ประตูในครึ่งแรกของ ซาโอริ ทาคาราดะ, ยูกะ โมมิกิ, ซีเจ บ็อตต์ และ ซิโมน เชอร์วู้ด รวมถึงอีกหนึ่งประตูในครึ่งหลังจาก ฮันน่าห์ เคน ช่วยให้ทีม “จิ้งจอกสาว” คว้าชัยชนะขาดลอยมากที่สุดในฤดูกาลนี้
อม็องดีน มิเกล เปลี่ยนผู้เล่น 5 คนจากนัดก่อน โดย ลิซ ค็อป, ซารี คีส์, ดีแอนน์ โรส, มิสซี่ กู๊ดวิน ได้โอกาสลงสนามเป็นตัวจริง ขณะที่ ซิโมน เชอร์วู้ดได้ลงประเดิมสนามเป็นตัวจริงให้สโมสรเป็นครั้งแรก
ด้าน เบอร์มิ่งแฮม ซิตี้ มี เอวา เบเกอร์ อดีตแข้งจากเลสเตอร์ ซิตี้ อะคาเดมี่ ลงเล่นด้วย โดยปีกทีมชาติอังกฤษรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ยิงประตูให้เบอร์มิ่งแฮม ออกนำไปก่อน 1-0 ในนาทีที่ 15
ฮันน่าห์ เคน จบสกอร์ได้คมกริบ
หลังจากผ่านช่วงครึ่งชั่วโมงแรก ซึ่ง เบอร์มิ่งแฮม ยังคงสร้างโอกาสได้อย่างต่อเนื่อง แต่ เลสเตอร์ เองก็มาเร่งเกม และยิงได้ถึง 4 ประตูในช่วงเวลาเพียง 8 นาที
โดยนาทีที่ 34 ทาคาราดะ ยิงประตูตีเสมอจากจังหวะบอลที่ ดีแอนน์ โรส จ่ายบอลมาให้ จากนั้นนาทีที่ 37 ทีม “จิ้งจอกสาว” ก็มาได้จุดโทษเมื่อ กู๊ดวิน ถูกทำฟาวล์ในกรอบเขตโทษโดย ลูแอนน์ เวอร์ซี่ย์ และเป็นโมมิกิ รับหน้าที่สังหารเข้ามุมล่างด้านซ้ายอย่างเฉียบขาดให้ เลสเตอร์ พลิกขึ้นนำ 2-1
ต่อมาอีกแค่ 2 นาที ซีเจ บ็อตต์ ก็เติมขึ้นมาช่วยยิงให้ เลสเตอร์ หนีไปเป็น 3-1 และเป็นประตูแรกของเธอในสีเสื้อเลสเตอร์ ซิตี้
และปิดท้ายในนาทีที่ 42 ด้วยการยิงของ ซิโมน เชอร์วู้ด ดาวรุ่งจาก อะคาเดมี่ ทำให้จบครึ่งแรก เลสเตอร์ ซิตี้ หนีไปเป็น 4-1
ดีแอนน์ โรส ทำไปสามแอสซิสต์ในเกมนี้
ในครึ่งหลัง ทั้งสองทีมมีการเปลี่ยนตัวผู้เล่นหลายตำแหน่ง แต่ยังคงเป็น เลสเตอร์ ที่ทำประตูเพิ่มได้อีกในนาทีที่ 60 เมื่อ โรส แอสซิสต์ครั้งที่ 3 ในเกมให้กับ ฮันน่าห์ เคน หนีตัวประกบและซัดเข้าไปให้ทีม “จิ้งจอกสาว หนีไปเป็น 5-1
แม้ เบอร์มิ่งแฮม จะมายิงเพิ่มได้ในช่วงทดเวลาจาก โช ยู-รี แต่ก็ไม่ทัน จบเกม เลสเตอร์ ซิตี้ ชนะ เบอร์มิ่งแฮม ไปได้ 5-2 แต่ก็ไม่เพียงพอช่วยให้ เลสเตอร์ ผ่านเข้ารอบต่อไปได้ เนื่องจากผลการแข่งขันอีกคู่ในกลุ่มนี้ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน เอาชนะบริสตอล ซิตี้ ไป 6-2
ทำให้ เลสเตอร์ ซิตี้ จบเพียงอันดับ 2 ของกลุ่ม ดี และต้องยุติเส้นทางในทัวร์นาเมนต์นี้ไปอย่างน่าเสียดาย