ย้อนรอยประวัติศาสตร์ เลสเตอร์ ซิตี้ ประเดิมเหย้าใหม่ดวลบิลเบา
ก่อนที่ทัพจิ้งจอกสยาม จะเดินทางไปเยือนสเปนในช่วงปลายฤดูร้อนนี้ เราจะพาย้อนเวลากลับไปรำลึกถึงเหตุการณ์เมื่อครั้งที่เราเปิดบ้านรับการมาเยือนของแอธเลติก คลับ ซึ่งถือเป็นเกมการแข่งขันนัดแรกในประวัติศาสตร์ของสนามฟิลเบิร์ต เวย์
Leicester City 2002
Leicester City 2002
by Sam Stevens
Published
06 Jul 2026
ย้อนรอยประวัติศาสตร์ เลสเตอร์ ซิตี้ ประเดิมเหย้าใหม่ดวลบิลเบา
ก่อนที่ทัพจิ้งจอกสยาม จะเดินทางไปเยือนสเปนในช่วงปลายฤดูร้อนนี้ เราจะพาย้อนเวลากลับไปรำลึกถึงเหตุการณ์เมื่อครั้งที่เราเปิดบ้านรับการมาเยือนของแอธเลติก คลับ ซึ่งถือเป็นเกมการแข่งขันนัดแรกในประวัติศาสตร์ของสนามฟิลเบิร์ต เวย์
Sam Stevens
ย้อนรอยประวัติศาสตร์ เลสเตอร์ ซิตี้ ประเดิมเหย้าใหม่ดวลบิลเบา
ก่อนที่ทัพจิ้งจอกสยาม จะเดินทางไปเยือนสเปนในช่วงปลายฤดูร้อนนี้ เราจะพาย้อนเวลากลับไปรำลึกถึงเหตุการณ์เมื่อครั้งที่เราเปิดบ้านรับการมาเยือนของแอธเลติก คลับ ซึ่งถือเป็นเกมการแข่งขันนัดแรกในประวัติศาสตร์ของสนามฟิลเบิร์ต เวย์
Sam Stevens
ย้อนรอยประวัติศาสตร์ เลสเตอร์ ซิตี้ ประเดิมเหย้าใหม่ดวลบิลเบา
ก่อนที่ทัพจิ้งจอกสยาม จะเดินทางไปเยือนสเปนในช่วงปลายฤดูร้อนนี้ เราจะพาย้อนเวลากลับไปรำลึกถึงเหตุการณ์เมื่อครั้งที่เราเปิดบ้านรับการมาเยือนของแอธเลติก คลับ ซึ่งถือเป็นเกมการแข่งขันนัดแรกในประวัติศาสตร์ของสนามฟิลเบิร์ต เวย์
Sam Stevens
ย้อนรอยประวัติศาสตร์ เลสเตอร์ ซิตี้ ประเดิมเหย้าใหม่ดวลบิลเบา
ก่อนที่ทัพจิ้งจอกสยาม จะเดินทางไปเยือนสเปนในช่วงปลายฤดูร้อนนี้ เราจะพาย้อนเวลากลับไปรำลึกถึงเหตุการณ์เมื่อครั้งที่เราเปิดบ้านรับการมาเยือนของแอธเลติก คลับ ซึ่งถือเป็นเกมการแข่งขันนัดแรกในประวัติศาสตร์ของสนามฟิลเบิร์ต เวย์
Sam Stevens
เลสเตอร์ ซิตี้ มีคิวลงสนามพบกับ กาดิซ ในคืนวันพุธที่ 22 กรกฎาคม และพบกับ มาลาก้า ในคืนวันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม ซึ่งทั้งสองนัดจะแข่งที่สนาม เอสตาดิโอ นูเอโบ มิราดอร์ ในเมืองอัลเฆสิรัส ในระหว่างที่ทีมกำลังเดินหน้าเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันในศึกสกาย เบต ลีกวัน
อย่างไรก็ตาม หากย้อนกลับไปในปี 2002 ช่วงเวลาที่ทีมย้ายจากสนาม ฟิลเบิร์ต สตรีท ไป คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม (สนามเหย้าปัจจุบัน) โดยคู่แข่งทีมแรกที่เดินทางมาร่วมเป็นเกียรติในเกมนัดเปิดประเดิมสนามแห่งใหม่นี้ก็คือ สโมสรแอธเลติก บิลเบา จากประเทศสเปน
