เกมเหย้านัดสุดท้ายของ เจมี่ วาร์ดี้ ที่สนามคิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม จะพบกับ อิปสวิช ทาวน์ ในวันอาทิตย์นี้
กองหน้าตำนานสโมสรจะอำลาเลสเตอร์ ซิตี้ หลังจากอยู่กับสโมสรมาอย่างยาวนานถึง 13 ปี
วาร์ดี้ ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ CITY เพื่อย้อนรำลึกถึงเส้นทางอันน่าจดจำในสีเสื้อ “จิ้งจอกสยาม” ซึ่งสามารถติดตามบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มได้ในสุดสัปดาห์นี้
ก่อนที่ เจมี่ วาร์ดี้ จะลงเล่นเกมนัดสุดท้ายในถิ่น ฟิลเบิร์ต เวย์ เขาได้พูดคุยถึงทั้งช่วงเวลาที่รุ่งโรจน์และความยากลำบากตลอดอาชีพค้าแข้งกับเลสเตอร์ ซึ่งจะถูกบันทึกไว้ในหนังสือโปรแกรมพิเศษฉบับที่ระลึกเพื่อเป็นเกียรติแก่หมายเลข 9 ของทีม
วาร์ดี้ ทำไปแล้ว 199 ประตู และหากสามารถทำประตูในนัดนี้ได้ ก็จะเป็นการปิดฉาก 500 นัดในสีเสื้อเลสเตอร์ ซิตี้ อย่างสมบูรณ์แบบ ณ สนามที่เขาเรียกว่าบ้านมาตั้งแต่ปี 2012
“ผมคิดว่านี่จะเป็นหนึ่งในวันที่เต็มไปด้วยอารมณ์” วาร์ดี้ วัย 38 ปี กล่าวกับหนังสือโปรแกรมทางการของสโมสร “ผมไม่ใช่คนที่แสดงความรู้สึกออกมาชัดเจนนัก ถ้าคุณไปถามใครที่รู้จักผมดี พวกเขาก็คงจะบอกแบบนั้น เพราะฉะนั้นผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเกิดอะไรขึ้นในวันนั้นจริง ๆ”
เจมี่ วาร์ดี้ ฤดูกาลแรกที่เล่นให้กับสโมสร
“ทุกอย่างมันเป็นเรื่องของอารมณ์ในช่วงเวลานั้น และอะไรมันจะเกิดก็ต้องปล่อยให้มันเกิด แต่ผมตั้งตารอวันนั้นอยู่จริง ๆ ผมมั่นใจว่ามันจะเป็นวันที่พิเศษ”
“ถ้าผมได้ปิดฉากแบบสวยงาม มันจะมีความหมายกับผมอย่างมาก ส่วนตัวแล้ว ผมคงจะรู้สึกดีไม่น้อยที่ได้ยินเสียงแฟน ๆ ส่งเสียงเชียร์ให้ผมเป็นครั้งสุดท้าย”
“แน่นอนว่ามันจะเป็นวันที่เศร้ามาก ๆ ด้วย แต่นี่เป็นสิ่งที่ผมคิดไว้และพูดคุยกับครอบครัวมาสักระยะแล้ว ผมแค่คิดว่าถึงเวลาแล้วจริง ๆ ผมจะต้องเสียใจแน่นอนในวันนั้น เมื่อนั่นคือเกมสุดท้ายของผม แต่ทุกสิ่งที่ดี ย่อมมีจุดจบ”
ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา วาร์ดี้ ได้สัมผัสทั้งแชมป์พรีเมียร์ลีก, ความสำเร็จในถ้วยเอฟเอ คัพ และการเลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดถึงสองครั้ง มีสิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนเลย นั่นคือชื่อของ เจมี่ วาร์ดี้ เขาได้สร้างความสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับแฟนบอล “บลู อาร์มี่” และสายสัมพันธ์นี้จะยังคงอยู่แม้เขาจะอำลาสโมสรไปแล้วก็ตาม
ฉลองประตูแรกกับ คอเนอร์ โคดี้ ในเกมพบ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ก่อนจะทำแอสซิสต์ให้ ฟาคุนโด้ บัวโนโนเต้ ยิงตีเสมอได้สำเร็จ
“มันมีความหมายมากจริง ๆ” วาร์ดี้อธิบาย “คุณจะรู้เลยว่านี่คือสโมสรที่เปรียบเสมือนครอบครัว ทุกคนที่อยู่ในสโมสรและแฟนบอล ล้วนมีส่วนร่วมในการสร้างบรรยากาศแบบนั้นขึ้นมา”
“พวกเขาสนับสนุนเราทั้งในช่วงเวลาที่ดี ซึ่งอาจจะง่ายหน่อย และในช่วงเวลาที่ยากลำบากด้วย ซึ่งนั่นแหละแสดงให้เห็นว่าสโมสรแห่งนี้มีความหมายกับพวกเขามากแค่ไหน”
“แฟนบอลยอมรับผมเหมือนเป็นคนของพวกเขาเอง และคุณย่อมอยากตอบแทนสิ่งนั้น พวกเขาเยี่ยมยอดกับผมเสมอมา และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมสโมสรแห่งนี้จะอยู่ในใจผมตลอดไป มันคือทุกสิ่งทุกอย่างสำหรับผมจริง ๆ”