“จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ ยังคงรักษาสถิติไม่แพ้ใครภายใต้การคุมทีมของ รุด ฟาน นิสเตลรอย หลังไล่ตีเสมอ “นกนางนวล” ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน ในถิ่น “คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม” ด้วยสกอร์ 2-2
ทีมเยือนได้ประตูออกนำไปก่อน 2-0 จาก ทาริค แลมป์ตี้ และ ยานคูบา มินเตห์ แต่ เลสเตอร์ ซิตี้ ก็ฮึดไล่ยิงคืนสองประตูในช่วงท้ายเกมจาก เจมี่ วาร์ดี้ และ บ็อบบี้ เดอ คอร์โดว่า-รีด ทำให้แบ่งแต้มกันไปทีมละหนึ่งคะแนน
รุด ฟาน นิสเตลรอย คุมทีมเลสเตอร์ ซิตี้ ลงเล่นในพรีเมียร์ลีกเป็นเกมนัดที่สองติดต่อกัน โดยเกมแรก เปิดบ้านชนะ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด มาด้วยสกอร์ 3-1
เกมนี้ทีม “จิ้งจอกสยาม” ไม่สามารถใช้งาน ฟาคุนโด้ บัวนาน็อตเต้ มิดฟิลด์อาร์เจนติน่าได้ เพราะเจอกับต้นสังกัดที่แท้จริง ด้าน แฮร์รี่ วิงค์ส ก็ยังไม่พร้อมมีส่วนร่วมกับเกมนี้ ส่วน อับดุล ฟาตาวู และ ริคาร์โด้ เปเรยร่า ต้องพักยาว
เริ่มเกมมาได้แค่ห้านาที เปอร์วิส เอสตูปิยาน ฟูลแบ็กของทีมเยือน มีโอกาสได้ยิงก่อน แต่บอลก็ข้ามคานออกไปไกล
ไบรท์ตัน ได้ทักทายแบบน่ากลัวอีกครั้ง เมื่อ ทาริค แลมป์ตี้ สปีดพาบอลไปถึงเส้นหลังก่อนเปิดเข้ากลางมาให้ เจา เปโดร ได้ซัดเต็ม ๆ แต่บอลหลุดออกข้างเสา
ทาริค แลมป์ตี้ ยิงประตูแรกพาทีมเยือนออกนำในเกมนี้
เลสเตอร์ ใช้ เคซี่ แม็คเอเทียร์ เป็นตัวหลักในการเปิดเกมบุกริมเส้นทางด้านขวาแต่จังหวะเปิดเข้ากลางก็ยังไม่เฉียบขาด แถมยังเกือบมาเสียประตูจากจังหวะโต้กลับ แต่ลูกปั่นของ ยาซิน อยารี โค้งไปเข้ามือของ แมดส์ เฮอร์แมนเซ่น
เกมผ่านมา 20 นาที คาโอรุ มิโตมะ ปีกชาวญี่ปุ่น ไหลบอลคืนหลังให้ เอสตูปิยาน ได้ลองยิงจากกรอบเขตโทษแต่ แมดส์ เฮอร์แมนเซ่น ยังช่วยให้เลสเตอร์ ไม่เสียประตู เซฟเอาไว้ได้อย่างสวยงาม หลังจากนั้น เฮอร์แมนเซ่น ยังหยุดลูกยิงฟรีคิกของ เอสตูปิยาน เอาไว้ได้อีกครั้ง
ผ่านครึ่งชั่วโมง เกมส่วนใหญ่ยังเป็นของ ไบรท์ตัน โดยเลสเตอร์ ยังใช้การตั้งรับแล้วอาศัยการวางบอลยาวในการสวนกลับ
น.35 วิคเตอร์ คริสเตียนเซ่น เสียบอลริมเส้นทางฝั่งซ้าย ก่อนที่ ทาริค แลมป์ตี้ ฉกบอลไปเปิดเข้ากลาง สุดท้าย คาโอรุ มิโตมะ ได้ลองปั่นด้วยขวาบอลก็หลุดกรอบออกไปไกล
ไบรท์ตัน ทีมเยือน มาได้ประตู ขึ้นนำจนได้ เมื่อ เอสตูปิยาน เปิดบอลข้ามฟากให้ แลมป์ตี้ จบบอลลงก่อนกระชากเข้ากลางแล้วปั่นโค้งด้วยซ้าย บอลพุ่งโค้งเข้าเสียบเสาไกลชนิดที่ เฮอร์แมนเซ่น หมดสิทธิ์รับ
น.40 จอร์แดน อายิว ส่งบอลคืนหลังพลาดจนโดน แลมป์ตี้ ฉกบอลเข้าไปในพื้นที่อันตรายก่อนผ่านมาหน้าประตู ดีที่ไม่มีใครเข้าชาร์จทัน