สำหรับแฟนบอลรุ่นใหม่ ภาพการแข่งขันเกมเหย้าที่ไม่ใช่สนาม คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม อาจเป็นเรื่องยากที่จะจินตนาการออก
อย่างไรก็ตาม แฟนบอลผู้ใหญ่หรือแฟนบอลรุ่นเก๋าของพวกเขา จะยังคงดื่มด่ำและจดจำช่วงเวลาต่างๆ ที่เคยได้สัมผัสของสนามฟิลเบิร์ต สตรีท ไปตลอดชีวิตที่เหลือของพวกเขา
นับตั้งแต่การแข่งขันนัดแรกเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 1891 จนกระทั่งถึงนัดสุดท้ายเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2002 สนามฟิลเบิร์ต สตรีท คือสถานที่ที่เรียกว่า "บ้าน" มาโดยตลอด
ในช่วงแรกเริ่มเดิมทีนั้นมีการต่อต้านการย้ายสนามเกิดขึ้น และความรักความผูกพันที่แฟนบอลเลสเตอร์ มีต่อฟิลเบิร์ต สตรีท นำไปสู่การก่อสร้างอัฒจันทร์ คาร์ลิ่ง สแตนด์ เพื่อเข้าแทนที่อัฒจันทร์หลัก ในช่วงฤดูร้อนของปี 1993
Filbert Street
อัฒจันทร์ฝั่งใหม่ดังกล่าว ซึ่งมีรายงานว่าใช้ทุนสร้างราวๆ 6 ล้านปอนด์ สามารถรองรับผู้ชมได้ 9,500 ที่นั่ง และช่วยขยายพื้นที่สิ่งอำนวยความสะดวกในส่วนต้อนรับแขกวีไอพีของสโมสร
อย่างไรก็ตาม ภายใต้การคุมทีมของ มาร์ติน โอนีล ทัพจิ้งจอกสยามเติบโตอย่างรวดเร็วจนกลายมาเป็นทีมแกร่งในวงการฟุตบอลอังกฤษ โดยสามารถคว้าแชมป์ลีกคัพมาครองได้ 2 สมัย และจบฤดูกาลด้วยอันดับครึ่งบนของตารางคะแนนติดต่อกันถึง 4 ฤดูกาล
เมื่อ เลสเตอร์ ซิตี้ ต้องลงฟาดแข้งกับ แอตเลติโก มาดริด แบบเหย้า-เยือน ในรายการยูฟ่า คัพ ฤดูกาล 1997/98 (หรือรายการยูโรป้า ลีก ในปัจจุบัน) ความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างสนาม บิเซนเต้ กัลเดรอน กับสนาม ฟิลเบิร์ต สตรีท ก็เป็นสิ่งที่ยากจะมองข้าม
แม้ว่าในช่วงปีท้ายๆ ก่อนจะถูกรื้อถอน สนามแห่งนี้จะถูกเปลี่ยนชื่อเรียกเป็น ซิตี้ บิสซิเนส สเตเดี้ยม ทว่าฟิลเบิร์ต สตรีท ก็มีบรรยากาศการเชียร์อันดุดันและส่งเสียงอื้ออึงเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งผู้จัดการทีมเลสเตอร์ในแต่ละยุคสมัยต่างใช้ประโยชน์จากจุดนี้มาตลอด
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการยื่นขอใบอนุญาตจัดสรรพื้นที่เพื่อปรับปรุงสนามเพิ่มเติมกลายเป็นเรื่องยากที่จะได้รับอนุมัติ มันจึงเริ่มเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ ว่า เลสเตอร์ ซิตี้ จำเป็นจะต้องย้ายสถานที่ตั้งสนามแห่งใหม่ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของโลกฟุตบอลในศตวรรษที่ 21
ในข้อเท็จจริงนั้น โอนีลเคยพูดเอาไว้ครั้งหนึ่งว่า เขาจะต้องพานักเตะใหม่ที่กำลังจะเซ็นสัญญาเดินถอยหลังออกมาจากอุโมงค์ห้องแต่งตัว เพื่อป้องกันไม่ให้พวกเขามองเห็นสภาพอันทรุดโทรมของอัฒจันทร์ฝั่งตะวันออก
