ตลอดการค้าแข้ง เขาผ่านการเล่นในลีกหลายระดับของประเทศอังกฤษ และยังออกเดินทางไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ทั่วโลกกับทีมชาติจาเมกา ทำให้มีโมเมนต์น่าจดจำมากมายที่อยากคัดมาแบ่งปันกับทุกคน
ช่วงเวลาแรกที่ บ็อบบี้ เดอ คอร์โดว่า-รีด เลือกมาพูดถึง เกิดขึ้นที่อังกฤษ ระหว่างช่วงเวลา 7 ปีของเขากับ บริสตอล ซิตี้ สโมสรที่เขาเติบโตมาจากอะคาเดมี่ ก่อนก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ในปี 2011 และโมเมนต์นี้ก็เกิดขึ้นในปีสุดท้ายของเขาที่สนามแอชตัน เกต
เกมที่บริสตอล ซิตี้ เปิดบ้านชนะ เชฟฟิลด์ เวนส์เดย์ 4-0 ส่งทีมขยับขึ้นไปอยู่ในพื้นที่ลุ้นเพลย์ออฟของศึกสกาย เบต แชมเปียนชิพ และชัยชนะนัดนั้นถูกการันตีด้วยการที่บ็อบบี้ทำคนเดียวสามประตูเป็นครั้งแรกในอาชีพ
เรื่องมันยิ่งพิเศษขึ้นไปอีก เพราะก่อนหน้านั้น ลี จอห์นสัน กุนซือบริสตอล ซิตี้ ปรับบทบาทของ เดอ คอร์โดว่า-รีด ให้เล่นเกมรุกมากขึ้น จนฤดูกาล 2017/18 เขายิงประตูได้มากกว่า “ผลงานยิงทั้งหมด” ที่เคยทำไว้ตลอดช่วงเวลาที่แอชตัน เกตรวมกันเสียอีก
“ความทรงจำแรกที่ผมเลือกคือ วันที่ผมทำคนเดียวสามประตูให้บริสตอล ซิตี้ ในวันเกิดแม่ของผม” บ็อบบี้ เล่าจากสนามซ้อมซีเกรฟ “มันเป็นของขวัญวันเกิดที่ดีสำหรับแม่ ผมเอาลูกบอลจากเกมนั้นให้แม่ด้วย วันนั้นมันดีมากจริง ๆ”
พอขยับมาที่ความทรงจำถัดไป อันนี้เกิดขึ้นไม่นานนัก ช่วงพฤศจิกายน 2023 กับทีมชาติจาเมกา จาเมกา ในรอบก่อนรองชนะเลิศของศึกเนชันส์ ลีก โซนคอนคาเคฟ ที่ต้องเจอกับ แคนาดา โดยจาเมกาตกเป็นฝ่ายตามจากเกมแรก ทำให้เกมนัดสองที่ต้องไปเยือนยิ่งกดดันหนักเข้าไปอีก
แต่จังหวะยิงจุดโทษของเดอ คอร์โดว่า-รีดมีความหมายสุด ๆ ช่วยให้ทีมไล่กลับมาจนสกอร์รวมสองนัดเสมอ 4-4 ก่อนจะผ่านเข้ารอบด้วยกฎประตูทีมเยือน และปลายทางของเส้นทางนั้นก็นำไปสู่การคว้าตั๋วไปเล่นศึก โกปา อเมริกา
“อีกความทรงจำคือการเล่นให้จาเมกา” บ็อบบี้อธิบาย “ผมคิดว่าน่าจะเป็นรอบก่อนรองชนะเลิศของเนชันส์ ลีก ไปเยือนแคนาดา แล้วเราจำเป็นต้องชนะเพื่อได้ไปโกปา อเมริกา”
“ผมยิงจุดโทษได้ เป็นจุดโทษที่สำคัญมาก ตอนนั้นสกอร์รวมเราตามอยู่ 3-1 แล้วเราก็ค่อย ๆ กลับมา สุดท้ายก็จบด้วยการที่เราทำได้ตามเป้าหมาย มันเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่ผมภูมิใจมาก ที่ได้พาประเทศของผมคว้าตั๋วไปโกปา อเมริกา ในเกมเยือนที่แคนาดา”