แมตต์ โจนส์: จากดาวรุ่งพุ่งแรงสู่การแขวนสตั๊ดในวัย 23 ปี
แมตต์ โจนส์ มิดฟิลด์ทีมชาติเวลส์ อดีตนักเตะคนสำคัญที่เลสเตอร์ ซิตี้ ที่ดึงตัวมาจากลีดส์ ยูไนเต็ด เมื่อเดือนธันวาคม ปี 2000 ปัจจุบันเขาดำรงตำแหน่งผู้จัดการทีมชาติเวลส์ชุด U-21
Matt Jones
Matt Jones
by John Hutchinson
Published
13 Apr 2026
แมตต์ โจนส์: จากดาวรุ่งพุ่งแรงสู่การแขวนสตั๊ดในวัย 23 ปี
แมตต์ โจนส์ มิดฟิลด์ทีมชาติเวลส์ อดีตนักเตะคนสำคัญที่เลสเตอร์ ซิตี้ ที่ดึงตัวมาจากลีดส์ ยูไนเต็ด เมื่อเดือนธันวาคม ปี 2000 ปัจจุบันเขาดำรงตำแหน่งผู้จัดการทีมชาติเวลส์ชุด U-21
John Hutchinson
แมตต์ โจนส์: จากดาวรุ่งพุ่งแรงสู่การแขวนสตั๊ดในวัย 23 ปี
แมตต์ โจนส์ มิดฟิลด์ทีมชาติเวลส์ อดีตนักเตะคนสำคัญที่เลสเตอร์ ซิตี้ ที่ดึงตัวมาจากลีดส์ ยูไนเต็ด เมื่อเดือนธันวาคม ปี 2000 ปัจจุบันเขาดำรงตำแหน่งผู้จัดการทีมชาติเวลส์ชุด U-21
John Hutchinson
แมตต์ โจนส์: จากดาวรุ่งพุ่งแรงสู่การแขวนสตั๊ดในวัย 23 ปี
แมตต์ โจนส์ มิดฟิลด์ทีมชาติเวลส์ อดีตนักเตะคนสำคัญที่เลสเตอร์ ซิตี้ ที่ดึงตัวมาจากลีดส์ ยูไนเต็ด เมื่อเดือนธันวาคม ปี 2000 ปัจจุบันเขาดำรงตำแหน่งผู้จัดการทีมชาติเวลส์ชุด U-21
John Hutchinson
แมตต์ โจนส์: จากดาวรุ่งพุ่งแรงสู่การแขวนสตั๊ดในวัย 23 ปี
แมตต์ โจนส์ มิดฟิลด์ทีมชาติเวลส์ อดีตนักเตะคนสำคัญที่เลสเตอร์ ซิตี้ ที่ดึงตัวมาจากลีดส์ ยูไนเต็ด เมื่อเดือนธันวาคม ปี 2000 ปัจจุบันเขาดำรงตำแหน่งผู้จัดการทีมชาติเวลส์ชุด U-21
John Hutchinson
แมตต์ ได้พูดคุยกับ จอห์น ฮัทชินสัน นักประวัติศาสตร์ประจำสโมสร และได้เล่าถึงเส้นทางฟุตบอลที่นำพาเขาจากสวอนซีไปสู่ลีดส์ ยูไนเต็ด และมาจบที่เลสเตอร์ ซิตี้ ก่อนที่อาการบาดเจ็บรุนแรงจะบังคับให้เขาต้องเลิกเล่นฟุตบอลด้วยวัยเพียง 23 ปี
“ผมเกิดและโตที่ลานเนลลี” แมตต์เริ่มเล่า “ผมเข้าร่วมทีมเยาวชนสวอนซี ตั้งแต่อายุ 9 ขวบ ฝึกซ้อมสัปดาห์ละสองครั้งและลงแข่งในวันหยุดสุดสัปดาห์ ผมยังเคยเป็นมาสคอตตัวน้อยที่สนามเวตช์ ฟิลด์ (สนามเก่าของสวอนซี) ด้วย”
“ตอนนั้นออกซ์ฟอร์ดและเชลซี สนใจจะเซ็นสัญญาคว้าตัวผม แต่แมวมองจากลานเนลลี ซึ่งเป็นอดีตนักเตะลีดส์ได้ชวนผมไปที่นั่น ผมเดินทางไปๆ มาๆ ระหว่างบ้านกับลีดส์อยู่สองปี จนกระทั่งย้ายไปอยู่ที่นั่นถาวรตอนอายุ 14”
“การที่ผมต้องจากครอบครัวมาตั้งแต่เด็ก ทำให้ผมได้รับความเคารพจากเหล่าโค้ชอย่างรวดเร็ว ตอนนั้น ฮาวเวิร์ด วิลกินสัน เป็นผู้จัดการทีม และมีนักเตะอย่าง กอร์ดอน สตราคัน, แกรี่ สปีด, แกรี่ แม็คอัลลิสเตอร์ และเอริก คันโตน่า อยู่ในทีม แกรี่ สปีด เป็นหนึ่งในนักเตะรุ่นใหญ่คนแรกๆ ที่เข้ามาต้อนรับผมสู่สโมสร”
