เสื้อตัวนี้ถูกใช้เพียงฤดูกาลเดียวเท่านั้น และนับเป็นครั้งแรกในรอบ 26 ฤดูกาล ที่ไม่มีโลโก้สปอนเซอร์อยู่ด้านหน้าของเสื้อ การตัดสินใจครั้งนี้ได้รับอิทธิพลอย่างมากจากการโหวตของแฟนบอลในเดือนมกราคม ปี 2009 ซึ่งแฟนบอลส่วนใหญ่ต้องการให้เสื้อในปีครบรอบมีดีไซน์เรียบง่ายและคลาสสิก
อย่างไรก็ตาม บริเวณด้านหลังของเสื้อยังคงมีชื่อสปอนเซอร์อยู่ โดยเป็นบริษัท Jessops ซึ่งเป็นธุรกิจด้านการถ่ายภาพ
นอกจากนี้ยังมีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดเล็กน้อยในตราสโมสร โดยมีการเพิ่มปี 1884–2009 เพื่อเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบ และเพิ่มแถบข้อความด้านล่างตราที่เขียนว่า “125 Years” รวมถึงมีการเพิ่มรายละเอียดสีขาวบนหัวสุนัขจิ้งจอก ซึ่งก่อนหน้านั้นตั้งแต่ปี 1992 ใช้สีเหลืองเพียงสีเดียว และยังมีการเปลี่ยนรูปแบบตัวอักษรรอบตราสโมสรอีกด้วย
เสื้อที่ปรากฏในภาพนี้เป็นเสื้อที่ ริชชี่ เวลเลนส์ สวมใส่ลงแข่งขันจริง หลังจากที่เขาย้ายมาร่วมทีมในช่วงปิดฤดูกาล และกลายเป็นผู้เล่นตัวหลักของทีมตลอดทั้งฤดูกาลนั้น
ฤดูกาลที่ใช้เสื้อตัวนี้ยังเป็นช่วงที่สโมสรกำลังฟื้นตัวภายใต้การคุมทีมของ ไนเจล เพียร์สัน โดยเลสเตอร์ อยู่ในตำแหน่งเพลย์ออฟและลุ้นเลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีกเป็นฤดูกาลที่สองติดต่อกันเกือบตลอดทั้งซีซั่น ก่อนจะจบลงด้วยความพ่ายแพ้ในการดวลจุดโทษ ในเกมเพลย์ออฟรอบรองชนะเลิศกับ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้
ในฤดูกาลนั้นยังมีสถิติที่น่าสนใจเกิดขึ้นด้วย ในเกมแชมเปียนชิพ ที่พบกับ บริสตอล ซิตี้ ทั้งสองนัด แม็ตตี้ ฟรายแอตต์ และ ลอยด์ ดายเออร์ ซึ่งสวมเสื้อดีไซน์นี้ ยิงประตูให้เลสเตอร์ ในเกมเหย้าและเกมเยือนตามลำดับ และทั้งสองประตูก็เกิดขึ้นในช่วงทดเวลาบาดเจ็บเช่นเดียวกับประตูของบริสตอล ซิตี้ ในเกมที่สนามแอชตัน เกต อีกด้วย