เลสเตอร์ จะลงแข่งสองนัดในเวลาสี่วัน โดยจะเปิดบ้านพบ เปรสตัน ก่อนจะบุกไปเยือนเชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ ในวันจันทร์ ถือเป็นโอกาสสำคัญในการเก็บคะแนนเพื่อหนีตกชั้นในศึกแชมเปี้ยนชิพ
ก่อนเกมพบ เปรสตัน ที่สนาม คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม เวลาไทย 21:00 น. แกรี่ โรเว็ตต์ ผู้จัดการทีมของเลสเตอร์ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อที่สนามซ้อม เลสเตอร์ ซิตี้ เทรนนิ่ง กราวน์ ซีเกรฟ หลังกลับจากช่วงพักเบรกทีมชาติ พร้อมย้ำจุดสำคัญสำหรับเกมที่กำลังจะมาถึง
‘ทบทวนและเตรียมพร้อม’
กลับมาเล่นในบ้านอีกครั้ง หลังพักเบรกทีมชาติ
โรเว็ตต์ เชื่อว่าขุมกำลังของเขากลับมาจากช่วงพักเบรกด้วยสภาพจิตใจที่สดชื่นขึ้น โดยมีนักเตะหลายคนปักหลักอยู่ที่ซีเกรฟ เพื่อฝึกซ้อมต่อ ในขณะที่คนอื่นๆ เดินทางไปรับใช้ชาติในระดับนานาชาติในช่วงเบรกทีมชาติที่ผ่านมา
“เมื่อมีช่วงพักเบรกทีมชาติและเกมแรกเตะในวันศุกร์ มันหมายความว่ามีวันพฤหัสบดีแค่วันเดียวสำหรับเตรียมตัว” เขากล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อต้นสัปดาห์ “บ่อยครั้งที่วันพฤหัสบดีเป็นวันที่นักเตะกลับมา คุณสามารถให้บางคนพักได้ เพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาไม่ต้องรีบกลับสนามซ้อมทันทีหลังจากบินยาว 10 ชั่วโมง จากนั้นคุณค่อยเตรียมทีมในวันศุกร์”
“ผมรู้ว่าทุกคนอาจมองว่า ด้วยสถานการณ์ที่เราเป็นอยู่ คุณต้องทำงานตลอด 24 ชั่วโมงทุกวันเพื่อให้แน่ใจว่าจะชนะ แต่ในขณะเดียวกัน นักเตะหลายคนของเราก็กรำศึกหนักมามาก”
“ด้วยความกดดันในช่วงนี้ของฤดูกาล ผมคิดว่าการได้ออกไปพักผ่อนสักสองสามวันเพื่อฟื้นฟูร่างกายและทบทวนสิ่งที่ทำลงไป รวมถึงพิจารณาสิ่งที่อยากจะทำให้ต่างออกไปเพื่อให้พร้อมกลับมาลุยต่อ ไม่ได้ส่งผลเสียต่อนักเตะคนไหนเลย”
“นั่นคือสิ่งที่ทุกคนทำ ผมคิดว่าเป็นความสมดุลที่ดีและเป็นสิ่งที่ควรทำ หลังจบเกมกับวัตฟอร์ด จริงๆ แล้วคุณคงอยากลงเล่นต่อทันที แต่การที่ได้พักเพื่อเตรียมกลับมาฮึดสู้ใน 7 เกมสุดท้ายก็เป็นเรื่องที่ไม่แย่ ตอนนี้นักเตะพร้อมแล้วที่จะลงไปลุย พวกเขาอยู่ในสภาพร่างกายและจิตใจที่ดี ไม่มีข้ออ้างใดๆ สำหรับผม”
‘พัฒนาอย่างต่อเนื่อง’
นัดล่าสุดทัพจิ้งจอกสยาม บุกไปเสมอกับวัตฟอร์ด
กุนซือวัย 52 ปีได้ขยายความถึงงานที่ทำตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า หลังจากที่เสมอกับวัตฟอร์ด แบบไร้สกอร์ในนัดล่าสุด เป้าหมายหลักในช่วงโค้งสุดท้ายคือการทำประตูให้ได้อย่างสม่ำเสมอ พร้อมย้ำถึงความร่วมมือร่วมใจของทุกคนในช่วงเวลานี้
