หลังกลับมาจากการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ด้วยสัญญายืมตัวกับ ทรานเมียร์ โรเวอร์ส ในฤดูกาลที่แล้ว โจเซฟ ก็กระหายที่จะลงเล่นให้กับทัพจิ้งจอกสยาม ให้มากที่สุด
ตารางการฝึกซ้อมพรีซีซั่นอันเข้มงวดช่วงฤดูร้อนของ เลสเตอร์ ซิตี้ คือการเร่งพัฒนาความฟิต โดยมีโปรแกรมการแข่งขันนัดต่อไปที่จะพบกับ กาดิซ และ มาลาก้า รออยู่ข้างหน้า
"ผมสนุกกับมันมาก" โจเซฟ กล่าว "มันเป็นช่วงเวลาที่หนักหน่วงมาก มีทั้งการวิ่งเยอะ และการทำงานที่หนักมากๆ แต่มันก็เพลิดเพลินและสนุกสนานจริงๆ"
"ผมพอใจกับสภาพร่างกายของตัวเอง และผมคิดว่าเพื่อนร่วมทีมทุกคนก็รู้สึกเช่นเดียวกัน แม้ว่ามันจะเป็นการทำงานที่หนักมาก แต่สิ่งนี้จะส่งผลดีและเป็นประโยชน์ต่อพวกเราในอนาคตอย่างแน่นอน"
"ผมคงต้องบอกว่านี่น่าจะเป็นช่วงพรีซีซั่นที่หนักที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมาเลย การขยับขึ้นมาจากทีมชุด U-21 มันเป็นการก้าวกระโดดที่ยิ่งใหญ่มาก คุณต้องพยายามสร้างความประทับใจให้แก่โค้ชด้วย ดังนั้นคุณจึงต้องทำงานหนักเป็นพิเศษ"
รัสเซลล์ มาร์ติน ได้นำเอกลักษณ์เฉพาะตัวและแนวทางการทำทีมของเขามาสู่ผู้เล่นจิ้งจอกสยาม ในทันที โดยโจเซฟ มองว่าวิธีการเหล่านั้นเหมือนความรู้สึกแปลกใหม่และน่าตื่นเต้น ซึ่งช่วยปลูกฝังความมั่นใจว่าเขาจะได้รับโอกาสที่จะเติบโตในทีมนี้ เพียงแค่ทุ่มเททำงานหนัก ยกระดับความฟิตร่างกาย และแสดงคุณภาพการเล่นตามที่ทีมต้องการออกมาให้เห็น
"ผมรู้สึกว่าสไตล์การเล่นแบบนี้มันเข้ากับผมมากๆ เลย" แบ็กขวาดาวรุ่งกล่าว หลังได้ทำงานร่วมกับผู้จัดการทีมคนใหม่ "ผมสนุกกับการได้ทำงานภายใต้การคุมทีมของเขาและแนวคิดของเขา แถมเขายังเป็นคนมีมุกตลกและชอบหยอกล้อด้วย อันนี้ต้องชื่นชมเขาเลย!"
"เขามอบ ความเชื่อมั่นให้แก่ผม และแนวทางที่ปฏิบัติตัวกับพวกเราก็น่าประทับใจ เขาเติมเต็มความมั่นใจให้พวกเราอย่างมาก ผมจึงรู้สึกว่าเขาเปิดโอกาสให้พวกเราได้เปล่งประกายและได้แสดงฝีมือออกมาจริงๆ ว่าพวกเราสามารถนำอะไรมาช่วยทีมได้บ้าง"
โจเซฟ ไม่ได้เป็นเพียงคนเดียวที่ได้รับความเชื่อมันให้ก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ ในฤดูกาลที่กำลังจะเริ่มขึ้น
เหล่านักเตะดาวรุ่งจากอะคาเดมี่ หลายรายได้รับโอกาสลงสนามตลอดช่วงพรีซีซั่นที่ผ่านมา หลายคนในขุมกำลังชุดนี้เคยลงเล่นเคียงข้างกันมาก่อนในทีมชุดอายุไม่เกิน 18 ปี หรือชุดอายุไม่เกิน 21 ปี และในตอนนี้พวกเขากำลังก้าวขึ้นมาแย่งชิงตำแหน่งในทีมชุดใหญ่ร่วมกัน
การก้าวเข้าสู่บรรยากาศของห้องแต่งตัวทีมชุดใหญ่ที่อาจน่าเกรงขามและชวนประหม่า กลายเป็นเรื่องที่ง่ายดายยิ่งขึ้นจากการได้อยู่เคียงข้างเพื่อนรุ่นเดียวกัน ผสมผสานกับสภาพแวดล้อมอันอบอุ่นที่สร้างขึ้นโดยบรรดาผู้เล่นรุ่นพี่ในทีม
"ผมคิดว่าเส้นทางโอกาสในการพัฒนาขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ที่นี่มันดีมากจริงๆ มันแสดงให้เห็นจากจำนวนผู้เล่นมากมายที่เติบโตขึ้นมาจากอะคาเดมี่ และเติบโตจนกลายมาเป็นผู้เล่นรุ่นพี่ในทีมชุดใหญ่แล้วในตอนนี้ และยังมีอีกหลายต่อหลายคนที่กำลังจ่อคิวเตรียมก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ตามมา"
"มันทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายและเป็นกันเองมากขึ้น การได้เห็นคนที่คุณเติบโตขึ้นมาพร้อมๆ กัน ย่อมทำให้คุณรู้สึกสนิทใจและเป็นกันเองกับพวกเขามากกว่าแน่นอน ดังนั้นบรรยากาศโดยรวมรอบๆ ทีมจึงดีมาก"
"ทุกคนต่างก็เป็นกันเอง และบรรดาพี่ใหญ่ในทีมก็คอยช่วยเหลือดีมากจริงๆ ทุกคนมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมาก มันเลยช่วยได้เยอะเลยครับ บรรดารุ่นพี่คอยแสดงให้เราเห็นถึงแนวทางในการช่วยเหลือและประคับประคองรุ่นน้อง ดังนั้นพวกเราก็ควรจะซึมซับและเรียนรู้สิ่งนั้นให้ได้โดยเร็วเช่นกัน"
"ส่วนตัวผมคิดว่านี่คือโอกาสครั้งใหญ่ในการแสดงออกมาว่าคุณทำอะไรได้บ้าง และพยายามยึดตำแหน่งของตัวเองในทีมให้มั่นคง มันอาจจะออกมาดีและเป็นไปได้ด้วยดีสำหรับพวกเด็กๆ ดาวรุ่งหลายคน ซึ่งรวมถึงตัวผมเองด้วย"
อ่านบทความพิเศษฉบับเต็มได้ทาง LCFC App เท่านั้น