ผลเสมอแบบไร้สกอร์ที่คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม คือจุดเริ่มต้นของการดวลกันอีกครั้งในสุดสัปดาห์นี้ ที่สนามโคเวนทรี บิลดิ้ง โซไซตี้ สเตเดี้ยม ซึ่งจะเป็นการพบกันเป็นครั้งที่ 90 ของทั้งสองสโมสร ด้วยความช่วยเหลือจาก เดฟ สมิธ ผู้ร่วมเขียนหนังสือ Of Fossils & Foxes เราพาไปเจาะลึกตัวเลขและหมุดหมายสำคัญ ก่อนศึก M69 ดาร์บี้ นัดล่าสุดจะเริ่มต้นขึ้น
สถิติการพบกันก่อนหน้านี้
ในภาพรวม เลสเตอร์ ซิตี้ ยังคงถือความได้เปรียบทางประวัติศาสตร์ จากการเก็บชัยชนะเหนือ “สกายบลูส์” ได้ 38 ครั้ง และแพ้เพียงนัดเดียวจาก 9 เกมลีกหลังสุดที่พบกัน ขณะที่เจ้าบ้านวันเสาร์นี้คว้าชัยได้ 26 ครั้ง และจบลงด้วยผลเสมอ 25 นัด
การพบกันล่าสุดก็จบลงด้วยผลเสมอเช่นกัน เกิดขึ้นเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาในฤดูกาลนี้ โดยทั้งสองทีมไม่สามารถทำประตูได้ในเกมที่ LE2
ก่อนหน้านั้นคือการเจอกันในศึกแชมเปี้ยนชิพ ฤดูกาล 2023/24 โดยเลสเตอร์ ซิตี้ เอาชนะไป 2-1 ในนัดเปิดฤดูกาลที่คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม ก่อนที่โคเวนทรีจะเอาคืนด้วยชัยชนะ 3-1 ที่โคเวนทรี บิลดิ้ง โซไซตี้ อารีน่า ในเดือนมกราคม 2024
หนึ่งในนักเตะที่โดดเด่นจากสองเกมนั้นคือ เคียร์แนน ดิวส์บิวรี-ฮอลล์ ที่ยิงไปทั้งหมด 3 ประตู รวมถึงสองประตูในเกมเหย้า และจุดโทษในเกมเยือนที่เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมชาย เหลือผู้เล่น 10 คน
ขณะเดียวกัน ชัยชนะนอกบ้านครั้งล่าสุดของโคเวนทรี ในการมาเยือนเลสเตอร์ ย้อนกลับไปไกลถึงปี 2001 จากเกมพรีเมียร์ลีกที่พวกเขาชนะ 3-1 และนับตั้งแต่เลสเตอร์ ซิตี้ อำลาสนามฟิลเบิร์ต สตรีต ในปี 2002 ก็ยังไม่เคยแพ้โคเวนทรีในบ้านอีกเลย
เกมในความทรงจำ และเกร็ดน่าสนใจ
หนึ่งในการพบกันที่ยังถูกพูดถึงมากที่สุด ต้องย้อนไปถึงเกมเดือนเมษายน ปี 1969 ที่สนามไฮฟิลด์ โร้ด เกมนั้นเกิดจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อเลสเตอร์ ซิตี้ ได้จุดโทษในช่วงท้ายเกม แต่การตัดสินกลับถูกเปลี่ยนทั้งที่วางบอลไว้ที่จุดโทษแล้ว สุดท้ายโคเวนทรี เป็นฝ่ายยิงประตูชัยได้ และผลการแข่งขันนัดนั้นส่งให้เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมชาย ตกชั้นด้วยผลต่างเพียงแต้มเดียว ขณะที่ “สกายบลูส์” อยู่รอดโดยแลกกับความผิดหวังของจิ้งจอกสยาม
อีกหนึ่งเกมที่ถูกจดจำคือชัยชนะถล่มทลาย 8-1 ของเลสเตอร์ ซิตี้ ทีมชาย ในศึกลีก คัพ เดือนธันวาคม ปี 1964 ซึ่งยังคงเป็นความพ่ายแพ้ที่ขาดลอยที่สุดที่ทั้งสองทีมเคยมอบให้กัน โดยมีนักเตะเลสเตอร์ ซิตี้ ทีมชาย ถึง 4 คนทำประตูในเกมนั้น
ส่วนเกมสุดแปลกที่ฟิลเบิร์ต สตรีต เดือนตุลาคม ปี 1977 ทั้งสามประตูในเกมเกิดจากการยิงจุดโทษทั้งหมด มิค คูป ยิงสองประตูให้โคเวนทรี พลิกชนะประตูของ จอน แซมเมลส์ ที่ทำให้เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมชาย ขึ้นนำ ขณะที่ เดนนิส โรฟ ก็ยิงจุดโทษพลาดในเกมเดียวกันนั้นด้วย นอกจากนี้ ตลอดประวัติศาสตร์การพบกันของคู่นี้ ยังมีใบแดงถูกแจกไปแล้วถึง 14 ใบ
แข้งที่เคยเล่นให้ทั้งสองทีม และดาวยิงประจำคู่แข่ง
ตลอดระยะเวลากว่าหนึ่งศตวรรษ มีนักเตะจำนวนไม่น้อยที่เคยสวมเสื้อทั้งเลสเตอร์ ซิตี้ ทีมชาย และโคเวนทรี ชื่อที่แฟนบอลคุ้นเคยกันดี ได้แก่ เจมส์ แมดดิสัน, แคสเปอร์ ชไมเคิล, สตีฟ วอลช์, เจอร์รี่ เดลีย์, จูเลียน โจอาคิม, แกรี่ แม็คอัลลิสเตอร์ และ มาร์ติน แว็กฮอร์น
ขณะที่ ไบรอัน อัลเดอร์สัน และ ดิโอน ดับลิน ก็เคยทำประตูใส่ทั้งสองทีมในการเจอกันคู่นี้มาแล้วตลอดอาชีพค้าแข้ง
ในแง่ของดาวยิงในศึกดาร์บี้คู่นี้ อาร์เธอร์ แชนด์เลอร์ ยังครองตำแหน่งผู้ทำประตูสูงสุดของเลสเตอร์ ซิตี้ ทีมชาย เมื่อพบกับโคเวนทรี ด้วยจำนวน 8 ประตู สถิติดังกล่าวยืนยาวมาตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1920
ทางฝั่งโคเวนทรี สถิติเป็นของ ทอม อิงลิช ที่ยิงได้ 4 ประตู รวมถึงแฮตทริกหลังสงครามโลกครั้งที่สองเพียงครั้งเดียวในประวัติศาสตร์ของการพบกันระหว่างสองสโมสรนี้