แชนนอน โอไบรอัน ที่ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงนัดที่สองของฤดูกาล ทำประตูแรกในรอบ 358 วันให้กับทีม โดยเป็นประตูตีเสมอหลังจากที่ เคลลี่ กาโก้ ยิงให้เจ้าบ้านขึ้นนำ อย่างไรก็ตาม เอฟเวอร์ตันโชว์ฟอร์มดุดันในครึ่งหลัง โดย คัทยา สโนเอยส์, โฮโนกะ ฮายาชิ และ กาโก้ ทำประตูเพิ่ม ช่วยให้ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" คว้าชัยชนะไปครอง ขณะที่เลสเตอร์ยังคงต้องลุ้นคว้าชัยชนะนัดที่สามของฤดูกาลต่อไป
เลสเตอร์มีการเปลี่ยนแปลงหนึ่งตำแหน่งจากเกมที่เอาชนะลิเวอร์พูลในนัดก่อน โดย ฮันน่าห์ เคน ลงเล่นแทน รูบี้ เมซ ที่ติดโทษแบนจากการสะสมใบเหลืองครบ 5 ใบ
เอฟเวอร์ตันออกสตาร์ทเกมได้อย่างรวดเร็วและขึ้นนำตั้งแต่นาทีที่ 5 เมื่อ กาโก้ ได้จังหวะสับไกโล่ง ๆ ที่เสาไกล ส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่าย
ประตูแรกหลังจากหายจากการบาดเจ็บ
หลังจากเสียประตูแรก เลสเตอร์เริ่มตั้งเกมได้ และมาตีเสมอได้ในนาทีที่ 16 จากจังหวะที่ ยูกะ โมมิกิ แทงทะลุช่องอย่างชาญฉลาดให้ โอไบรอัน หลุดไปยิงเสียบมุมล่างอย่างเฉียบขาด
เกมในครึ่งแรกเป็นการแลกกันบุกของทั้งสองทีม แต่เอฟเวอร์ตันครองบอลได้มากกว่าและดูอันตรายในจังหวะสวนกลับ
เข้าสู่ครึ่งหลัง เอฟเวอร์ตันกลับมาขึ้นนำอีกครั้งจากจังหวะสวนกลับเร็ว โดย สโนเอยส์ ยิงจ่อ ๆ เข้าไป หลังจากที่ เคน เสียบอลหน้าเขตโทษของเอฟเวอร์ตัน
ความยากลำบากเพิ่มขึ้นสำหรับเลสเตอร์ในนาทีที่ 60 เมื่อ ฮายาชิ ได้โอกาสซัดจากหน้ากรอบเขตโทษ บอลพุ่งผ่านแนวรับเข้าไปตุงตาข่าย ทำให้เจ้าบ้านนำห่าง 3-1
พ่าย เอฟเวอร์ตัน ที่ วอลตัน
ก่อนหมดเวลา 20 นาที เอฟเวอร์ตันมาปิดเกมด้วยประตูที่สองของ กาโก้ ซึ่งขึ้นโขกจากลูกครอสลึกของ โทนี่ เพย์น ส่งบอลซุกก้นตาข่าย
หนึ่งในไฮไลต์ของครึ่งหลังคือการเปิดตัวของ ฮลิน ไอริคส์ดอตเทียร์ นักเตะใหม่ของเลสเตอร์ที่เพิ่งย้ายเข้ามาในวันสุดท้ายของตลาดซื้อขาย โดยเธอได้ลงสนามในช่วง 10 นาทีสุดท้าย
เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมหญิง ยังคงรั้งอันดับ 11 ของตาราง มี 4 คะแนนเหนือ คริสตัล พาเลซ และจะพักการแข่งขันในศึก วีเมนส์ ซูเปอร์ ลีก ชั่วคราว โดยโปรแกรมถัดไปคือการบุกเยือน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่สนาม โจอี้ สเตเดี้ยม ในศึก อะโดบี วีเมนส์ เอฟเอ คัพ รอบห้า วันอาทิตย์หน้า เวลา 21:00 น. (ตามเวลาไทย)