ศึกดาร์บี้สุดคลาสสิก: ความทรงจำเพลย์ออฟ, ความสำเร็จพรีเมียร์ลีก & เส้นทางเอฟเอ คัพ
เราจะยกพลบุกไพรด์ พาร์คในวันเสาร์นี้ เพื่อทำศึกกับดาร์บี้ เคาน์ตี้ อย่างเป็นทางการครั้งแรกในรอบแปดปี
Wes Morgan
Wes Morgan
by Sam Stevens
Published
02 Dec 2025
ศึกดาร์บี้สุดคลาสสิก: ความทรงจำเพลย์ออฟ, ความสำเร็จพรีเมียร์ลีก & เส้นทางเอฟเอ คัพ
เราจะยกพลบุกไพรด์ พาร์คในวันเสาร์นี้ เพื่อทำศึกกับดาร์บี้ เคาน์ตี้ อย่างเป็นทางการครั้งแรกในรอบแปดปี
Sam Stevens
ศึกดาร์บี้สุดคลาสสิก: ความทรงจำเพลย์ออฟ, ความสำเร็จพรีเมียร์ลีก & เส้นทางเอฟเอ คัพ
เราจะยกพลบุกไพรด์ พาร์คในวันเสาร์นี้ เพื่อทำศึกกับดาร์บี้ เคาน์ตี้ อย่างเป็นทางการครั้งแรกในรอบแปดปี
Sam Stevens
ศึกดาร์บี้สุดคลาสสิก: ความทรงจำเพลย์ออฟ, ความสำเร็จพรีเมียร์ลีก & เส้นทางเอฟเอ คัพ
เราจะยกพลบุกไพรด์ พาร์คในวันเสาร์นี้ เพื่อทำศึกกับดาร์บี้ เคาน์ตี้ อย่างเป็นทางการครั้งแรกในรอบแปดปี
Sam Stevens
ศึกดาร์บี้สุดคลาสสิก: ความทรงจำเพลย์ออฟ, ความสำเร็จพรีเมียร์ลีก & เส้นทางเอฟเอ คัพ
เราจะยกพลบุกไพรด์ พาร์คในวันเสาร์นี้ เพื่อทำศึกกับดาร์บี้ เคาน์ตี้ อย่างเป็นทางการครั้งแรกในรอบแปดปี
Sam Stevens
เลสเตอร์ ซิตี้ เตรียมยกพลไปเยือน ไพรด์พาร์ค ในวันเสาร์นี้ เพื่อทำศึกดาร์บี้เคาน์ตี้อย่างเป็นทางการครั้งแรกในรอบแปดปี ซึ่งจะเริ่มแข่งเวลา 19:30 น. เราขอย้อนกลับไปดูช่วงเวลาที่น่าจดจำที่สุดบางส่วนจากการพบทีม “แกะเขาเหล็ก” ในอดีต…
Steve Walsh
เพลย์ออฟ ดิวิชั่นหนึ่ง – ดาร์บี้ เคาน์ตี้ 1 เลสเตอร์ ซิตี้ 2, เวมบลีย์ | 30 พฤษภาคม 1994
วันที่ 30 พฤษภาคม 1994 จะถูกจารึกไว้ตลอดไปในฐานะวันที่เป็นของ สตีฟ วอลช์ อย่างแท้จริง หลังจากอกหักเพลย์ออฟถึงสองปีซ้อน เลสเตอร์กลับมาที่เวมบลีย์ด้วยความตั้งใจว่าจะไม่ผิดหวังเป็นครั้งที่สาม
แต่ดาร์บี้เป็นฝ่ายออกนำก่อนจากประตูของ ทอมมี่ จอห์นสัน ใต้เงา Twin Towers แม้จะตามหลัง แต่ทีมของไบรอัน ลิตเติลในยุคนั้นมีความมุ่งมั่นและแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม จากประสบการณ์ความพ่ายแพ้ครั้งก่อน ๆ
วอลช์ — เซ็นเตอร์แบ็กผู้เป็นนักรบของทีม ที่ถูกดันขึ้นไปยืนเป็นกองหน้าที่เมืองหลวง — พุ่งเข้าชาร์จลูกครอสลึกก่อนหมดครึ่งแรก ส่งบอลตุงตาข่ายและเปลี่ยนโมเมนตัมให้จิ้งจอกสยามทันที แล้วก็มาถึง โมเมนต์ประวัติศาสตร์
