อีกไม่ถึงสัปดาห์ โปรแกรมการแข่งขัน สกายเบต แชมเปี้ยนชิพ ฤดูกาล 2025/26 จะถูกประกาศอย่างเป็นทางการ ในวันพฤหัสบดีที่ 26 มิถุนายน เวลา 18.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย
และในช่วงเวลานับถอยหลังสู่ฤดูกาลใหม่นี้ เราขอพาย้อนกลับไปชมเกมเปิดสนามในอดีตที่ยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำของแฟนบอล รวมถึงการออกสตาร์ตที่นำไปสู่การเลื่อนชั้นถึงสามครั้งในประวัติศาสตร์ของสโมสร
เดวิด เคลลี่ คือผู้ทำประตูแรกของสโมสรในเกมเปิดสนามอย่างเป็นทางการในฤดูกาล 1990/91 ของเลสเตอร์ ซิตี้
เลสเตอร์ 3-2 บริสตอล โรเวอร์ส (25 สิงหาคม 1990)
เราเริ่มต้นย้อนรอยกันที่ช่วงต้นทศวรรษ 1990 กับชัยชนะสุดมัน 3-2 เหนือบริสตอล โรเวอร์ส ที่สนามฟิลเบิร์ต สตรีท ท่ามกลางแฟนบอล 13,648 คน เมื่อวันเสาร์ที่ 25 สิงหาคม 1990
เดวิด เคลลี่ ยิงประตูขึ้นนำให้เลสเตอร์ได้ตั้งแต่นาทีที่ 2 ก่อนที่เกมจะเปิดแลกกันอย่างสนุกสนาน ฟูลแบ็ก แกรี่ มิลส์ มีจังหวะส่งบอลเข้าประตูได้ แต่ถูกปฏิเสธ ก่อนที่ เอียน อเล็กซานเดอร์ กองหลังทีมเยือนจะพลาดสกัด ส่งบอลเข้าประตูตัวเองจากระยะ 25 หลา และเพียงครึ่งชั่วโมงแรก จิ้งจอกสยาม ก็เป็นฝ่ายครองเกมได้อย่างชัดเจน
A fine goal from Wright turned out to be the winner.
อย่างไรก็ตาม บริสตอล โรเวอร์ส ไม่ยอมง่าย ๆ และตามตีเสมอได้ในนาทีที่ 72 แต่แล้วลูกวอลเลย์สุดเฉียบของ ทอมมี่ ไรท์ ที่พักอกเก็บบอลจากลูกเปิดยาวของ แกรี่ มิลส์ ก่อนซัดเข้าไป ก็กลายเป็นประตูชัย พาทีมของ เดวิด พลีต ประเดิมฤดูกาลใหม่ด้วยชัยชนะ
แม้จะเริ่มต้นด้วยความหวัง แต่ความมั่นใจช่วงต้นฤดูกาลกลับไม่ยืนยาว เลสเตอร์ พ่ายรวดใน 7 นัดถัดมา และต้องต่อสู้ดิ้นรนหนีตกชั้นตลอดฤดูกาล ก่อนจะรอดพ้นจากการหล่นชั้นสู่ดิวิชั่นสามได้สำเร็จในวันสุดท้ายของฤดูกาล
Summer signing Speedie went on to score 12 goals in 37 league games that season.