ภายหลังจากการเจรจาร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในท้องถิ่น ในที่สุดงานก่อสร้างสนามแห่งใหม่ขนาดความจุ 32,312 ที่นั่ง ที่บริเวณ ฟรีแมนส์ วอร์ฟ ก็ได้เริ่มต้นขึ้นในปี 2001 ซึ่งเพิ่มจำนวนที่นั่งขึ้นจากสนามฟิลเบิร์ต สตรีท เดิมมากกว่า 10,000 ที่นั่ง
เมื่อถึงเวลาที่งานก่อสร้างเริ่มต้นขึ้น โอนีล ผู้เป็นที่รักของแฟนๆ ได้อำลาสโมสรไปร่วมทีมเซลติกแล้ว และภายใต้การคุมทีมของ ปีเตอร์ เทย์เลอร์ ทัพจิ้งจอกสยามได้เริ่มต้นฤดูกาลสุดท้าย ที่บ้านอันเป็นที่รักตลอด 111 ปีของพวกเขาในรูปแบบที่ย่ำแย่
Dave Bassett
ก่อนหน้าเกมนัดเปิดสนามของฤดูกาล 2001/02 ซึ่งจบลงด้วยความพ่ายแพ้ต่อ โบลตัน วันเดอเรอร์ส ยับเยิน 5-0 ในหนังสือโปรแกรมการแข่งขันของเลสเตอร์ ระบุไว้ว่า "โปรแกรมการแข่งขันในวันนี้ ถือเป็นการเปิดฉากฤดูกาลสุดท้ายครั้งประวัติศาสตร์ ที่ สนามฟิลเบิร์ต สตรีท
เมื่อถึงเกมที่ อิปสวิช ทาวน์ เดินทางมาเยือนในวันเสาร์ที่ 8 กันยายน ศูนย์บริการข้อมูลผู้เข้าชม ที่ไซต์ก่อสร้างสนามแห่งใหม่ ก็ได้ต้อนรับผู้มาเยือนคนที่ 5,000 เป็นที่เรียบร้อย โดยมีสิ่งอำนวยความสะดวกคอยให้บริการพาชมแบบแปลนจำลองผ่านทัวร์เสมือนจริง
ต่อมา โครงสร้างเหล็กเริ่มมองเห็นเด่นชัดในพื้นที่ก่อสร้าง และเดือนตุลาคมก็เป็นจุดเริ่มต้นของการที่ผู้ถือตั๋วปีจำนวน 13,000 ราย เข้ามาทยอยจับจองและเลือกที่นั่งของตนเองท่ามกลางอัฒจันทร์ทั้ง 4 ฝั่งของสนามแห่งใหม่
ในขณะที่งานก่อสร้างดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ระบบออนไลน์ของสโมสรก็ได้รับการยกระดับเช่นกัน ด้วยการปรับโฉมรูปแบบหน้าเว็บไซต์ LCFC.com ใหม่ทั้งหมด ซึ่งรวมถึงการติดกล้องเว็บแคมสตรีมมิ่งภาพบรรยากาศสดจากไซต์งานก่อสร้างอีกด้วย
เทย์เลอร์ แยกทางกับทีมไปในเดือนกันยายน 2001 ในช่วงที่เลสเตอร์ร่วงไปจมอยู่อันดับบ๊วยของตารางพรีเมียร์ลีก ส่งผลให้แฟนบอลต้องเริ่มยอมรับความจริงกับโอกาสที่พวกเขาจะต้องไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ในสนามเหย้าแห่งใหม่ในลีกระดับสอง
เขาถูกแทนที่โดยทีมงานบริหารของ เดฟ บาสเซ็ตต์ และ มิกกี้ อดัมส์ ซึ่งในรายหลังได้ก้าวขึ้นมาคุมทีมเดี่ยวอย่างเต็มตัวในช่วงเดือนสุดท้ายของฤดูกาล 2001/02 หลังจากที่ทีมได้รับการยืนยันการตกชั้นอย่างเป็นทางการแล้ว
ในขณะที่กำหนดการย้ายเข้าใกล้เข้ามา หนังสือสิ่งพิมพ์พิเศษ 3 เล่มจบที่ชื่อว่า บลูพริ้นท์ ก็ได้ถูกวางจำหน่าย ที่ร้านค้าฟ็อกซ์ เลเชอร์ ของสนามฟิลเบิร์ต สตรีท ในราคาเล่มละ 3 ปอนด์ เพื่อมอบเนื้อหาเจาะลึกเบื้องหลังการทำงานแบบเอ็กซ์คลูซีฟ
