัญญาระยะเวลา 1 ปี กับเลสเตอร์ ซิตี้ และได้กลับมาร่วมงานกับกุนซือ มาร์ตี ชิฟูเอนเตส อีกครั้ง เพื่อเริ่มต้นลุยศึกสกาย เบต แชมเปี้ยนชิพ
ด้วยประสบการณ์การลงเล่นระดับสูงเกือบ 450 นัด อดีตนายด่านทีมชาติบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนาวัย 38 ปีรายนี้ ได้เข้ามาเสริมในตำแหน่งผู้รักษาประตูของทีม และเขามั่นใจว่าเขาจะสามารถช่วยให้เพื่อนร่วมทีมประสบความสำเร็จได้ พร้อมทั้งมีบทบาทสำคัญในสนามเช่นกัน
เบโกวิช กล่าวเมื่อวันอังคารว่า “ผมรู้สึกตื่นเต้นมาก มันเป็นความยินดีอย่างยิ่งที่ได้มาอยู่ที่นี่ และเป็นเกียรติที่ได้ร่วมงานกับสโมสรที่ยอดเยี่ยมแบบนี้ ผมแทบรอไม่ไหวที่จะได้เริ่มต้น ผมหวังว่าผมจะนำความเป็นผู้นำและประสบการณ์มาสู่ทีมได้ เพราะผมอยู่ในการแข่งขันนี้มาหลายปี และหวังว่าจะสามารถใช้สิ่งเหล่านี้เพื่อช่วยทีมได้ พร้อมทั้งแสดงคุณภาพของตัวเองด้วย"
“ท้ายที่สุดแล้ว ผมจะทำทุกอย่างที่ทีมต้องการ ทุกอย่างที่ผู้จัดการทีมต้องการ สโมสรนี้สมควรได้รับความสำเร็จทุกอย่างที่พวกเขาต้องการ สำหรับผม มันคือการมีส่วนร่วมในทุกอย่างที่ทำได้ และผมก็ตั้งตารอที่จะทำเช่นนั้น"
“ผมตื่นเต้นมากที่จะได้เริ่มต้น ไม่ใช่ทุกวันที่คุณจะได้รับการติดต่อจากสโมสรระดับนี้ หวังว่าเราจะมีฤดูกาลที่น่าตื่นเต้น และสามารถท้าทายตำแหน่งหัวตาราง พร้อมกับผลักดันสโมสรให้เลื่อนชั้น และกลับไปอยู่ในที่ที่ควรจะเป็น ด้วยกลุ่มนักเตะ สต๊าฟฟ์ และทุกสิ่งที่นี่ ทุกอย่างของเราพร้อมสำหรับการประสบความสำเร็จ”
อัสเมียร์ เบโกวิช ตื่นเต้นที่จะได้กลับมาร่วมงานกับกุนซือ มาร์ตี ชิฟูเอนเตส อีกครั้ง
เบโกวิช ซึ่งเคยร่วมงานกับ มาร์ตี ชิฟูเอนเตส ที่ควีนส์พาร์ค เรนเจอร์ส รู้ถึงแนวทางและวิธีการทำงานของผู้จัดการทีมจิ้งจอกสยาม คนใหม่รายนี้เป็นอย่างดี และเขาก็รู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เห็นกุนซือชาวสเปนรายนี้นำแนวคิดของเขามาปรับใช้ที่เลสเตอร์ ซิตี้ ที่มีนักเตะคุณภาพสูงหลายคน
ผู้รักษาประตูรายนี้กล่าวเพิ่มเติมว่า “ผมได้พูดคุยกับเขา ซึ่งมันดีมาก แน่นอนว่าการมีความคุ้นเคยกับเขาและรู้ว่าเขาทำงานอย่างไรช่วยได้เยอะ มันทำให้การปรับตัวเข้ากับทีมง่ายขึ้น และผมก็ตั้งตารอที่จะได้ร่วมงานกับเขาอีกครั้ง”
“ตอนที่อยู่ที่ คิวพีอาร์ เรามีช่วงเวลาที่ดีมาก และทำผลงานได้ดีในช่วงเวลานั้น มันเป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นมาก ผมคิดว่าเขาทำผลงานกับ คิวพีอาร์ ได้ดีมากแม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่ท้าทาย”
“ตอนนี้เขาได้มาคุมทีมที่มีขุมกำลังยอดเยี่ยม และเต็มไปด้วยนักเตะที่มีคุณภาพระดับท็อป ผมคิดว่าเขาพร้อมแล้ว และต้องการเติบโตไปอีกขั้น เขารู้สึกตื่นเต้น และพวกเราทุกคนก็ตื่นเต้นกับฤดูกาลที่กำลังจะมาถึงเช่นกัน”