แมตต์ โจนส์
“แฮร์รี่ คีเวลล์, อลัน สมิธ, สตีฟ แม็คเฟล, พอล โรบินสัน, โจนาธาน วูดเกต, เอียน ฮาร์ต และแกรี่ เคลลี่ ต่างก็อยู่ในอะคาเดมี่ชุดเดียวกับผม ซึ่งเป็นชุดที่ชนะเลิศมาตลอด เราได้แชมป์ลีกเยาวชน และจากนั้นก็คว้าแชมป์เอฟเอ ยูธ คัพ ที่ทรงเกียรติ ตอนนัดชิงที่เราชนะและมีการถ่ายทอดสดทาง Sky Sports ผมทำประตูได้ในนัดแรกด้วยลูกพุ่งโหม่ง”
“พวกเราทั้งชุดขยับขึ้นไปเล่นทีมสำรองและคว้าแชมป์ลีกทีมสำรองได้อีก เดวิด โอเลียรี่ ผู้จัดการทีมบอกกับเราว่าต้องคว้าโอกาสเข้าสู่ทีมชุดใหญ่ไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง ทุกคนลงเล่นและยอมถวายหัวเพื่อกันและกัน”
“นักเตะดาวรุ่งประมาณ 40 คนในทีมเยาวชนพักอยู่ในหอพักใกล้สนามซ้อมธอร์ป พาร์ค เรามีชีวิตอยู่เพื่อฟุตบอล รูมเมทของผมคือนักเตะนอร์เวย์ชื่อ ทอมมี่ คาร์วิก เราทั้งคู่ลงประเดิมสนามนัดแรกในเกมเอฟเอ คัพ ที่พบกับพอร์ตสมัธ โดยถูกเปลี่ยนตัวลงสนามในนาทีเดียวกัน เราชนะไป 5-1 สัปดาห์ต่อมาผมได้ลงเป็นตัวจริงนัดแรกพบกับแอสตัน วิลล่า เราชนะ 2-1 และผมเป็นคนจ่ายบอลให้ จิมมี่ ฟลอยด์ ฮัสเซลแบงก์ ยิงประตูชัย”
“ลีดส์ประสบความสำเร็จมากในตอนนั้น ทั้งได้อันดับ 3 ในลีกและเข้าถึงรอบรองชนะเลิศยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ส่วนปีก่อนหน้านั้นเราเล่นในยูฟ่า คัพ และผมก็ได้ลงเล่นในรอบรองชนะเลิศด้วย”
“เดิมทีผมวางแผนจะเป็นนักเตะที่เล่นกับสโมสรเดียวตลอดชีวิต แต่ลีดส์เพิ่งทุ่มเงิน 28 ล้านปอนด์ซื้อ ริโอ เฟอร์ดินานด์ และต้องการถอนทุนคืนบางส่วน ผมเป็นนักเตะที่ย้ายมาแบบไม่มีค่าตัว และพวกเขาก็ได้รับข้อเสนอซื้อตัวผมในราคาประมาณ 3-4 ล้านปอนด์”
แมตต์ โจนส์
“ตอนนั้นเลสเตอร์, ชาร์ลตัน, มิดเดิ้ลสโบรซ์ และแบล็คเบิร์น สนใจในตัวผม ผมไปที่เลสเตอร์ในวันอังคาร และมีกำหนดไปพบ แกรม ซูเนสส์ ที่แบล็คเบิร์นในวันรุ่งขึ้น ตอนแรกผมคิดว่าผมน่าจะอยากไปแบล็คเบิร์นที่สุด”
“แต่ผมประทับใจที่เลสเตอร์ เป็นสโมสรที่ให้ความสำคัญกับครอบครัว เหมือนกับที่ผมเคยสัมผัสที่ลีดส์ พวกเขาทำให้ผมรู้สึกอบอุ่นตั้งแต่วินาทีแรกที่ก้าวเท้าเข้าไป ปีเตอร์ เทย์เลอร์ ผู้จัดการทีมในตอนนั้น มีแรงบันดาลใจมากในสิ่งที่เขาอยากจะสร้างให้ผม ผมรู้สึกถึงความรับผิดชอบที่ต้องมารับช่วงต่อเสื้อหมายเลข 7 ของ นีล เลนนอน มันเป็นโอกาสดีที่ผมจะได้เฉิดฉาย”
