แนวรับมากประสบการณ์รายนี้ใช้เวลา 12 ปีเต็มกับ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด และเป็นกำลังสำคัญในเส้นทางที่ทีมไต่จาก ศึกสกาย เบต แชมเปี้ยนชิพ ไปสู่การเป็นทีมที่ต่อกรบนเวทีลีกสูงสุดอังกฤษได้อย่างน่าเชื่อถือ ก่อนจะเปิดบทใหม่ของตัวเองที่ถิ่นคิง เพาเวอร์
ลาสเซลล์ส ซึ่งเคยรับบทกัปตันทีมสาลิกาดงด้วย และตั้งตารอจะเข้ามาปักหลักในถิ่นฟิลเบิร์ต เวย์ให้เร็วที่สุด โดยย้ำว่า “การสร้างอิทธิพลนอกสนาม” สำคัญไม่แพ้สิ่งที่เขาตั้งใจจะทำในสนาม และภารกิจของเขาคือเติมความเป็นผู้นำให้ทีมชุดนี้ที่ผสมผสานทั้งพลังหนุ่มกับประสบการณ์ ซึ่งเขาเล่าไว้ในการให้สัมภาษณ์ครั้งแรกกับสโมสรในวันปิดตลาดซื้อขาย
“ผมตื่นเต้นมากที่จะได้ก้าวเข้ามาอยู่ที่นี่จริง ๆ” เขากล่าว “ที่นี่ทุกอย่างยอดเยี่ยมมาก สโมสรใหญ่ สิ่งอำนวยความสะดวกสุดยอดไปเลย ผมแทบรอไม่ไหวที่จะช่วยทีมให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ พยายามผลักดันอันดับในตาราง แล้วก็ได้เจอกับทุกคนพรุ่งนี้”
“ผมจะเพิ่มมาตรฐานที่สูง ความเป็นมืออาชีพ… สำหรับผมมันต่อรองไม่ได้เลย เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ในแต่ละวันนี่แหละที่จะสร้างความต่าง การคอยดึงทั้งตัวเองและคนอื่นให้เดินไปด้วยกัน และรักษามาตรฐานให้สูงเอาไว้ตลอด”
“ถ้าคุณทำแบบนั้นได้ทั้งในสโมสร รอบ ๆ สนาม และบนสนามซ้อม มันก็จะส่งต่อไปถึงวันแข่งจริง”
“ทีมชุดนี้ค่อนข้างอายุน้อย ดังนั้นด้วยวัย 32 ปีของผม ผมรู้สึกว่าเคยอยู่ในสถานการณ์คล้าย ๆ กันมาก่อนแล้วในเส้นทางอาชีพ โดยเฉพาะในแชมเปี้ยนชิพ เรียกได้ว่าแทบไม่มีอะไรที่ผมไม่เคยเจอ ผมก็แค่อยากเอาประสบการณ์ของตัวเองเข้ามาช่วย และเติมเต็มให้ทุกคนที่นี่”
“ทีมมีพรสวรรค์ดีมาก ผมติดตาม เลสเตอร์ มาสักพักแล้ว มีนักเตะฝีเท้าดีอยู่ในทีมเยอะจริง ๆ”
“และก็มีนักเตะอายุน้อยบางคนที่อาจต้องการคำแนะนำสักหน่อย อาจต้องการใครสักคนคอยให้กำลังใจ คอยโอบไหล่ หรือบางครั้งก็ต้องมีคนที่เด็ดขาดพอจะคุมมาตรฐานให้ได้”
“เรื่องแบบนี้มันสำคัญมากในฟุตบอล การมีผู้นำ การมีคนคอยดูแลกันหลังบ้าน สิ่งเหล่านี้ส่งผลไปถึงผลงานในสนามได้เลย”
ด้วยความภูมิใจในพื้นฐานของการเล่นเกมรับ ไม่ว่าจะเป็นการชนะจังหวะดวล การช่วยทีมไม่เสียประตู รวมถึงการยอมรับบทบาทผู้นำในทีม ลาสเซลล์ส จึงตื่นเต้นที่จะได้ทำความรู้จักกับเพื่อนร่วมทีมในสัปดาห์นี้
“ผมจะทุ่มเททุกอย่าง” เขากล่าว “ผมพร้อมวิ่งชนกำแพงเพื่อสโมสรในทุก ๆ เกม ทุก ๆ การซ้อม ผมค่อนข้างมีความคล่องตัว และคุมพื้นที่ในเขตโทษได้ดี”
