จากเสื้อคลาสสิกยุค Filbert Street อันเป็นที่รัก ไปจนถึงดีไซน์โฉบเฉี่ยวยุค คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม ทุกชุดล้วนมีเรื่องเล่าอยู่ในเนื้อผ้า วันนี้เราพาไทม์แมชชีนย้อนกลับไปสำรวจดีไซน์ ประวัติศาสตร์ และโมเมนต์ที่ไม่มีวันลืมของหนึ่งในเสื้อเยือนที่หายากที่สุดของจิ้งจอกสยาม
เสื้อตัวนี้ประเดิมสนามครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2001 ในเกมพรีซีซั่นที่ต้อนรับการมาเยือนของ ฟิออเรนติน่า วันนั้นเลสเตอร์เลือกใส่ชุดขาวแต่งขอบน้ำเงินชุดนี้แทนการใช้ชุดเหย้าสีน้ำเงินแบบดั้งเดิม นับเป็นครั้งแรกที่คิตนี้ถูกเผยโฉม แม้ดีไซน์จะคล้ายกับเสื้อเยือนสีขาวรุ่นก่อนที่มีโลโก้ Walkers Crisps ก็ตาม
แต่สำหรับฤดูกาล 2001/02 นั้น สปอนเซอร์คู่บุญอย่าง Walkers ซึ่งอยู่บนหน้าอกเสื้อมานานกว่า 14 ปี ได้ถูกแทนที่ด้วย LG Electronics บริษัทข้ามชาติจากเกาหลีใต้ เมืองโซล หลังประเดิมในเกมกับฟิออเรนติน่า ชุดเยือนสีขาวนี้ถูกหยิบมาใส่เพียง สามนัด เท่านั้นตลอดซีซั่น
เสื้อตัวนี้ถูกใส่คู่กับ กางเกงขาว–ถุงเท้าน้ำเงิน ในเกมบุกพ่ายเชลซี 0-2 ส่วนในเกมบุกชนะ แอสตัน วิลล่า 2-0 นั้น เลสเตอร์เปลี่ยนมาใส่ กางเกงน้ำเงิน–ถุงเท้าขาว การปรากฏตัวครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นในเกมแพ้ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 0-1 ที่ อัพตัน ปาร์ค โดยมาในเซต กางเกงน้ำเงิน–ถุงเท้าน้ำเงิน
ผู้เล่นเลสเตอร์ที่ทำประตูได้ตอนใส่เสื้อตัวนี้นอกจาก ดีน สตาร์ริดจ์ ที่ซัดแฮตทริกสุดเดือดในเกมเสมอฟิออเรนติน่า 3-3 ก็มีเพียง เจมส์ สโควครอฟต์ และ อเด อากินบี้ยี เท่านั้น
คิตนี้ถูกใช้งานเฉพาะฤดูกาล 2001/02 ซึ่งเป็นปีที่ทัพจิ้งจอกต้องตกชั้นจากพรีเมียร์ลีก และยังเป็นซีซั่นสุดท้ายที่สโมสรได้กล่าวอำลาฟิลเบิร์ต สตรีท หลังใช้เป็นรังเหย้ามานานถึง 111 ปี
ตลอดฤดูกาล เสื้อเยือนสีขาวนี้ถูกแทนที่อย่างค่อยเป็นค่อยไปโดยชุดเยือนสีเหลืองขอบน้ำเงิน ซึ่งถูกนำไปใช้ต่อในซีซั่นถัดมา
ผู้เล่นที่เคยสวมเสื้อดีไซน์หายากนี้ในศึกพรีเมียร์ลีก ได้แก่ แฟรงก์ ซินแคลร์, แกรี่ โรเว็ตต์, คัลลัม เดวิดสัน, แมตต์ เอลเลียตต์, มุซซี่ อิเซ็ต, ร็อบบี้ ซาเวจ, จอร์แดน สจ๊วร์ต และแมตต์ โจนส์