กิจกรรมวันเปิดสนาม ได้ถูกจัดขึ้นบนถนน ฟิลเบิร์ต เวย์ (ถนนสายที่ตัดรอบล้อมสนามแข่ง) โดยมีแฟนบอลหลายพันคนมักจะมาเข้าแถวต่อคิวกันยาวเหยียดรอบตึกเพื่อรอคอยที่จะได้ชมบ้านหลังใหม่ของเลสเตอร์เป็นครั้งแรก
Dave Bassett
บริเวณด้านหน้าอาคารที่เป็นกระจกอันงดงามตระการตา ได้ก่อสร้างเสร็จสิ้นลงในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ช่วยมอบภาพลักษณ์ฉากหลังอันเป็นสัญลักษณ์สำคัญของสโมสร ซึ่งจะกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์ประจำทีมเลสเตอร์ ซิตี้ ในอีกหลายปีต่อมา
ในวันเสาร์ที่ 11 พฤษภาคม เสียงนกหวีดยาวหมดเวลาการแข่งขันนัดสุดท้ายที่เป็นการปิดฉากความผูกพันของ เลสเตอร์ ซิตี้ กับสนามฟิลเบิร์ต สตรีท ได้ดังขึ้น โดยลูกทีมของอดัมส์สามารถเอาชนะ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ไปได้ด้วยสกอร์ 2-1
ประตูในช่วงครึ่งหลังจากการทำประตูของ พอล ดิคอฟ และ แมตต์ ไพเพอร์ ช่วยเก็บ 3 คะแนนให้แก่เลสเตอร์ และเป็นการปิดฉากหน้าประวัติศาสตร์ฟุตบอลยาวนาน 111 ปี ที่สนามฟิลเบิร์ต สตรีท ต่อหน้าแฟนบอลจำนวน 21,716 คน
ในตอนที่ฝูงชนหลั่งไหลเดินทางมาสู่สนามเก่า แฟนบอลหลายคนปรับอารมณ์ร่วมให้เข้ากับบรรยากาศด้วยการเลือกซื้อหนังสือโปรแกรมฉบับอนุสรณ์พิเศษ ซึ่งรวบรวมภาพเหตุการณ์ไฮไลต์สำคัญๆ ตลอดระยะเวลากว่าหนึ่งศตวรรษที่ฟิลเบิร์ต สตรีท
หลังจากจบครึ่งแรกไปด้วยผลเสมอไร้สกอร์ เทดดี้ เชอริงแฮม ก็ทำประตูให้สเปอร์ส ขึ้นนำไปก่อนจากการยิงจุดโทษในนาทีที่ 54 ซึ่งเป็นบทลงโทษจากการที่ ลี มาร์แชลล์ ไปทำฟาวล์ทำลายจังหวะ สตีเฟน เคลเมนซ์ กองกลางทีมเยือนล้มลงในกรอบเขตโทษ
เลสเตอร์ ตอบโต้ด้วยการเร่งจังหวะเกมขึ้นมา และในอีก 6 นาทีต่อมา มาร์แชลล์ ก็แก้ตัวทำสิ่งชดเชยความผิดพลาดได้สำเร็จต่อหน้าแฟนบอลในบ้าน
เขาเติมเกมบุกตะลุยเข้าสู่กรอบเขตโทษของสเปอร์ส ก่อนจะถูกสกัดโดย คริส แปร์รี่ และบอลไหลไปเข้าทางของ ดิคอฟ ที่จัดการซัดด้วยเท้าขวาเต็มแรงส่งบอลพุ่งผ่านมือ เคซี่ย์ เคลเลอร์ อดีตผู้รักษาประตูเลสเตอร์และฮีโร่ขวัญใจชาวฟิลเบิร์ต สตรีท เข้าประตูไป
Fans at Filbert Street
ในอีกสิบนาทีต่อมา เลสเตอร์ก็ทำประตูชัยได้สำเร็จ จากการทุ่มไกลเข้ามาที่บริเวณหน้าปากประตู แมตต์ เอลเลียต โหม่งเช็ดต่อไปให้ ไพเพอร์ ดาวรุ่งของทีม พุ่งโหม่งพังประตูสุดท้ายในประวัติศาสตร์ ที่สนามฟิลเบิร์ต สตรีท
