ดาวรุ่งจากอะคาเดมี่รายนี้ตกลงรายละเอียดสัญญาฉบับใหม่กับสโมสร ซึ่งมีการประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังจากก้าวขึ้นมาอยู่ในข่ายลุ้นลงสนามให้กับทีมชุดใหญ่ในฤดูกาลนี้
ถือเป็นช่วงเวลาพิเศษสำหรับ เจย์เด้น โจเซฟ ในการสานต่อเส้นทางกับสโมสร หลังย้ายเข้ามาร่วมทีมในวัย 16 ปีเมื่อ 4 ปีก่อน และตอนนี้เจ้าตัวก็พร้อมที่จะก้าวขึ้นไปอีกระดับ
หลังจากอดทนรอโอกาสที่จะได้แสดงศักยภาพของตัวเอง โจเซฟใช้ฤดูกาล 2025/26 ลงเล่นแบบยืมตัวกับทรานเมียร์ โรเวอร์ส ในศึกสกาย เบต ลีก ทู โดยสร้างผลงานน่าประทับใจตลอดการลงสนาม 35 นัดที่ เพรนตัน พาร์ค พร้อมมีส่วนร่วมกับ 6 ประตู
“ผมมีความสุขมากที่ได้ทำทุกอย่างให้เรียบร้อย และฝากอนาคตของตัวเองไว้กับสโมสร” กองหลังดาวรุ่งกล่าว หลังนั่งลงพูดคุยถึงข่าวดีครั้งนี้ที่ ซีเกรฟ “ผมสนุกกับช่วงเวลาที่อยู่ที่นี่มาก และมันเป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมที่ได้รู้ว่าโปรเจกต์ที่เรากำลังร่วมกันสร้างที่นี่จะเป็นโปรเจกต์ที่ยิ่งใหญ่
“แน่นอนว่าเมื่อสโมสรอย่างเลสเตอร์ต้องการยื่นข้อเสนอสัญญาฉบับใหม่ให้กับคุณ มันเป็นเรื่องยากที่จะปฏิเสธ และสำหรับผมมันต้องเป็นคำตอบว่า ‘ตกลง’ อยู่แล้ว ผมมีความสุขที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโปรเจกต์นี้ และหวังว่าจะได้เป็นหนึ่งในผู้เล่นคนสำคัญของทีม”
“มันเป็นความรู้สึกที่ดีที่ได้รู้ว่าสโมสรต้องการตัวผม และมองว่าผมเป็นส่วนสำคัญของทีม หวังว่าผมจะสามารถตอบแทนความเชื่อมั่นนั้น และแสดงให้เห็นในสนามได้”
เมื่อประเมินช่วงเวลาที่ออกไปหาประสบการณ์กับสโมสรอื่น กองหลังรายนี้กล่าวต่อว่า “ผมรู้ว่าตัวเองจำเป็นต้องออกไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ และหวังว่าตอนนี้มันกำลังออกดอกออกผล ผมรู้สึกว่ามันได้ผลจริง ๆ”
หลังจากก้าวขึ้นมาเล่นในลีกระดับสาม เจย์เด้น โจเซฟ วัย 20 ปี ประเดิมสนามในลีกกับทีมชุดใหญ่ของทัพจิ้งจอกสยามด้วยการทำประตูสุดสวยในเกมพบกับน็อตต์ส เคาน์ตี้ ซึ่งเจ้าตัวมองว่าช่วงเวลานั้นช่วยเพิ่มความมั่นใจในการเล่นของเขามากขึ้น หลังออกสตาร์ตฤดูกาลได้อย่างยอดเยี่ยมตั้งแต่นัดแรก
“มันช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับผมอย่างมาก เพราะนี่คือการออกสตาร์ตเกมลีกนัดแรกให้กับเลสเตอร์” โจเซฟอธิบาย “การทำประตูได้ในเกมลีกนัดประเดิมสนามเป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยม และเป็นช่วงเวลาที่ผมจะไม่มีวันลืม"
“ผมมีความสุขมากกับการทำงานภายใต้การคุมทีมของเขา (รัสเซลล์ มาร์ติน) รูปแบบการเล่นเข้ากับผมมาก มันอาจจะยังไม่ลงตัวได้ในทันที แต่ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า หรือไม่ว่าจะต้องใช้เวลานานแค่ไหน ทุกอย่างน่าจะเริ่มเข้าที่เข้าทางมากขึ้น”
“ผมสนุกกับมันมากจริง ๆ และมีความมั่นใจเพิ่มขึ้นในทุกเกมที่เราลงสนาม มันเป็นงานที่หนัก แต่เรารู้อยู่แล้วว่ามันจะต้องเป็นแบบนั้น ผมแค่พยายามต่อยอดจากผลงานในแต่ละเกม และพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ ในทุกสัปดาห์"
“แน่นอนว่าสโมสรไม่ได้อยู่ในจุดที่เราต้องการ ซึ่งก็คือการเล่นในลีก วัน ดังนั้นหวังว่าเราจะคว้าชัยชนะให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้”
การได้ลงเล่นร่วมกับบรรดานักเตะจากอะคาเดมีที่กำลังเดินตามเส้นทางเดียวกัน ทำให้กลุ่มนักเตะดาวรุ่งชุดนี้มีความพิเศษไม่น้อย โดยมีผู้เล่นรุ่นพี่หลายคนคอยให้คำแนะนำและช่วยประคับประคองพวกเขาผ่านช่วงเริ่มต้นฤดูกาลที่เต็มไปด้วยความยากลำบาก
“มันทำให้ผมรู้สึกสบายใจมากขึ้น เพราะได้อยู่ท่ามกลางคนที่ผมรู้จักและใช้เวลาร่วมกันมาตลอด 3-4 ปีที่ผ่านมา” โจเซฟกล่าวเสริม “มันรู้สึกดีมากที่ได้อยู่กับคนกลุ่มเดิม
“บางครั้งการได้เปลี่ยนสภาพแวดล้อมก็อาจเป็นเรื่องที่ดี แต่ผมคิดว่าเรามีส่วนผสมที่ลงตัว ทั้งผู้เล่นรุ่นพี่ที่เข้ามาใหม่และยังไม่ได้อยู่กับเรามานานนัก รวมถึงบรรดานักเตะดาวรุ่ง ผมคิดว่าเรามีกลุ่มผู้เล่นที่ดีมาก”