เลสเตอร์ ซิตี้ 2-1 ปีเตอร์โบโร่ (14 สิงหาคม 1993)
วันเสาร์ที่ 14 สิงหาคม ปี 1993 “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านที่ ฟิลเบิร์ต สตรีท ต้อนรับการมาเยือนของ ปีเตอร์โบโร่ ยูไนเต็ด ในเกมเปิดหัวของศึกดิวิชั่น 1 (ชื่อเดิมของแชมเปี้ยนชิพ) ฤดูกาลใหม่ ที่มีประเด็นร้อนตั้งแต่ก่อนเริ่มเกม
หนึ่งในไฮไลต์ของค่ำวันนั้นคือการเปิดตัวของ เดวิด สปีดี้ หัวหอกจอมเก๋าที่เพิ่งย้ายมาร่วมทีม ทั้งที่ก่อนหน้านี้เคยเป็น “ตัวแสบ” ในรอบชิงเพลย์ออฟปี 1991/92 กับเลสเตอร์ โดยเป็นคนเรียกจุดโทษปัญหาที่ตัดสินเกมในวันนั้น! แมตช์เปิดหัวดำเนินไปแบบคู่คี่ ก่อนที่ สตีฟ ทอมป์สัน จะยิงประตูแรกของซีซั่นให้เลสเตอร์จากจุดโทษ ทว่าทีมเยือนก็ตามตีเสมอได้สำเร็จจากลูกโทษเช่นกัน โดย แกรี่ คูเปอร์ ยิงไม่พลาดให้สกอร์กลับมาเท่ากัน 1-1
เกมทำท่าว่าจะจบแบบแบ่งแต้ม แต่แล้วในช่วงท้ายเกม โทนี่ เจมส์ กลายเป็นฮีโร่ เมื่อซัดประตูชัยสุดสำคัญ ส่งให้ “จิ้งจอกสยาม” คว้า 3 แต้มแรกแบบสุดระทึก
และชัยชนะในวันนั้น กลายเป็นสัญญาณแห่งฤดูกาลแห่งความทรงจำภายใต้การนำของ ไบรอัน ลิตเติ้ล เมื่อเลสเตอร์สามารถล้างแค้นความผิดหวังจากรอบชิงฯ ที่เวมบลีย์ถึงสองปีซ้อน และคว้าตั๋วเลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จในครั้งที่สาม!
Celebrating Deane's second against the Hornets.
เลสเตอร์ ซิตี้ 2-0 วัตฟอร์ด (10 สิงหาคม 2002)
10 สิงหาคม 2002 วันประวัติศาสตร์ของ “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ ที่แฟนบอลไม่มีวันลืม เมื่อสโมสรลงเล่นเกมลีกนัดแรกอย่างเป็นทางการในสนามเหย้าแห่งใหม่ คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม ท่ามกลางแฟนบอลเต็มความจุ
การเปิดฉากยุคใหม่ภายใต้การคุมทีมของ มิคกี้ อดัมส์ เป็นไปอย่างยอดเยี่ยม เมื่อทีมโชว์ฟอร์มแข็งแกร่ง เปิดบ้านเอาชนะ วัตฟอร์ด ไปแบบไม่ต้องลุ้น 2-0 ส่งสัญญาณทันทีว่า... เลสเตอร์พร้อมกลับสู่ลีกสูงสุดอีกครั้ง
ชัยชนะนัดนี้ไม่เพียงแค่สวยหรูในแง่สกอร์ แต่ยังกลายเป็นก้าวแรกของการเดินทางอันแข็งแกร่งในฤดูกาล 2002/03 ซึ่งจบลงด้วยการ เลื่อนชั้นกลับสู่พรีเมียร์ลีกได้ทันที หลังตกชั้นเพียงปีเดียว!
แม้จะต้องเสียกัปตันทีมอย่าง แม็ตต์ เอลเลียตต์ ตั้งแต่ต้นเกมจากอาการบาดเจ็บ แต่แนวรับของเลสเตอร์ก็ยังยืนหยัดอย่างเหนียวแน่น เก็บคลีนชีตได้อย่างยอดเยี่ยมในนัดประเดิมสนามใหม่ และฮีโร่ของค่ำคืนนั้นไม่ใช่ใครอื่น ไบรอัน ดีน ดาวยิงตัวเก๋ากลายเป็นพระเอกเต็มตัว!
A Deane double, the first two of 13 in the league that term.
ครึ่งหลังเริ่มได้ไม่นาน ดีนก็โขกประตูเปิดหัวให้ทีมขึ้นนำจากลูกครอสของ เจมส์ สคอว์ครอฟต์ ซึ่งมาจากการเซตเกมสุดเนียนโดย มุซซี่ อิซเซ็ต จอมทัพคนสำคัญของทีม
เพียง 8 นาทีถัดมา ดีนก็ไม่ปล่อยให้แฟน ๆ ได้หายดีใจ! สโควครอฟต์เจ้าเก่าจ่ายทะลุช่องให้หัวหอกวัยเก๋าหลุดแนวรับของวัตฟอร์ดก่อนกดเต็มข้อผ่านมือ อเล็ก แชมเบอร์เลน ไม่เหลือ ส่งให้เลสเตอร์การันตีชัยชนะ 2-0 อย่างเด็ดขาด! เป็นการเปิดซีซั่นที่ทั้งสมบูรณ์แบบในสนามใหม่ และกลายเป็นรากฐานสำคัญของการเลื่อนชั้นกลับสู่พรีเมียร์ลีกได้ในทันที
ย้อนกลับไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 สิงหาคม ปี 2023 “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ เปิดศึกแชมเปี้ยนชิพฤดูกาลใหม่ด้วยบิ๊กแมตช์แห่งแถบมิดแลนด์ พบกับ โคเวนทรี ซิตี้ ที่ คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม ในเกมเปิดหัวของยุคใหม่ภายใต้การนำของกุนซืออิตาเลียน เอนโซ่ มาเรสก้า
Starting off with the equaliser...
