เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมหญิง พลิกสถานการณ์จากตามหลัง กลับมาเอาชนะ ลิเวอร์พูล ด้วยประตูในครึ่งแรกจาก เจนีส เคย์แมน และ มิสซี่ กู๊ดวิน ที่สนามคิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม ช่วงบ่ายวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
อม็องดีน มิเกล เปลี่ยนผู้เล่นสองตำแหน่งจากเกมที่พ่ายให้กับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ อย่างเฉียดฉิวในศึก บาร์เคลย์ วีเมนส์ ซูเปอร์ ลีก นัดล่าสุด โดยส่ง แซม เทียร์นี่ย์ ลงสนามแทน ซาโอริ ทาคาราดะ และให้ แชนนอน โอ'ไบรอัน ได้โอกาสลงเล่นเป็นตัวจริงครั้งแรกของฤดูกาลแทน เนลลี่ ลาส ในเกมรุก
สองประตูจากสองเกมที่ คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยมของ มิสซี่ กู๊ดวิน
ทีมเยือนขึ้นนำอย่างรวดเร็วจากจังหวะโชคร้ายที่บอลไปแฉลบ อัสมิตา อาลี สกัดบอลทะลุช่องไว้ได้ก่อนส่งคืนให้ จูลี่ ธีโบด์ ที่ส่งบอลกลับไปยังผู้รักษาประตู แต่การเคลียร์บอลของ ยานีน่า ไลท์ซิก กลับถูก สมิธ วิ่งเข้ากดดันและบล็อกไว้ ส่งผลให้บอลเข้าประตูไป
เกมผ่านไป 17 นาที เลสเตอร์ ซิตี้ ก็ตามตีเสมอได้สำเร็จเมื่อ เคย์แมน ฉวยโอกาสในกรอบเขตโทษ ยิงบอลเรียดลอดตัวผู้รักษาประตูของ ลิเวอร์พูล
ก่อนหมดครึ่งแรกไม่กี่นาที เลสเตอร์ พลิกขึ้นนำเมื่อ เทียร์นี่ย์ ส่งบอลข้ามกรอบเขตโทษให้ กู๊ดวิน สังหารบอลเข้าสู่ก้นตาข่ายได้สำเร็จ
แชนน่อน โอไบรอัน ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงนัดแรกหลังจากบาดเจ็บ
ในครึ่งหลัง เลสเตอร์ ซิตี้ ยังคงเล่นได้ดีกว่า แต่ ลิเวอร์พูล ก็ยังอาศัยจังหวะโต้กลับคอยเล่นงานเจ้าบ้าน
ในนาทีที่ 60 ชาน่า โชสเซน็อตต์ ที่เจ็บไปนานกลับมาลงสนามอีกครั้ง ท่ามกลางเสียงต้อนรับอย่างอบอุ่นจากแฟนบอล จิ้งจอกสาว ซึ่งถือเป็นการลงเล่นครั้งแรกของเธอตั้งแต่ช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน
แม้ต้องเผชิญความกดดันอย่างหนักและการตั้งรับแบบสุดตัว แต่ "จิ้งจอกสาว" ก็สามารถรักษาสกอร์ไว้ได้ คว้าชัยชนะครั้งที่สองของฤดูกาล เก็บเพิ่มเป็น 9 คะแนน ทิ้งห่าง คริสตัล พาเลซ ทีมอันดับสุดท้าย 4 คะแนน