ประตูสุดท้ายที่สนามฟิลเบิร์ต สตรีท กลายมาเป็นประตูแรกในชีวิตการค้าแข้งระดับอาชีพของตัวแมตต์ เอง ซึ่งเขาเป็นเด็กท้องถิ่นที่เป็นผลผลิตจากอะคาเดมี่ของเลสเตอร์ ซิตี้ และเป็นแฟนบอลพันธุ์แท้ของทีมจิ้งจอกสยาม มาตั้งแต่เด็ก
แต่น่าเสียดาย ที่เกมนี้นับเป็นเกมนัดสุดท้ายในลีกของแมตต์ ภายใต้สีเสื้อเลสเตอร์ เนื่องจากสโมสรได้ตกลงขายตัวเขาให้แก่ ซันเดอร์แลนด์ ด้วยราคาราวๆ 3.5 ล้านปอนด์
ในอีก 7 นาทีต่อมา เสียงเชียร์ดังกระหึ่มก็กึกก้องขึ้นอีกครั้ง เมื่อ เจอร์รี่ แท็กการ์ต ถูกส่งลงสนามมาในฐานะผู้เล่นสำรอง ซึ่งเป็นการสิ้นสุดการห่างหายจากสนามแข่งขันยาวนานถึง 14 เดือนเต็มเนื่องจากการเข้ารับการผ่าตัดครั้งใหญ่
ในอีกสองวันถัดมา ได้มีการจัดกิจกรรมขึ้นอีกครั้งที่ฟิลเบิร์ต สตรีท ซึ่งเป็นแมตช์การแข่งขันฟุตบอลนัดพิเศษระหว่างการพบกันเองของอดีตนักเตะระดับตำนานรวมทีมกับขุมกำลังนักเตะทัพจิ้งจอกสยาม ชุดปัจจุบัน
มีอดีตผู้เล่นมากกว่า 100 คนเดินทางมาร่วมงานในวันนั้น ร่วมกับการร่วมกันร้องเพลง ‘Auld Lang Syne’ (เพลงสามัคคีชุมนุมเวอร์ชันสากล) ในจังหวะที่ไฟสปอตไลต์ของสนามค่อยๆ ถูกดับลง เป็นอันปิดฉากเรื่องราวความรักอันยาวนานของเลสเตอร์ ซิตี้ กับสนามฟิลเบิร์ต สตรีท ลงอย่างเป็นทางการในที่สุด
ในวันที่ 4 สิงหาคม เลสเตอร์ ซิตี้ ได้ลงเล่นแมตช์ประเดิมสนามนัดแรกสุด ที่สนามเหย้าแห่งใหม่ของพวกเขา ซึ่งเพิ่งจะได้รับชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า "วอล์คเกอร์ส สเตเดี้ยม" เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้านั้น
Walkers Stadium
การเปิดตัวสนามใหม่ของพวกเขาเป็นเกมกระชับมิตรพบ แอธเลติก บิลเบา โดยมีแฟนบอลราวๆ 2,0000 คน เดินทางมาร่วมเป็นสักขีพยานในโอกาสสำคัญครั้งนี้
บิลเบา ถือเป็นคู่ต่อสู้ที่มีเกียรติและคู่ควรอย่างยิ่งในการมาทำหน้าที่เป็นคู่แข่งทีมแรกสุดของสนามแห่งใหม่แห่งนี้ และบรรยากาศโดยรอบงานที่เต็มไปด้วยความรื่นเริงแบบคาร์นิวัลก็พร้อมให้การต้อนรับพวกเขาเข้าสู่ภูมิภาคอีสต์ มิดแลนด์ส
พวกเขาคุมทัพโดยอดีตนักเตะทีมชาติเยอรมนี อย่าง จุ๊ปป์ ไฮน์เกส ซึ่งเขาเคยนำทีม เรอัล มาดริด คว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มาครองได้สำเร็จ ซึ่งเป็นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ที่เขาทำได้อีกครั้งในปี ค.ศ. 2013 ในฐานะผู้จัดการทีม บาเยิร์น มิวนิค
แม้ว่าสโมสรจะมีนโยบายเข้มงวดในการเซ็นสัญญากับเฉพาะผู้เล่นที่เกิดในภูมิภาคบาสก์ หรือมีเชื้อสายสืบเชื้อสายมาจากที่นั่นเท่านั้น ทว่าทัพ "สิงโตแห่งแคว้นบาสก์" ทีมนี้ ก็เคยคว้าแชมป์ลาลีกาสเปนมาครองได้ถึง 8 สมัย นับตั้งแต่ลีกถูกก่อตั้งขึ้นในปี 1928
