- เลสเตอร์ พ่าย อาร์เซน่อล 2-4 ในศึก พรีเมียร์ลีก
- เจมส์ จัสติน ทำคนเดียวสองประตูให้เลสเตอร์ ไล่ตีเสมอ 2-2
- สองประตูในช่วงทดเวลาบาดเจ็บทำให้เจ้าบ้านเก็บสามคะแนนเต็ม
- สตีฟ คูเปอร์ ให้สัมภาษณ์หลังเกมที่ เอมิเรสต์ สเตเดี้ยม
เลสเตอร์ ซิตี้ ไล่ตีเสมอ อาร์เซน่อล เป็น 2-2 จากสองประตูของเจมส์ จัสติน และ นั่นเหมือนจะเพียงพอให้เลสเตอร์ บุกไปเก็บแต้มได้ที่ เอมิเรสต์ สเตเดี้ยม แต่แล้วการทำเข้าประตูตัวเองของ วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้ ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ และยิงของ ไค ฮาแวร์ตซ์ ทำให้เลสเตอร์ ต้องพ่ายให้กับเจ้าบ้านไปอย่างเจ็บปวด 2-4
“แน่นอนว่ามันยากที่จะยอมรับกับผลการแข่งขัน กับสปิริตที่เราแสดงให้เห็นในครึ่งหลัง ครึ่งแรกเราต้องเจอกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก สองประตูที่เราเสียไป เป็นประตูแบบที่อาร์เซน่อลทำได้เป็นประจำอยู่แล้ว"
“เรารู้ว่าเราต้องยกระดับเกมให้ดีขึ้นอีกหน่อย แต่การเล่นในครึ่งหลังแสดงให้เห็นถึงแรงจูงใจและความสามัคคีในทีมได้เป็นอย่างดี การกลับมาสู่เกมด้วยลูกตั้งเตะและประตูสุดสวยจาก เจเจ เป็นการจบสกอร์ที่ยอดเยี่ยม มันเป็นรูปแบบการเคลื่อนที่ในเกมรุก ที่เราต้องฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นเรื่องน่ายินดี"
“ผมรู้สึกว่าเรารับมือกับแรงกดดันได้ดีทีเดียว เรากังวลว่าอาจจะเหลือผู้เล่นแค่ 10 คน และผู้เล่นแนวรุกบางคนมีอาการเป็นตะคริว ทำให้เราต้องเปลี่ยนผู้เล่นบางคนออกมา"
“เรารู้สึกว่าเราสามารถผ่านเกมนี้ไปโดยไม่เสียประตูที่สามได้จริง ๆ นะ แต่การสกัดบอลเปลี่ยนทิศทางจากลูกเตะมุมเป็นสิ่งที่ส่งผลเสียต่อเราอย่างมาก ผมพยายามทำให้ทีมยืนหยัดและรับผิดชอบต่อผลงานที่สามารถทำได้ดีกว่านี้”
เจมส์ จัสติน ฉลองประตูกับ บัวนาน็อตเต้ ที่ช่วยแอสซิตส์
ครึ่งหลังเลสเตอร์ ไล่ตีตื้นอาร์เซน่อลได้อย่างรวดเร็วจาก ลูกโหม่งของ เจมส์ จัสติน และ ได้ประตูตีเสมอหลังจากนั้นไม่นานจาก เจมส์ จัสติน คนเดิม ทั้งที่ อาร์เซน่อลเองเป็นฝ่ายที่กดดันเปิดเกมรุกอย่างหนักหน่วง
“เราไม่ได้ตั้งใจให้เป็นแบบนี้ในครึ่งแรก แต่คุณสามารถประสบปัญหาในเกมที่นี่ได้ ทีมส่วนใหญ่ต้องตั้งรับในกรอบเขตโทษและใช้การโต้กลับทั้งนั้น ไม่มีอะไรน่าอาย และบางครั้งคุณต้องหาวิธีอื่นเพื่อเอาชนะ เราน่าจะทำได้ดีกว่านี้ในครึ่งแรก และนั่นคือแผนของเรา”
“ครึ่งหลังเป็นเรื่องของทัศนคติและการยึดมั่นกับแผนการเล่น เพราะเราวางแผนไว้ตามสไตล์การเล่นของพวกเขา มันคือการอดทนและพยายามสร้างโอกาสให้ตัวเอง”
“นักเตะของเราเริ่มดีขึ้นในครึ่งหลัง แต่ในครึ่งแรกไม่มีโอกาสเลย นอกจากตอนเริ่มเกมเมื่อเราส่ง เจเจ ดันขึ้นสูง ซึ่งเป็นสิ่งที่เราเตรียมตัวไว้ ช่วงพักครึ่งคือการให้กำลังใจและสร้างความเชื่อมั่น บอกผู้เล่นให้แสดงทัศนคติที่พวกเขาแสดงออกมาในที่สุด”
คูเปอร์ ยังชี้ให้เห็นถึงฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมของ จัสติน และ แมดส์ เฮอร์แมนเซ่น โดย จัสติน ทำสองประตูให้กับทีม ก่อนที่ผู้รักษาประตู จิ้งจอกสยาม จะโชว์ฟอร์มเซฟประตูได้อย่างน่าประทับใจ ถึง 13 ครั้ง ซึ่งห่างเพียงครั้งเดียวจากสถิติพรีเมียร์ลีก
จิ้งจอกสยาม ใจสลายช่วงท้ายเกม
“มันน่าเสียดายที่ประตูนั้นไม่ได้รับการกล่าวถึงตามที่มันควรจะเป็น” ผู้จัดการทีมชาวเวลส์ กล่าวถึงประตูที่สอง จัสติน “การจบสกอร์นั้นยอดเยี่ยม และสิ่งที่เรารู้สึกดีคือมันคือสิ่งที่เราทำงานกันมาในสนามฝึกซ้อม”
“ผมคิดว่ามีฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมจากนักเตะหลายคนในวันนี้ เรารู้ว่า เราต้องการมัน เราต้องการผู้รักษาประตูที่สามารถทำได้ดีในเกมใหญ่แบบนี้ และ แมดส์ ก็ทำได้อย่างยอดเยี่ยม เขาเซฟได้ดีมาก และคุณต้องการสิ่งนั้นเมื่อมาเล่นที่นี่”
“เรามีผู้รักษาประตูหนุ่มที่มีความสามารถในเลสเตอร์ และเขาก็ทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม เขาเสียประตูที่สามจากการที่บอลแฉลบ หลังจากโชว์ฟอร์มเซฟได้หลายครั้ง มันไม่ยุติธรรมจริง ๆ”
“นี่แสดงให้เห็นถึงจิตวิญญาณและความเป็นทีม แม้ว่าผลการแข่งขันจะไม่สะท้อนให้เห็น แต่ผมจะรับผิดชอบในเรื่องนี้ ผมมองแค่ตัวเองและไม่มีใครอื่น แต่สิ่งที่ผมเห็นทุกวันคือกลุ่มผู้เล่นที่ฝึกซ้อมได้ดี มีความมุ่งมั่น และเป็นทีมเดียวกัน ในท้ายที่สุด ถ้าเราทำผลการแข่งขันได้ดีขึ้น นั่นจะเป็นหัวใจหลักของทุกสิ่งที่เราทำได้ดี”