รุด ฟาน นิสเตลรอย เปลี่ยนทีมแค่คนเดียวจากเกมเอฟเอ คัพ ที่เอาชนะ ควีนส์พาร์ค เรนเจอร์ส เมื่อกลางสัปดาห์ โดยส่ง ยานนิค เวสเตอร์การ์ด กองหลังเดนมาร์ก ลงเล่นแทน คอนเนอร์ โคดี้ โดยในแนวรุก ยังคงไว้วางใจ สามประสานอย่าง บิลาล เอล คานนูสส์, ฟาคุนโด บัวนาน็อตเต้ และ สเตฟี่ มาวิดิดี้ โดยมี พี่ใหญ่อย่างเจมี่ วาร์ดี้ ยืนเป็นหน้าเป้า
เริ่มเกมมาได้ไม่ถึงสองนาที เลสเตอร์ ได้โอกาสลุ้นก่อนเมื่อ เว้าท์ ฟาส เปิดยาวจากแดนตัวเองให้ เจมี่ วาร์ดี้ กระหน่ำเองด้วยขวาแต่บอลหลุดเสาไกลออกไป
ต้นเกมทั้งสองทีมเปิดเกมเร็วเข้าใส่กันตลอดโดย คริสตัล พาเลซ เองก็มีโอกาสลุ้นเช่นกันจาก ฌ็อง ฟิลลิปป์ มาเตต้า
ช่วงสิบนาทีแรก เลสเตอร์ ซิตี้ เป็นฝ่ายที่ครองบอลไว้ได้มากกว่าและมีโอกาสพาบอลเข้าไปถึงกรอบเขตโทษ คริสตัล พาเลซ ได้ต่อเนื่องแต่การเปิดบอลในจังหวะสุดท้ายยังไม่ดีพอทำให้ไม่สามารถหาจังหวะจบสกอร์ได้
การยิงตรงกรอบครั้งแรกของเลสเตอร์ มาในนาทีที่ 14 เมื่อ บิลาล เอล คานนูสส์ หาจังหวะยิงไกลด้วยขวาบอลไปตรงตัว ดีน เฮนเดอร์สัน
โอกาสของเลสเตอร์ ทยอยมาเรื่อย ๆ ครั้งนี้เป็น สเตฟี่ มาวิดิดี้ ที่พลิกบอลได้สวยก่อนแทงทะลุช่องให้ เจมี่ วาร์ดี้ หลุดเข้าไปกดด้วยซ้ายแต่ ดีน เฮนเดอร์สัน นายประตูพาเลซ ก็บังเซฟเอาไว้ได้อีก
การเคลียร์บอลที่ไม่ดีของ วิคเตอร์ คริสเตียนเซ่น เกือบทำให้ทีมต้องเสียประตู เมื่อ ฌ็อง ฟิลิปป์ มาเตต้า เก็บส้มหล่นแล้วยิงด้วยซ้ายดีที่บอลยังข้ามคานออกไป
สเตฟี่ มาวิดิดี้ ยังคงเป็นตัวปั่นป่วนทางริมเส้นฝั่งซ้าย และสร้างโอกาสให้ เจมี่ วาร์ดี้ ตวัดยิงด้วยซ้าย แต่บอลข้ามคานออกไปไม่ได้ลุ้น ก่อนที่จังหวะถัดมา เจมส์ จัสติน จะได้ปั่นฟรีคิกแต่ก็ไม่ได้ลุ้นอีกเช่นกัน
ก่อนหมดครึ่งแรกห้านาที ความพยายามของ บิลาล เอลคานนูสส์ ในการยิงไกลยังคงมีอีกครั้งแต่บอลก็ยังไม่ตรงกรอบ
ท้ายครึ่งแรก ทีมเยือน “ดิ อีเกิ้ลส์” ได้กดดันจนได้โอกาสลองยิงดูบ้างเมื่อ วิล ฮิวจ์ส ได้กดจากระยะหวังผลบอลข้ามคานไปแค่นิดเดียวเท่านั้น
จบครึ่งแรกทั้งสองทีมยังเสมอกันอยู่ 0-0