ขุมกำลังของพวกเขามีกองหน้าดีกรีทีมชาติสเปนอย่าง โฆเซบา เอ็ตเซเบร์เรีย ซึ่งลงเล่นให้สโมสรมามากกว่า 200 นัด รวมไปถึงดาวเด่นประจำทีมอย่าง ยูเลน เกร์เรโร่ มิดฟิลด์ผู้มีทักษะความสามารถเฉพาะตัวสูงลิบลิ่ว
ในทางตรงกันข้าม เลสเตอร์ ซิตี้ กำลังอยู่ในช่วงเตรียมความพร้อมสำหรับภารกิจตั้งเป้าหมายเลื่อนชั้นกลับคืนสู่พรีเมียร์ลีกให้ได้ในทันที หลังจากเพิ่งเผชิญความผิดหวังตกชั้นลงมาเมื่อ 3 เดือนก่อนหน้านั้น
ทีมงานของอดัมส์ ยังคงรักษากลุ่มผู้เล่นแกนหลักที่เต็มไปด้วยประสบการณ์และเปี่ยมพรสวรรค์จากฤดูกาลก่อนเอาไว้ได้ เช่น เอียน วอล์คเกอร์, มัสซี่ อิซเซ็ต และ ไบรอัน ดีน
กุนซือทัพจิ้งจอกสยาม เฝ้ารอเกมการแข่งขันนัดนี้ด้วยความตื่นเต้น และเขาได้เขียนลงในบันทึกของหนังสือโปรแกรมการแข่งขันว่า: "ผมมั่นใจว่าทุกคนจะเห็นพ้องต้องกันว่า บ้านหลังใหม่ของพวกเรานั้นค่อนข้างมีความพิเศษเอามากๆ
"มันช่างดูตระการตา ผมอยากเรียกมันแบบนั้น คำว่า 'มหัศจรรย์' ดูจะเป็นคำที่คนส่วนใหญ่เลือกใช้เมื่อได้มาเห็นสภาพแวดล้อมโดยรอบและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มันคือสนามฟุตบอลที่คู่ควรและเหมาะสมกับศตวรรษที่ 21 อย่างแท้จริงครับ"
"ผมรู้สึกภูมิใจและตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับมอบหมายภารกิจในการสร้างทีมฟุตบอลที่คู่ควรกับบรรยากาศสนามอันยอดเยี่ยมเช่นนี้ ผมสามารถรับประกันกับทุกท่านได้เลยว่า นักเตะทุกคนต่างรู้สึกตื่นเต้นกับการที่จะได้ลงเล่นฟุตบอลที่นี่"
"ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา เคยมีช่วงเวลาอันมหัศจรรย์เกิดขึ้นมากมายที่สนามฟิลเบิร์ต สตรีท ซึ่งบรรยากาศในสนามมักจะเต็มไปด้วยความตื่นเต้นกระปรี้กระเปร่าและทรงพลังเสมอในเกมนัดบิ๊กแมตช์"
"ผมเชื่อมั่นว่าสนามแห่งใหม่นี้จะสามารถสร้างและส่งพลังบรรยากาศในแบบเดียวกันนั้นออกมาได้ หรือบางทีอาจจะทำได้ดียิ่งกว่านั้นด้วยซ้ำ"
Micky Adams
นอกจากนี้ สโมสรยังได้มีการเปิดตัวชุดแข่งขันเหย้าลายใหม่ที่น่าจับตามอง ซึ่งมีวางจำหน่ายอยู่ในร้านค้าโฉมใหม่ 'ซิตี้ เมกาสโตร์' โดยดีไซน์เสื้อแข่งตัวนี้มีการเปลี่ยนรูปแบบดีไซน์ถอยห่างออกมาจากปกเสื้อสีขาวขนาดใหญ่ซึ่งเคยเป็นภาพจำสัญลักษณ์ของเสื้อแข่งเลสเตอร์ในช่วงปลายทศวรรษ 1990
กัปตันทีมอย่าง แมตต์ เอลเลียต ตระหนักดีถึงความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของเกมนัดเปิดสนามแห่งใหม่นี้ โดยกล่าวเสริมว่า: "เป็นที่รู้กันดีครับว่าสนามฟิลเบิร์ต สตรีท มีพื้นที่ในตําแหน่งพิเศษภายในใจของผมเสมอ