“ถ้าพวกเราทุกคนเข้าใจตรงกันและเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน ผมคิดว่าเราจะมีฤดูกาลที่ดีมากๆ ได้ เขา (มาร์ตี ชิฟูเอนเตส) เองก็มีประสบการณ์ในแชมเปี้ยนชิพด้วย เขาคุมทีมมาเกือบสองฤดูกาลในอังกฤษ ซึ่งถือว่าช่วยได้เยอะมาก เพราะการที่คุณย้ายมาจากต่างประเทศแล้วต้องปรับตัวให้เข้ากับฟุตบอลอังกฤษ มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย”
“แต่เขาสามารถทำได้อย่างรวดเร็ว เขามีแนวทางชัดเจนว่าเขาต้องการทำงานอย่างไร เขาจัดการทุกอย่างได้เป็นระบบมากๆ และผมคิดว่านักเตะจะปรับตัวกับเขาได้ดีมากแน่นอน”
“ผมรู้ว่าทีมมีทริปที่ดีในออสเตรีย และตอนนี้เราทุกคนก็ตั้งตารอช่วงที่เหลือของพรีซีซั่น และเริ่มต้นฤดูกาลกับเชฟฟิลด์ เวนส์เดย์ ให้ดีที่สุด”
นอกจากนี้ เบโกวิชยังรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ร่วมงานกับผู้รักษาประตูคนอื่นๆ ของทีม ซึ่งเขาติดตามและชื่นชมมานาน อีกทั้งยังรู้จักนักเตะหลายคนในทีมอยู่แล้ว ทำให้เขายิ่งกระตือรือร้นที่จะเริ่มต้นฝึกซ้อมที่ซีเกรฟ
เขาอธิบายว่า “ผมรู้จักกลุ่มผู้รักษาประตูของทีมนี้ดีมาก โดยเฉพาะ แมดส์ เฮอร์แมนเซ่น และ ยาคุบ สโตลาร์ชิค แล้วก็มี สตีวี่ เบาเซอร์ กับเด็กๆ รุ่นเยาวชนอีกด้วย”
เบโกวิช จะเข้ามาแบ่งปันประสบการณ์ให้กับนักเตะคนอื่นๆ ในทีม
“ผมตั้งตารอที่จะได้ร่วมงานกับพวกเขา (ผู้รักษาประตูคนอื่นๆ) ไม่ว่าจะเป็นการมอบประสบการณ์ ความเป็นผู้นำ หรือแม้แต่แบ่งปันสิ่งที่ผมได้เรียนรู้มา หากพวกเขาอยากถามหรือขอคำแนะนำ ผมยินดีเสมอ และเราจะช่วยกันผลักดันซึ่งกันและกัน เพื่อยกระดับมาตรฐานในทุกๆ วัน”
“เราทุกคนอยากเก่งขึ้นในทุกวัน และผมคิดว่าพวกเขาเหล่านั้นมีพรสวรรค์มากๆ พวกเขายังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของอาชีพก็จริง แต่ผมเห็นถึงอนาคตอันยิ่งใหญ่ในเกมลูกหนัง หากผมสามารถช่วยอะไรพวกเขาได้ ผมก็พร้อมที่จะทำ”
“ถ้าคุณดูที่ขุมกำลังนักเตะของทีมตอนนี้ คุณจะเห็นคุณภาพที่ชัดเจน ผมเคยลงเล่นกับนักเตะหลายคนในทีมนี้มาหลายปี บางคนก็เป็นเพื่อนที่ดี เช่น คอเนอร์ โคดี้ ที่เคยเป็นเพื่อนร่วมทีมของผมที่เอฟเวอร์ตัน และก็ยังมีอีกหลายคนที่ผมรู้จักจากการค้าแข้งในอังกฤษมานาน”
“ผมรู้สึกตื่นเต้นที่ได้มาเป็นส่วนหนึ่งของทีม และพร้อมจะช่วยเหลือในทุกทางที่ทำได้ และทำผลงานให้ดีที่สุดในสนามเพื่อให้ทีมได้ผลการแข่งขันตามที่ต้องการ”
“สิ่งที่ผมได้เรียนรู้มาตลอดหลายปีคือ หากทีมจะประสบความสำเร็จ ทุกคนต้องละทิ้งอีโก้ มันไม่ใช่เกี่ยวกับเราคนเดียว แต่คือการทำตามที่ผู้จัดการทีมต้องการ และไม่ว่าคุณจะอยู่ในบทบาทไหน คุณต้องเป็นดาวเด่นในบทบาทนั้น ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด”
“สำหรับผม มันคือการทำทุกอย่างที่ถูกขอให้ทำ และถ้าเรามีความสามัคคี มีความเชื่อ และมีจิตวิญญาณของทีม เราจะประสบความสำเร็จได้มากมาย สิ่งสำคัญสำหรับผมคือการช่วยเหลือในทุกทางที่ทำได้”