“ผมสนุกกับการเล่นเกมรับ สนุกกับการชนะจังหวะดวล และผมให้ความสำคัญกับการช่วยทีมเก็บคลีนชีต รวมถึงทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ผมพยายามดึงศักยภาพที่ดีที่สุดออกมาจากคนอื่นด้วยเหมือนกัน”
“แน่นอนว่ามันสำคัญที่ผมต้องทำหน้าที่ของตัวเอง แต่ถ้าผมช่วยคนอื่นได้ ให้กำลังใจพวกเขา หรือคอยแบ่งเบาความกดดันของคนอื่น ผมก็อยากช่วยให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้”
“มันน่าตื่นเต้นมากที่ได้ย้ายมาเลสเตอร์ ผมอยู่กับนิวคาสเซิล มานานมาก ตั้งแต่อายุ 21 ปี ไม่ค่อยมีนักเตะสักเท่าไรที่จะอยู่กับสโมสรเดิมได้นานขนาดนั้น ผมมีความทรงจำดี ๆ ที่นั่นมากมาย”
“ผมผ่านมาทั้งช่วงขึ้นและช่วงลงมาแล้ว นิวคาสเซิล มีทุกอย่างที่ยอดเยี่ยมจริง ๆ แต่ตอนนี้ผมมาอยู่ที่นี่แล้ว และนี่คือบทใหม่ของผม ผมแทบรอไม่ไหวที่จะเริ่มต้น อย่างที่บอกไป ผมอยากชนะเกม อยากกลับมาลงเล่นฟุตบอลอีกครั้ง และสนุกกับการลงสนาม ช่วยทีมให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้”
แล้วทำไมถึงเลือกเลสเตอร์ ซิตี้ ทั้งที่มีข่าวว่ามีทางเลือกอื่น ลาสเซลล์ส บอกว่าเขามาที่นี่เพื่อช่วยทีม “ไต่ขึ้นไป” บนตารางศึกสกาย เบต แชมเปี้ยนชิพ และยังได้โอกาสลงเล่นอย่างสม่ำเสมอด้วย
“มันอยู่ใกล้บ้านผม พ่อแม่ผมอยู่ไม่ไกล ครอบครัวกับเพื่อน ๆ ก็อยู่แถวนี้ด้วย” เขาเสริม “แน่นอนว่าเรื่องฟุตบอลก็สำคัญเหมือนกัน ที่นี่คือสโมสรใหญ่”
“ผมคิดว่าพวกเขาควรอยู่สูงกว่านี้ในตาราง และผมอยากช่วยให้ทีมเดินหน้าต่อ เริ่มเก็บชัยชนะให้ได้ และขยับอันดับขึ้นไป”
“สิ่งที่ผมต้องการมีอย่างเดียวคือได้ลงเล่นฟุตบอลอย่างต่อเนื่อง ผมตั้งตารอความท้าทาย การได้เจอกับทีม เจอกับสตาฟฟ์ทุกคน ตั้งแต่ผมเข้ามาถึงตอนนี้ ทุกคนเป็นมิตรและต้อนรับดีมาก ๆ ผมเลยแทบรอไม่ไหวที่จะเริ่มต้น”
“ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เราเคยเจอกับเลสเตอร์ในเกมใหญ่ ๆ ทั้งเหย้าและเยือน ผมคิดว่าตัวเองน่าจะเคยดวลกับ แอนดี้ คิง หลายครั้งเหมือนกัน”
“เลสเตอร์ เป็นทีมที่ดีมาตลอด เมื่อหลายปีก่อน ตอนที่มี เวส มอร์แกน ริยาด มาห์เรซ และ เจมี่ วาร์ดี้ การแข่งขันกับพวกเขาเป็นเกมที่หนักเสมอ”
“นี่เป็นสโมสรที่พิเศษ มีแฟนบอลที่ดี สนามซ้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกยอดเยี่ยม ผมอยากมาที่นี่แล้วช่วยทีมให้ได้มากที่สุด และพาทีมขยับขึ้นไปบนตาราง”
“ผมจะทุ่มเทเต็มร้อยทุกครั้งที่ก้าวข้ามเส้นขาวลงสนาม ไม่ใช่แค่ในเกม แต่รวมถึงทุกอย่างในและรอบ ๆ สโมสรด้วย มันสำคัญมากที่จะผลักดันมาตรฐาน และพัฒนารายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ในทุกวัน”
“สิ่งเหล่านี้มันสร้างความต่างได้จริง ๆ ผมดีใจมากที่ได้มาอยู่ที่นี่ และแทบรอไม่ไหวที่จะเริ่มงาน”