"ผมมีความสุขและได้สัมผัสช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมมากมายบนผืนหญ้าแห่งนั้น ซึ่งผมมั่นใจว่าทุกท่านคงจะแปลกใจแน่ถ้าผมพูดเป็นอย่างอื่น แต่สนามแห่งใหม่นี้คือการก้าวไปข้างหน้าครั้งยิ่งใหญ่ของสโมสร"
"มันช่วยมอบสิ่งอำนวยความสะดวกและสภาพสนามที่จะสร้างความอิจฉาให้แก่ทุกๆ ทีมที่เดินทางมาเยือนที่นี่ในการแข่งขันเกมลีกฤดูกาลนี้แน่นอน"
และแล้ว ในวันอาทิตย์ที่ 4 สิงหาคม เวลาใกล้จะบ่าย 3 โมงตรง แมตต์ก็ได้เดินนำลูกทีมพลพรรคเลสเตอร์ ซิตี้ ก้าวลงสู่สนามเพื่อทำศึกการแข่งขันนัดประวัติศาสตร์ครั้งนี้
อาริตซ์ อาดูริซ กองหน้าของบิลเบา ถูกใบแดงไล่ออกจากสนามไปในนาทีที่ 28 ทว่าทีมแกร่งจากลาลีกากลับเป็นฝ่ายได้ประตูขึ้นนำไปก่อนในนาทีที่ 58 จากการยิงฟรีคิกโดยตรงเข้าประตูของ ติโก้
เกมทำท่าว่าจะจบลงด้วยความพ่ายแพ้เสียแล้ว จนกระทั่ง จอร์แดน สจ๊วต ดาวรุ่งวัย 20 ปี สวมบทฮีโร่สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการพุ่งขยับเข้ามาโหม่งพังประตูในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ซึ่งกลายมาเป็นประตูแรกสุดของสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ที่เกิดขึ้นที่สนามเหย้าแห่งใหม่แห่งนี้
Walkers Stadium
หลังกลับมาลงสนามได้อีกครั้งหลังจากต้องพักรักษาตัวยาวนานถึง 3 เดือนเต็มเนื่องจากอาการบาดเจ็บไหล่หลุด เขาไม่สามารถปกปิดความดีใจเอาไว้ได้เลยที่สามารถสลักชื่อของตัวเองลงบนหน้าประวัติศาสตร์ของทัพจิ้งจอกสยาม
เขาได้กล่าวในภายหลังว่า: "ในตอนนั้นผมแค่รู้สึกดีใจมากๆ ที่สามารถทำประตูได้ เพราะนั่นคือประตูแรกของผมให้กับสโมสรในระดับทีมชุดใหญ่"
"สิ่งนั้นในตัวมันเองก็มีความพิเศษมากพออยู่แล้ว แต่การที่ประตูนี้กลายมาเป็นประตูแรกสุดที่ถูกยิงได้ในสนามแห่งใหม่ และได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์สโมสร มันมีความหมายต่อตัวผมมากจริงๆ มันเป็นอะไรที่สุดยอดมาก"
"ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ มันหมายความว่าผมได้มีชื่อจารึกอยู่ในสมุดบันทึกสถิติของเลสเตอร์ ซิตี้ เรียบร้อยแล้ว ผมหวังว่านี่จะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของสิ่งดีๆ ที่จะตามมา และเป็นแรงผลักดันให้ผมก้าวไปสู่การยึดตำแหน่งตัวจริงในทีมอย่างสม่ำเสมอต่อไป"

ข่าวล่าสุด

รูปล่าสุด

วิดีโอล่าสุด

สนามคิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม

ฟิลเบิร์ต เวย์

เลสเตอร์

LE2 7FL

สโมสร

ทีมชาย

ทีมหญิง

ชุมชน

แอป

สนามคิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม

ฟิลเบิร์ต เวย์

เลสเตอร์

LE2 7FL

สโมสร

ทีมชาย

ทีมหญิง

ชุมชน

แอป