โรเว็ตต์ กล่าวต่อว่า: “เรากำลังสร้างสภาพความฟิตให้กับนักเตะที่ไม่ได้ลงเล่นบ่อยนัก ซึ่งสำคัญมากเพื่อให้พวกเขาพร้อมอยู่บนสนามได้นานขึ้น โดยรวมแล้วมันคือการต่อยอดจากหลักการที่เราคุยกันไว้”
“มันค่อนข้างเรียบง่าย ถ้าคุณมองทีมเราตอนนี้ เราพัฒนาขึ้นมากในเกมรับและในแง่ของรูปเกม เราสร้างโอกาสดีๆ ได้มากมาย เหลือเพียงความเด็ดขาดในจังหวะสุดท้ายเท่านั้นที่เราต้องการปรับปรุง”
“บางครั้งนั่นคือสิ่งที่ยากที่สุด เพราะมันขึ้นอยู่กับความเยือกเย็นของคุณภาพเฉพาะตัวในเสี้ยววินาทีนั้น แต่นั่นคือสิ่งที่เราโฟกัสมาตลอดช่วงที่ผ่านมา”
“ผมคิดว่าเราพัฒนาขึ้นใน 7 เกมหลังสุด แต่เราต้องการพัฒนาเพิ่มอีกในจุดสำคัญที่จะเป็นตัวตัดสิน 7 เกมสุดท้าย และเราตั้งตารอความท้าทายนี้ ผมอยากจะขอย้ำสิ่งที่ผมพูดตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเข้ามาที่นี่ คือเราต้องการให้ทุกคนรวมใจเป็นหนึ่งเดียว สิ่งนี้จะมีผลกระทบอย่างมากต่อบทสรุปของฤดูกาล ถ้าคุณเป็นแฟนบอลสโมสรนี้มานาน คุณย่อมต้องการเห็นความสำเร็จในบั้นปลาย วิธีเดียวที่จะทำได้คือต้องสู้ไปด้วยกัน ผมขอให้แฟนๆ ช่วยสนับสนุนเราอย่างเต็มที่”
‘ความท้าทายที่แตกต่าง’
พอล เฮ็คคิงบอตทอม กุนซือเปรสตัน
เปรสตัน คือคู่แข่งของเราในวันศุกร์นี้ ซึ่งเพิ่งชนะนัดแรกในรอบ 8 เกมก่อนช่วงพักเบรก และโรเว็ตต์รู้ดีว่าเขาจะต้องเจอกับอะไรในวันศุกร์นี้
“ผมรู้จัก พอล เฮ็คคิงบอตทอม ค่อนข้างดี และรู้ว่าเขาจะฝึกซ้อมลูกทีมมาอย่างมีระเบียบวินัย” โรเว็ตต์ วิเคราะห์ “พวกเขายังมีลุ้นพื้นที่เพลย์ออฟหากทำผลงานได้ดีต่อเนื่อง ผมมั่นใจว่าพวกเขาจะมุ่งมั่นทำแบบนั้น”
“พวกเขาใช้ระบบที่ต่างจากสองเกมล่าสุดที่เราเพิ่งเจอมา นี่คือความท้าทายที่ต่างออกไปสำหรับเรา ในฐานะเจ้าบ้าน หน้าที่ของเราคือการเปิดเกมรุก เจาะแนวรับ และแก้โจทย์นั้นให้ได้ แต่เรากำลังเจอกับทีมที่ทำงานหนักมาก และพิสูจน์แล้วว่าพวกเขาสามารถเก็บผลการแข่งขันได้ เราจะรับมือเกมนี้เหมือนกับเกมอื่นๆ รวมถึงเกมในวันจันทร์ด้วย”
“มันง่ายที่จะมองดูตารางการแข่งขันแล้วคิดว่านี่คือโอกาสดี แต่ในลีกนี้มันไม่ได้เป็นอย่างนั้น คุณต้องท็อปฟอร์มตลอดเวลาเพื่อเก็บแต้ม ผมคิดว่าการเล่นโดยไม่มีความกดดันอาจทำให้เล่นได้อิสระขึ้น แต่เมื่อถึงจุดที่มีแค่ 7 เกมสุดท้าย และต้องเล่น 2 นัดในช่วงนี้ ผลลัพธ์ที่ได้จะชี้ชะตาความรู้สึกของทีมและทิศทางใน 5 นัดที่เหลือ”
“เหมือนกับทุกเกม เราจะลงไปเพื่อชัยชนะ เราเกือบจะทำได้หลายครั้งแล้วแต่ยังไม่สำเร็จ ดังนั้นเราต้องหาทางคว้ามันมาให้ได้”