เจมี่ วาร์ดี้ ยิงประตูคืนในช่วงท้ายเกม
น.44 เลสเตอร์ ต่อบอลกันได้สวยทางซ้าย ก่อนที่ คริสเตียนเซ่น จะเปิดเข้ากลางให้ เจมส์ จัสติน โขกเต็ม ๆ แต่ บาร์ท แฟร์ บรู๊กเก้น พุ่งตัวเซฟได้หวุดหวิด
ช่วงทดเวลาบาดเจ็บของครึ่งแรก เลสเตอร์ เกือบได้ประตูตีเสมอ เมื่อ วิคเตอร์ คริสเตียนเซ่น เปิดบอลเรียดเข้ามากลางประตูหวังให้ เจมี่ วาร์ดี้ เข้าชาร์จ แต่ ลูอิส ดังค์ ก็มาล้มตัวกวาดบอลออกไปก่อน
จบครึ่งแรก เป็นไบรท์ตัน ที่บุกมานำ 1-0
ครึ่งหลัง เลสเตอร์ เริ่มต้นได้คึกคักมากขึ้น เดินหน้าเปิดเกมรุกได้ดุดันกว่าในครึ่งแรก และมีโอกาสได้จบสกอร์จากจังหวะยิงของ เจมี่ วาร์ดี้ แต่ ฟาน เฮคเก้ ยังล้มตัวบล็อคลูกยิงเอาไว้ได้
รุด ฟาน นิสเตลรอย เปลี่ยนเอา วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้ ออกไปพักแล้วส่ง โอลิเวอร์ สคิปป์ ลงมาเชื่อมเกมในแดนกลาง เพิ่มขึ้น ก่อนที่จะส่ง สเตฟี่ มาวิดิดี้ และ บ็อบบี้ เดอ คอร์โดว่า-รีด ลงมาเล่นแทน เคซี่ย์ แม็คเอเทียร์ กับ จอร์แดน อายิว เพื่อเน้นเกมรุกให้มากขึ้น
เลสเตอร์ เริ่มคลำจังหวะได้ น.67 สเตฟี่ มาวิดิดี้ หาจังหวะหยอดไปเสาไกลให้ วาร์ดี้ ได้โขกแต่บอลไม่ตรงกรอบ
เลสเตอร์ มาเสียประตูที่สองในนาทีที่ 80 จากจังหวะที่ บูบาการี่ ซูมาเร่ เสียบอลกลางสนามทำให้ ยาคูบา มินเตห์ พาบอลเลี้ยงจี้เข้าเขตโทษก่อนล็อกหลบทั้ง วิคเตอร์ คริสเตียนเซ่น และ คอนเนอร์ โคดี้ แล้วยิงด้วยซ้ายเข้าประตูไป ไบรท์ตัน หนีเป็น 2-0
บ็อบบี้ เดอ คอร์โดว่า-รีด ยิงประตูแรกให้กับสโมสร
เลสเตอร์ ปรับทัพอีกครั้งส่ง เว้าท์ ฟาส และ แพทสัน ดาก้า ลงมาเล่นแทน ยานนิค เวสเตอร์การ์ด และ บิลาล เอล คานนูสส์
น.86 เลสเตอร์ ไม่ยอมง่าย ๆ มาได้ประตูคืนมาเป็น 1-2 จากจังหวะที่ บ็อบบี้ เดอ คอร์โดว่า-รีด ได้ยิงจากนอกเขตโทษบอลแฉลบกองหลัง ไบรท์ตัน กลายเป็นดีมาเข้าทาง เจมี่ วาร์ดี้ สังหารเข้าไปไม่เหลือ เลสเตอร์ ตามมาเป็น 1-2
เท่านั้นยังไม่พอเสียงเชียร์ใน คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม มาดังกระหึ่มขึ้นอีกครั้ง เมื่อ สเตฟี่ มาวิดิดี้ ไปแย่งบอลมาได้จากนักเตะไบรท์ตัน ก่อนจ่ายต่อให้ เจมี่ วาร์ดี้ ไหลคืนเข้ามาหน้าประตูให้ บ็อบบี้ เดอ คอร์โดว่า-รีด แปเข้าไปง่าย ๆ เลสเตอร์ ตีเสมอเป็น 2-2
จบเกม เลสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านเสมอ ไบรท์ตัน ไปแบบ สุดมัน 2-2 แบ่งกันไปทีมละหนึ่งคะแนน โปรแกรมนัดต่อไป บุกไปเยือน นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด วันเสาร์ที่ 14 ธันวาคม คิกออฟ 22:00 น.