“ผมประเดิมสนามนัดแรกพบกับชาร์ลตัน ในบ้าน เราชนะ 2-1 และผมมีส่วนร่วมในการสร้างจังหวะทำประตูทั้งสองลูก”
“ช่วงก่อนคริสต์มาส เราอยู่อันดับ 4 ของพรีเมียร์ลีก แต่เมื่อทีมเริ่มเสียนักเตะที่มีประสบการณ์ไป ทุกอย่างก็เริ่มพังทลาย มีความกดดันมหาศาลถาโถมใส่ ปีเตอร์ เทย์เลอร์ ให้ต้องเสริมทีม เป็นเรื่องน่าเสียดายที่ทีมเราเริ่มร่วงลงไปในตาราง โดยเฉพาะในฤดูกาลถัดมา”
แมตต์ โจนส์
ในเดือนมกราคม ปี 2002 แมตต์ได้รับบาดเจ็บรุนแรงที่สนามแอนฟิลด์
“ผมมักจะผลักดันตัวเองอย่างหนักเสมอเพื่อความสำเร็จ” เขาอธิบาย “ผมจะทุ่มเท 100 เปอร์เซ็นต์เสมอแม้สภาพร่างกายจะไม่พร้อมเต็มร้อย นั่นคือจังหวะที่คุณเริ่มฝืนเข้าหาบอล ในตอนที่ผมพยายามเข้าสกัด แกรี่ แม็คอัลลิสเตอร์ ผมเหยียดขาไปหาบอลมากเกินไป ร่างกายทั้งหมดของผมล้มลงไปทับเข่าอีกด้าน ผมรู้สึกเหมือนมีการระเบิดครั้งใหญ่ในหัวเข่า เป็นความรู้สึกที่ไม่เคยเจอมาก่อน”
“ผู้ช่วยชีวิตผมในตอนนั้นคือทีมกายภาพอย่าง เดฟ เรนนี่ และ ทอม ฟรีแมน ผลสแกนเผยว่าเอ็นไขว้หน้าขาด ต้องผ่าตัดและพักยาวหนึ่งปี เดฟพยายามเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นบวกทันที เขาบอกผมว่า รอย คีน และ รุด ฟาน นิสเตลรอย ก็เคยเจ็บแบบนี้แล้วดูพวกเขาสิ พวกเขายังกลับมาเก่งได้ เขาบอกว่ามันจะหยุดผมจากการเป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยมไม่ได้หรอก คำพูดเหล่านั้นติดอยู่ในใจผม ทุกครั้งที่ผมทำกายภาพ ทุกครั้งที่ตื่นมาพร้อมความเจ็บปวดจนคิดว่าฉันทำไม่ไหวแล้ว คำพูดนั้นจะปลุกให้ผมลุกขึ้นมาสู้ต่อ”
แมตต์ โจนส์
“ตอนที่ผมเจ็บ เรายังอยู่ในพรีเมียร์ลีกโดยมี ปีเตอร์ เทย์เลอร์ คุมทีม แต่ตอนผมกลับมา ทีมร่วงไปอยู่ในแชมเปียนชิพโดยมี มิกกี้ อดัมส์ คุมทีม เขาแตกต่างออกไปมากแต่ผมก็สนับสนุนเขา ผมรู้สึกฟิตและแข็งแกร่ง แต่ยังขาดความพร้อมในระดับการแข่งขันจริง”
“ในช่วงปรีซีซั่นปี 2003/04 ผมย้ายไปเล่นแบบยืมตัวระยะสั้นที่น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ของ พอล ฮาร์ต เพื่อเคาะสนิมให้ฟิตเต็มถังและพร้อมกลับมาช่วยเลสเตอร์ที่เพิ่งเลื่อนชั้นกลับสู่พรีเมียร์ลีก เราแข่งนัดกระชับมิตรกับอาแจ็กซ์ที่สนามซิตี้ กราวด์ ด้วยความที่อยากโชว์ฟอร์มให้ประทับใจ ผมพุ่งเข้าสกัดบอล แต่หลังของผมรับน้ำหนักผิดจังหวะตอนที่ล้มลง ผมรู้สึกถึงเสียงกร๊อบที่หลัง ผมพยายามเล่นต่ออีกพักหนึ่งแต่สุดท้ายก็ต้องออก วันรุ่งขึ้นความเจ็บปวดมันรุนแรงเหลือเกิน ผมไม่เคยเจ็บปวดขนาดนี้มาก่อนในชีวิต หมอนรองกระดูกของผมเคลื่อนทับเส้นประสาทสองตำแหน่ง ผมต้องผ่านนรกหลังจากนั้น ตอนที่กำลังจะเข้าผ่าตัด ศัลยแพทย์บอกผมว่าผมอาจจะต้องลงเอยบนรถเข็น ผมต้องเริ่มคิดแล้วว่าผมจะกลับมาเดินได้อีกครั้งไหม หมอนรองกระดูกสองชิ้นถูกผ่าออกไป”