ลูกโหม่งของ เอียน ออร์มอนด์รอยด์ ถูกเซฟ แต่บอลกระดอนมาในเขตโทษ… วอลช์ โผเข้าหาบอลอย่างเต็มแรง ก่อนจะส่งลูกเข้าประตูแบบไม่สนวิธีการ เวมบลีย์ฝั่ง “บลู อาร์มี่” ระเบิดเสียงเฮลั่น เมื่อเสียงนกหวีดสุดท้ายดังขึ้น ทุกอย่างคือการปลดปล่อย — เลสเตอร์เลื่อนชั้นสำเร็จ ในที่สุดก็ข้ามเส้นแห่งความเจ็บปวด และเริ่มต้นเขียนประวัติศาสตร์บทใหม่
แม้ทีมจะตกชั้นในอีกหนึ่งปีต่อมา แต่แฟนบอลหลายคนยังคงมองว่าวันนั้น คือจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ของสโมสร ก่อนที่ มาร์ติน โอนีล จะเข้ามาปลุกมนต์ขลังที่ฟิลเบิร์ต สตรีทในเวลาต่อมา
Martin O'Neill
พรีเมียร์ลีก – ดาร์บี้ เคาน์ตี้ 0 เลสเตอร์ ซิตี้ 4, ไพรด์ พาร์ค | 26 เมษายน 1998
สำหรับแฟนเลสเตอร์ที่เดินทางไปไพรด์ พาร์คในเดือนเมษายนปี 1998 แทบไม่เชื่อสายตากับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า นี่คือหนึ่งใน ผลงานเกมเยือนที่สมบูรณ์แบบที่สุด ของสโมสรในยุคพรีเมียร์ลีกปลายยุค 90 เลสเตอร์ ซิตี้ บุกถล่มดาร์บี้แบบไร้ปรานี 4-0 ด้วยฟอร์มที่เปี่ยมด้วยพลัง ความมั่นใจ และความเฉียบคมในทุกจังหวะ
เอมิล เฮสกี้ อยู่ในฟอร์มที่หยุดไม่อยู่ เจ้าตัวไล่กดดันแนวรับดาร์บี้อย่างต่อเนื่อง จนทำให้เจ้าถิ่นถูกบีบอยู่ในแดนตัวเองแทบทั้งครึ่งแรก มุซซี่ อิเซ็ตต์ คุมจังหวะเกมกลางสนามอย่างเยือกเย็น คอยสลับบอลและพาทีมเดินเกมอย่างมั่นใจ ขณะที่เกมริมเส้นของเลสเตอร์ก็ดาหน้าโจมตีจนแนวรับ “แกะเขาเหล็ก” ตั้งตัวไม่ทัน
เพียง 15 นาทีแรก สกอร์ไหลไปถึง 4-0 และเสียงเดียวที่ดังทั่วสนามคือเสียงเฮจากกองเชียร์ทีมเยือน ทุกประตูในเกมนี้มาจากลูกโหม่ง เฮสกี้สองลูก, อิเซ็ตต์หนึ่งลูก และอีกหนึ่งลูกจาก เอียน มาร์แชลล์
นี่คือชัยชนะที่เต็มไปด้วยข้อความสำคัญ… หนึ่งในเกมที่สะท้อนว่าทีมของ มาร์ติน โอนีล ในตอนนั้นก้าวหน้าไปไกลแค่ไหน หลายดาร์บี้แมตช์ อาจเต็มไปด้วยความตึงเครียด แต่เกมนี้ เลสเตอร์คุมเกมทุกจังหวะ มั่นใจ และเล่นด้วยสไตล์ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ยุคของโอนีล
Muzzy Izzet
พรีเมียร์ลีก – ดาร์บี้ เคาน์ตี้ 2 เลสเตอร์ ซิตี้ 3, ไพรด์ พาร์ค | 15 กันยายน 2001
ชัยชนะ 3-2 ของเลสเตอร์ที่ไพรด์ พาร์คในเดือนกันยายน 2001 คือดาร์บี้แมตช์ที่มีทุกอย่าง—ประตูมากมาย, การสวิงโมเมนตัมไปมา และชัยชนะอันยากลำบากที่ทำให้ “จิ้งจอกสยาม” ได้เฮในท้ายที่สุด
