จิ้งจอกสาว เปิดบ้านแบ่งแต้มกับ ไก่เดือยทอง 1-1 ในศึก วีเมนส์ ซูเปอร์ ลีก วันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทำให้เลสเตอร์มี 16 คะแนน นำห่างอันดับสุดท้ายอย่างคริสตัล พาเลซถึง 7 คะแนน ก่อนเข้าสู่ช่วงพักเบรกทีมชาติ
เลสเตอร์ ยังไม่แพ้ใครในลีก ยามเล่นที่ “คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม” ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา และสถิตินี้ยังคงดำเนินต่อไปเมื่อ ฮันน่าห์ เคน ยิงให้ ลิซ ค็อป ปัดไปโดนตัวโยเซฟีน ริบริงค์ กระเด้งเข้าประตูตัวเอง ก่อนที่ ดรูว์ สเปนซ์ จะตีเสมอให้ทีมเยือนได้ในเวลาต่อมา
เกมนี้เลสเตอร์ มีการเปลี่ยนแปลงสองตำแหน่งจากเกมล่าสุดที่เอาชนะไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยนมาได้ 3-2 เมื่อสุดสัปดาห์ก่อนอย่างสุดดราม่า โดย ซาโอริ ทาคาราดะ และ แชนเทลล์ สวาบี้ ถูกดร็อปไปนั่งสำรอง เพื่อเปิดทางให้ ยูกะ โมมิกิ และ ซีเจ บ็อตต์ ที่กลับมาลงสนามอีกครั้ง
ซีเจ บ็อตต์ กลับมาลงสนามเป็นตัวจริงให้เลสเตอร์
บ็อตต์ กลับมาลงสนามให้กับทีมอีกครั้ง
หลังจากพักรักษาอาการบาดเจ็บไปพักหนึ่ง บ็อตต์กลับมาลงตัวจริงเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เกมพบกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเมื่อต้นเดือนมีนาคม และเธอก็ทำผลงานได้ดีในเกมนี้ ถือเป็นการลงสนามนัดที่ 18 ของซีเจ บ็อตต์ในฤดูกาลนี้ ขณะเดียวกัน ยูกะ โมมิกิ ก็ได้ลงเป็นตัวจริงครั้งแรกนับตั้งแต่เกมพ่ายเชลซี
เลสเตอร์ออกนำก่อน
จิ้งจอกสาว ทำประตูขึ้นนำไปก่อน
หลังจากครึ่งแรกที่เปิดเกมแลกกันไปมาแต่ยังไม่มีใครทำอะไรกันได้ เริ่มครึ่งหลังได้ 10 นาที เลสเตอร์ก็เป็นฝ่ายขึ้นนำไปก่อน 1-0 เมื่อฮันน่าห์ เคน ยิงไปติดเซฟของ ลิซ ค็อป อดีตผู้รักษาประตูของเลสเตอร์ ก่อนที่จะไปโดนตัว โยเซฟีน ริบริงค์ เข้าประตูตัวเอง นี่เป็นประตูที่ 4 ที่เลสเตอร์ทำได้ในบ้านภายใน 7 วัน
สเปอร์สตีเสมอได้อย่างรวดเร็ว
เลสเตอร์ ยังรักษาสถิติไม่แพ้ใครในบ้าน ในปี 2025
แม้ว่าจะต้องรอถึง 55 นาทีกว่าที่จะมีประตูแรกเกิดขึ้นในเกม แต่ทีมเยือนใช้เวลาเพียง 7 นาทีในการตีเสมอเป็น 1-1 ได้สำเร็จ เมื่อดรูว์ สเปนซ์ ยิงเข้าไปจากการเปิดบอลมาให้ในกรอบเขตโทษของเจสสิก้า นาซ
ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมต่างมีโอกาสทำประตูเพิ่ม แต่เป็นทีมจากลอนดอนมีโอกาสได้ลุ้น มากกว่า โดยยานิน่า ไลท์ซิก ต้องโชว์เซฟสำคัญช่วงท้ายเกม เช่นเดียวกับที่เธอทำได้ในเกมชนะไบรท์ตันเมื่อสัปดาห์ก่อน เพื่อช่วยให้ทีมรักษาสถิติไร้พ่ายในบ้านตลอดปี 2025 และเก็บเพิ่มอีกหนึ่งแต้ม