เริ่มครึ่งหลัง เลสเตอร์ ช็อตไปดื้อ ๆ โดนคริสตัล พาเลซ ครองบอลเอาไว้ได้ฝ่ายเดียว และก็ต้องมาเสียประตูจนได้ หลังผ่านไป 53 นาที เมื่อ สเตฟี่ มาวิดิดี้ เสียบอลกลางสนาม อิสไมล่า ซาร์ จ่ายบอลทะลุแนวรับให้ ฌ็อง ฟิลลิปป์ มาเตต้า หลุดเข้าไปแตะหลบ ยาคุบ สโตลาร์ซิค ก่อนยิงด้วยซ้ายเข้าไปง่าย ๆ คริสตัล พาเลซ บุกมานำ 1-0
ยาคุบ สโตลาร์ซิค ยังคงทำให้เลสเตอร์ ยังอยู่ในเกมเมื่อออกมาบล็อกลูกยิงของ ไทริค มิตเชลล์ ที่เสาแรก แต่สถานการณ์ของเจ้าบ้านยังคงเป็นรองต่อเนื่อง
วาร์ดี้ เกือบทำประตูตีเสมอให้กับทีมได้จากจังหวะที่ คริสเตียนเซ่น เปิดเรียดเข้ามากลางประตู ก่อนที่ดาวยิงวัย 38 ปีจะไขว้บอลไหลผ่านหน้าประตูไปอย่างน่าเสียดาย
ฟาน นิสเตลรอย ต้องเร่งเกมรุกเต็มที่ เปลี่ยนสามผู้เล่นอย่าง แพทสัน ดาก้า, เคซี่ แม็คเอเทียร์ และ โอลิเวอร์ สคิปป์ ลงมาเล่นแทน บิลาล เอล คานนูสส์, ฟาคุนโด บัวนาน็อตเต้ และ แฮร์รี่ วิงค์ส
ดาก้า ใช้เวลาแค่ นาทีเดียวที่สัมผัสพื้นสนามก็ได้ลองกระหน่ำยิงด้วยขวาแต่บอลพุ่งแรงออกเสาแรก
เลสเตอร์ พอเปลี่ยนตัวแล้วคึกคักขึ้นมาทันที กดดันจนได้จังหวะยิงจาก บูบาการี่ ซูมาเร่ แต่บอลไปชนคานออกมาดังสนั่น
ทีมเยือน พาเลซ มาได้ประตูที่สองจากลูกฟรีคิก เมื่อ เอเบเรชี่ เอเซ่ หยอดไปเสาไกลให้ มาร์ค เกฮี ขึ้นมาชาร์จที่เสาสองไม่เหลือ เลสเตอร์ ตามหลัง 0-2
หลังโดนทิ้งห่างเจ้าบ้านมาการปลี่ยนตัวแก้เกมอีกครั้งถอด เจมส์ จัสติน ออกและส่ง จอร์แดน อายิว ลงมาเสริมเกมรุก
เลสเตอร์ ซิตี้ เกือบได้ประตูตีไข่แตกหลัง สเตฟี่ มาวิดิดี้ ได้ขึ้นโหม่งจากจังหวะการเล่นลูกเตะมุมแต่บอลยังหลุดกรอบออกไปอีกครั้ง
ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ คริสตัล พาเลซ มีโอกาสได้ประตูอีกครั้งจากจังหวะการยิงจ่อๆ ของ อิสไมล่า ซาร์ แต่ สโตลาร์ชิค ยังโชว์ซุปเปอร์เซฟป้องกันไว้ได้ ก่อนจะจบเกมด้วยสกอร์ เลสเตอร์ ซิตี้ 0-2 คริสตัล พาเลซ
นัดต่อไปสุดสัปดาห์นี้ เลสเตอร์ ซิตี้ จะลงแข่งในรายการพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง โดยเป็นเกมเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ “เจ้าสัวน้อย” ฟูแล่ม ของเทรนเนอร์ มาร์โก้ ซิลวา ในวันเสาร์ที่ 18 มกราคม เวลา 22.00 น.