“ผมยังคงคิดบวกได้เพราะทีมกายภาพและสภาพจิตใจของตัวเอง ถ้าผมยอมแพ้ตอนนั้น ผมอาจจะต้องอยู่บนรถเข็นจริงๆ เดฟ เรนนี่ แนะนำให้ผมเขียนไดอารี่ จดบันทึกสิ่งที่ผมทำไม่ได้ในวันนี้ แต่อยากจะทำให้ได้ในสัปดาห์หน้า ผมเขียนสิ่งต่างๆ อย่างเช่นผมอยากจะยืนให้ได้นานกว่าหนึ่งนาที และผมอยากก้มลงแปรงฟันได้โดยไม่เจ็บปวดเจียนตาย”
แมตต์ โจนส์
“ผมต้องผ่านการบำบัดที่เหมือนการทรมานและการฟื้นฟูร่างกายอย่างหนักหน่วงถึง 18 เดือน ผมจำได้ว่ามีอยู่วันหนึ่งที่วิ่งบนลู่วิ่ง แล้วมีเหงื่อไหลหยดลงข้างแก้ม ผมไม่ได้สัมผัสความรู้สึกนั้นมานานมาก มันรู้สึกเหมือนขึ้นสวรรค์ เพราะมันหมายความว่าผมกลับมาเคลื่อนไหวได้จริงๆ แล้ว”
“อย่างไรก็ตาม ผมไม่สามารถกลับมาเล่นฟุตบอลได้อีก วันที่โหดร้ายที่สุดในชีวิตผมคือวันที่แถลงข่าวประกาศแขวนสตั๊ดในวัยเพียง 23 ปี มันหัวใจสลายมาก แต่ในช่วงที่ผมบาดเจ็บ ความรักและความเคารพที่ผมได้รับจากสโมสรและแฟนบอลนั้นยอดเยี่ยมเหลือเกิน”
แมตต์กล่าวทิ้งท้ายว่า “ไฮไลท์ในอาชีพของผมคือการรับใช้ทีมชาติเวลส์ 13 นัด การได้เล่นในสนามมิลเลนเนียม สเตเดี้ยม ท่ามกลางแฟนบอลเต็มความจุในนัดที่ชนะอิตาลีและเสมอเยอรมนี ภายใต้การคุมทีมของ มาร์ค ฮิวจ์ส เป็นความทรงจำที่ล้ำค่ามาก”
หลังจากอำลาเลสเตอร์ แมตต์ได้ทำงานในสื่อกีฬาอย่างกว้างขวาง เคยกลับไปเล่นให้ทีมลานเนลลีช่วงปี 2007-2009 และได้ประกาศนียบัตรด้านการโค้ชจนได้ทำงานในอะคาเดมี่ของสวอนซี ซิตี้ เขาได้รับแต่งตั้งเป็นผู้จัดการทีมชาติเวลส์ชุด U-18 ในปี 2020 และตั้งแต่ปี 2022 เป็นต้นมา เขาดำรงตำแหน่งผู้จัดการทีมชาติเวลส์ชุด U-21 โดยกำลังนำทีมสู้ศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป รุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี 2027 รอบคัดเลือกอยู่ในขณะนี้ (ปี 2026)

ข่าวล่าสุด

รูปล่าสุด

วิดีโอล่าสุด

สนามคิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม

ฟิลเบิร์ต เวย์

เลสเตอร์

LE2 7FL

สโมสร

สโมสร

เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมหญิง

เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมหญิง

แอป

King Power Stadium,

Filbert Way,

Leicester

LE2 7FL

Club >

Men >

Women >

Community>

App >