เลสเตอร์ต้องตามหลังถึงสองครั้งและต้องสู้กลับแบบหัวชนฝา โดยที่เกมไหลเร็วและไม่มีช่วงนิ่งเลย ดีน สเตอร์ริดจ์ ใช้ประสบการณ์และความเข้าใจอดีตเพื่อนร่วมทีมของเขาเป็นจุดศูนย์กลางให้เลสเตอร์โจมตีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่คู่กลางอย่าง มุซซี่ อิเซ็ตต์ และ ร็อบบี้ ซาเวจ ค่อย ๆ คุมเกมมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อนัดนี้เปิดหน้าสู้กันเต็มรูปแบบ
เลสเตอร์ถูกนำเร็วจากประตูของ เดียน เบอร์ตัน แต่สเตอร์ริดจ์ยิงคืน ทำให้ครึ่งแรกจบที่ 1-1 ครึ่งหลังทีมเยือนเดินหน้ากลับมานำ 2-1 จากสเตอร์ริดจ์อีกครั้ง แต่ทุกอย่างเหมือนพังทลายในนาทีที่ 90 เมื่อ ฟาบริซิโอ ราวาเนลลี่ ซัดจุดโทษตีเสมอเป็น 2-2
ทว่าในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ซาเวจ เรียกจุดโทษให้เลสเตอร์ และเป็น อิเซ็ตต์ ที่กดประตูชัย ส่งแฟนบอลเจ้าถิ่นเข้าสู่ความเงียบ และแฟนเลสเตอร์ในฝั่งทีมเยือนดีใจกันสุดเสียง
แม้จะเป็นฤดูกาลที่ยากลำบาก และช่วงปลายยุคของ ปีเตอร์ เทย์เลอร์ แต่นี่คือหนึ่งในช่วงเวลาที่สว่างไสวที่สุดของฤดูกาลนั้น
Muzzy Izzet
ดิวิชั่นหนึ่งเดิม – เลสเตอร์ ซิตี้ 3 ดาร์บี้ เคาน์ตี้ 1, ฟิลเบิร์ต เวย์ | 14 กันยายน 2002
ชัยชนะ 3-1 บนฟิลเบิร์ต เวย์ในต้นฤดูกาล 2002/03 คือสัญญาณแรก ๆ ของความสำเร็จที่จะตามมาในปีนั้น ทีมของ มิคกี้ อดัมส์ กำลังสร้างอัตลักษณ์ใหม่ หลังย้ายมาเล่นในสนามใหม่เป็นครั้งแรกในรอบ 111 ปี
แม้จะถูกนำก่อนจากประตูของ คริส ริกกอตต์ แต่เลสเตอร์ตอบสนองอย่างยอดเยี่ยม ใครอื่นไม่ได้นอกจาก มุซซี่ อิเซ็ตต์ ที่ยิงตีเสมอ ก่อนที่คู่กองหน้าตัวความหวังอย่าง ไบรอัน ดีน และ พอล ดิกคอฟ จะช่วยกันยิงแซงนำจนจบเกม
นี่คือชัยชนะในบ้านที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ แสดงให้เห็นถึงวุฒิภาวะและศักยภาพของทีม พร้อมผลักดันให้เลสเตอร์เดินหน้าบนเส้นทางเลื่อนชั้นในฤดูกาลนั้น
Yakubu
แชมเปี้ยนชิพ – ดาร์บี้ เคาน์ตี้ 0 เลสเตอร์ ซิตี้ 2, ไพรด์ พาร์ค | 12 กุมภาพันธ์ 2011
ชัยชนะ 2-0 เหนือดาร์บี้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2011 เกิดขึ้นในช่วงที่เลสเตอร์ ซิตี้กำลังฟื้นตัวและเดินหน้าสร้างโมเมนตัมอย่างแข็งแกร่งภายใต้การคุมทีมของ สเวน-โกรัน เอริคส์สัน ในบ่ายที่อากาศเย็นเฉียบที่ไพรด์ พาร์ค จิ้งจอกสยามโชว์ฟอร์มแบบสุขุม เฉียบคม และมีคุณภาพเหนือคู่แข่งร่วมภูมิภาคอย่างชัดเจน