เกมนี้ถือเป็นการเปิดตัวของแข้งใหม่แบบครบเซต! ทั้ง แม็ดส์ แฮร์มันเซ่น นายทวารจากเดนมาร์ก, แฮร์รี่ วิงค์ส มิดฟิลด์หัวใจใหม่แดนกลาง, สเตฟี่ มาวิดิดี้ ปีกความเร็วสูง และ คัลลัม ดอยล์ เซ็นเตอร์แบ็กดาวรุ่งที่ยืมตัวมาจากแมนฯ ซิตี้ ต่างได้ลงสนามเป็นตัวจริงทั้งหมด
ไม่เพียงเท่านั้น แฟนบอลยังได้เห็นดาวรุ่งสายเลือดเลสเตอร์แท้ ๆ อย่าง เคซี่ย์ แม็คอาเทียร์ ได้รับโอกาสลงเล่นเกมลีกนัดแรกในฐานะตัวจริง เป็นอีกหนึ่งภาพแห่งความหวังในยุคเปลี่ยนผ่าน
เกมนี้เต็มไปด้วยความเข้มข้นของศึกมิดแลนด์ดาร์บี้ และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของซีซั่นที่ “เดอะ ฟ็อกซ์” ตั้งเป้าหมายชัดเจน ต้องคืนสู่พรีเมียร์ลีกให้ได้โดยเร็วที่สุด...
แม้ “เดอะ สกายบลูส์” จะเป็นฝ่ายออกนำก่อนในต้นครึ่งหลังจากลูกโขกของ ไคล์ แม็คฟาดเซียน แต่เสียงเชียร์ที่กึกก้องใน คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม ก็ไม่เงียบลงแม้แต่น้อย
และเมื่อทีมต้องการฮีโร่... ผลผลิตจากอคาเดมี่เลสเตอร์อย่าง เคียร์แนน ดิวส์บิวรี่-ฮอลล์ ก็ก้าวขึ้นมาแบกทีมไว้บนบ่าได้อย่างยอดเยี่ยม!
Before firing in the winner.
เหลือเวลาเพียง 13 นาทีในเกม เลสเตอร์ยังตามหลังอยู่ 0-1 แต่แล้ว เดนนิส ปราท เปิดบอลแม่นยำเข้ากรอบเขตโทษ และเป็น ดิวส์บิวรี่-ฮอลล์ ที่พุ่งโหม่งเข้าไปอย่างสวยงาม ตีเสมอ 1-1 จุดประกายความหวังทั่วทั้งสนาม
เกมยังเปิดแลกกันสนุก และเกือบเป็นโคเวนทรีที่ชิงขึ้นนำอีกครั้ง เมื่อ ฮาจิ ไรท์ ซัดบอลชนคานอย่างน่าเสียดาย
แต่ฟุตบอลคือเรื่องของจังหวะและความเฉียบคม และเลสเตอร์มีสิ่งนั้นในตัวของฮีโร่หมายเลข 22 คนนี้ สเตฟี่ มาวิดิดี้ ลากจี้แนวรับ ก่อนแตะถวายพานให้ ดิวส์บิวรี่-ฮอลล์ซัดเต็มข้อด้วยซ้าย บอลพุ่งเสียบสามเหลี่ยมเข้าไปอย่างงามหมดจด!
เสียงเฮสนั่นถนน ฟิลเบิร์ต เวย์ ดังกระหึ่ม พร้อมกับชัยชนะ 2-1 ที่เป็นทั้งการเปิดหัวซีซั่นใหม่ และการประกาศศักดาของเด็กปั้นสโมสรผู้กลายเป็นตัวจริงในวันสำคัญ