เลสเตอร์ ซิตี้ เสมอกับ มิดเดิ้ลสโบรช์ แบบแบ่งแต้มกันไป 1-1 ที่สนาม ริเวอร์ไซด์ สเตเดี้ยม
เคเลบ โอโคลี่ ทำประตูให้กับ จิ้งจอกสยาม แต่ถูก ไรลีย์ แม็คกรี ยิงตีเสมอในเวลาต่อมา
เบน เนลสัน เปิดใจหลังจบเกมเมื่อคืนวันอังคาร
แนวรับรายนี้มองเห็นแง่บวกจากผลงานของทีม เพื่อนำไปต่อยอดในเกมสุดสัปดาห์นี้
จิ้งจอกสยาม ขึ้นนำก่อนจากประตูของ เคเลบ โอโคลี่ ก่อนที่ ไรลีย์ แม็คกรี จะยิงตีเสมอในครึ่งแรก ทำให้ทั้งสองทีมแบ่งแต้มกันไปที่ริเวอร์ไซด์ สเตเดี้ยม ส่งผลให้ เลสเตอร์ ซิตี้ รั้งอันดับ 22 ของตาราง โดยมีคิวเปิดบ้านพบกับ นอริช ซิตี้ ในวันเสาร์นี้
หลังจบเกมเสมอนอกบ้านเป็นนัดที่สองติดต่อกัน เบน เนลสัน ยอมรับว่ารู้สึกมีกำลังใจจากรูปเกมของทีมที่ต่อกรกับทีมรองจ่าฝูงของศึก สกาย เบต แชมเปี้ยนชิพ ได้อย่างสูสี โดยเฉพาะการทำประตูจากลูกตั้งเตะที่สร้างความมั่นใจให้กับทีม
เขากล่าวหลังเสียงนกหวีดสุดท้ายว่า “การขึ้นนำได้ในครึ่งแรกถือเป็นเรื่องดี และเราแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของทีม เราสร้างโอกาสได้หลายครั้ง และจริง ๆ แล้วน่าจะเปลี่ยนเป็นประตูได้มากกว่านี้ในครึ่งแรก”
“ขณะเดียวกัน พวกเขาก็มีโอกาสของตัวเองเช่นกัน ดังนั้นโดยภาพรวมแล้วถือว่าเป็นเกมที่ค่อนข้างสูสี เราต้องการยกระดับการเล่นลูกตั้งเตะให้ดียิ่งขึ้น และมีความเด็ดขาดมากกว่านี้ทั้งในเกมรับและเกมรุก ดังนั้นการได้ประตูจากลูกตั้งเตะจึงเป็นเรื่องที่น่ายินดี"
"สิ่งสำคัญคือ เราเห็นพัฒนาการของทีม ทั้งในแง่ของฟอร์มการเล่นและการเก็บคะแนน แม้จะยังไม่ใช่ผลการแข่งขันที่เราต้องการที่สุดอย่างชัยชนะ แต่การได้อีกหนึ่งแต้มจากสนามที่มาเยือนยากแบบนี้ ถือเป็นก้าวที่ถูกต้อง”
หลังจาก เลสเตอร์ ซิตี้ มีโอกาสลุ้นทำประตูเพิ่ม เจ้าถิ่นก็เร่งเครื่องบุกหวังคว้าชัยในช่วงท้ายเกม แต่ จิ้งจอกสยาม ยังยืนหยัดต้านทานเอาไว้ได้ ซึ่ง เนลสัน เชื่อว่านี่คือสปิริตที่ทีมต้องรักษาไว้ในช่วง 12 นัดสุดท้ายของฤดูกาล
ปราการหลังวัย 21 ปี กล่าวต่อว่า “เราต้องกัดฟันสู้ในช่วงท้ายเกม แต่นั่นแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการของทีม บางทีถ้าเป็นช่วงต้นฤดูกาล เราอาจเสียประตูในจังหวะแบบนั้นไปแล้ว แต่วันนี้เราไม่เสีย มันสะท้อนให้เห็นถึงความก้าวหน้าของทีม"
"เราอยากครองบอลให้มากกว่านี้ในครึ่งหลัง แต่ทุกครั้งที่ได้สวนกลับ เราดูอันตราย และเราก็มีโอกาสของตัวเองหลายครั้ง หากเป็นอีกวันหนึ่ง เราอาจเป็นฝ่ายชนะเกมนี้ไปแล้ว ถือเป็นเรื่องในแง่บวก”
“มันเป็นสองเกมที่หนักหนา เจอกับคู่แข่งที่แข็งแกร่งทั้งสองนัด แน่นอนว่าเราต้องทำงานอย่างหนักทั้งตอนมีบอลและไม่มีบอล"
"แฟนบอลช่วยเติมพลังให้เราเสมอ และมันยอดเยี่ยมมากที่ได้เห็นแฟนบอลจำนวนมากเดินทางไกลมาเชียร์ในคืนวันอังคารแบบนี้ การสนับสนุนแบบนั้นมีความหมายมาก และช่วยผลักดันทีมให้ก้าวผ่านช่วงเวลาสำคัญของเกมไปได้”
สุดสัปดาห์นี้ จิ้งจอกสยาม จะกลับมาลงเล่นที่ คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม โดยจะเปิดบ้านพบกับ นอริช ซิตี้ ในเวลา 19:30 น. ตามเวลาประเทศไทย ซึ่งถือเป็นเกมเหย้านัดแรกของ แกรี่ โรเว็ตต์ ในฐานะผู้จัดการทีมเลสเตอร์ ซิตี้ โดยแนวรับรายนี้หวังใช้แรงหนุนจากแฟนบอล จิ้งจอกสยาม ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในอีกหนึ่งบททดสอบสำคัญ
“เรามีอีกหนึ่งเกมในวันเสาร์ที่ต้องโฟกัสอย่างเต็มที่” เขากล่าวเสริม “ผมตั้งตารอเกมนี้มาก หวังว่าจะเป็นบรรยากาศที่ยอดเยี่ยม และแฟนบอลจะช่วยผลักดันเราอีกครั้ง เพื่อเดินหน้าคว้าชัยชนะให้ได้ในสุดสัปดาห์นี้"
"ทุกเกมแตกต่างกันและมีความท้าทายที่ไม่เหมือนกัน มันเป็นแบบนี้เสมอ สิ่งสำคัญคือการเรียนรู้จากแต่ละเกม เก็บรายละเอียดที่ดีมาพัฒนา และเดินหน้าต่อไปด้วยความเชื่อมั่นว่าเราสามารถเล่นและแข่งขันในระดับนี้ได้”