เลสเตอร์ออกนำก่อนจาก ยาคูบู ผู้แสดงให้เห็นทันทีว่าเหตุใดเขาถึงถูกดึงเข้ามาเสริมทีมด้วยสัญญายืมตัว — แข็งแกร่ง, ฉลาด และจบสกอร์อย่างเยือกเย็นในกรอบเขตโทษ ประตูลูกนี้ปลุก “บลู อาร์มี่” ฝั่งทีมเยือนให้ดังขึ้นเต็มเสียง และช่วยให้เลสเตอร์สามารถคุมจังหวะเกมได้ตามต้องการ
ครึ่งหลัง แอนดี้ คิง ซึ่งอยู่ในฤดูกาลที่ยิงได้มากที่สุดในอาชีพของเขา เพิ่มประตู 2-0 ด้วยการสอดขึ้นไปจบสกอร์แบบมั่นใจ ดาร์บี้พยายามเจาะเกมรับของเลสเตอร์ แต่ก็ถูกหยุดไว้โดยแดนกลางและแนวรับที่จัดระบบกันอย่างแข็งแกร่ง เมื่อจบ 90 นาที แฟนเลสเตอร์ส่งเสียงฉลองกึกก้อง นี่คือชัยชนะในดาร์บี้แมตช์ที่สร้างจากวินัย คุณภาพ และความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ของทีมในฤดูกาลนั้น
Jamie Vardy
แชมเปี้ยนชิพ – เลสเตอร์ ซิตี้ 4 ดาร์บี้ เคาน์ตี้ 1, คิง เพาเวอร์ สเตเดียม | 10 มกราคม 2014
ในเดือนมกราคม 2014 เลสเตอร์ ซิตี้ อยู่ในฟอร์มที่ร้อนแรงสุดขีด และชัยชนะ 4-1 เหนือดาร์บี้ครั้งนี้คือหนึ่งในผลงานที่สมบูรณ์แบบที่สุดของทีมแชมป์แชมเปี้ยนชิพภายใต้การคุมทีมของ ไนเจล เพียร์สัน
ริชชี่ เดอ เลต เปิดฉากด้วยประตูสุดงาม ลากบอลตัดเข้าในแล้วซัดเรียดผ่านผู้รักษาประตู ก่อนที่ เดวิด นูเจ้นท์ จะรับช่วง ทำสองประตูรวด รวมถึงจุดโทษอันนิ่งเฉียบตามสไตล์ เพื่อปิดเกมเกือบสนิทตั้งแต่ก่อนพักครึ่ง
ทีมของสตีฟ แม็คคลาเรน ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมลุ้นเลื่อนชั้นเช่นกัน ไม่สามารถรับมือกับความเร็ว การเพรสซิ่ง และความเฉียบคมในการครองบอลของเลสเตอร์ได้เลย เจมี่ วาร์ดี้ ซึ่งทำประตูหนึ่งในเกมนี้ ไล่กดดันแนวรับดาร์บี้ แบบไม่มีหยุด ทำให้ผู้เล่นทีมเยือนเสียจังหวะตลอดทั้งเกม ทุกครั้งที่เลสเตอร์เร่งเครื่องขึ้นหน้า เกมรุกก็ทรงพลังและอันตรายอย่างยิ่ง
ค่ำคืนที่คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม เต็มไปด้วยพลัง แฟนบอลรู้สึกได้ว่านี่คือทีมที่ถูกสร้างมาเพื่อเลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีก ความมั่นใจ, ความเร็ว, ความเด็ดขาด ทุกอย่างลงตัวอย่างงดงามในหนึ่งค่ำคืนที่ตราตรึง

ข่าวล่าสุด

รูปล่าสุด

วิดีโอล่าสุด

สนามคิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม

ฟิลเบิร์ต เวย์

เลสเตอร์

LE2 7FL

สโมสร

สโมสร

เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมหญิง

เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมหญิง

แอป

King Power Stadium,

Filbert Way,

Leicester

LE2 7FL

Club >

Men >

Women >

Community>

App >