จอร์แดน อายิว และ อับดูล ฟาตาวู ทำประตูในช่วงครึ่งแรกที่ถนนฟิลเบิร์ต ส่งให้ มาร์ตี ซิฟูเอนเตส ประเดิมเกมในบ้านนัดแรกด้วยชัยชนะเหนือทีมแชมป์เซเรีย อา 2 สมัย
ท่ามกลางแฟนบอลจำนวน 13,210 คนที่เข้าชมเกมอุ่นเครื่องนัดสุดท้ายของพรีซีซั่น หลายคนสวมเสื้อเหย้ารุ่นใหม่จาก adidas บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก และถือเป็นการสรุปช่วงพรีซีซั่นที่น่าพอใจ ก่อนเข้าสู่การแข่งขันในศึก แชมเปี้ยนชิพ อย่างเต็มรูปแบบ
แผนของ ซิฟูเอนเตส เริ่มเห็นผล
ผู้จัดการทีมคนใหม่ได้แสดงเจตจำนงชัดเจนต่อนักเตะและแฟนบอลว่า เขาต้องการให้ทีมเล่นฟุตบอลเกมรุกครองเกมเหนือคู่แข่ง เขาเคยบอกไว้ตั้งแต่วันแรกที่เข้ารับตำแหน่งว่า นี่คือ “สิ่งที่ไม่อาจต่อรองได้” และทีมของเขาก็เริ่มต้นเกมด้วยการไล่บีบสูงทันที โดยเฉพาะ บิลาล เอล คานนูสส์ ที่คอยกดดันแนวรับทีมเยือนไม่ให้ตั้งเกมได้
สเตฟี่ มาวิดิดี้ ทางฝั่งซ้าย ร่วมกับ ฟาตาวู ที่โชว์ฟอร์มโดดเด่น กดดันแนวรับของฟิออเรนติน่าอย่างต่อเนื่อง มาวิดิดี้มีจังหวะเลี้ยงผ่านคู่แข่งหลายครั้ง และช่วยให้ทีมมีโอกาสลุ้นประตูอยู่ตลอด
กุนซือชาวสเปนยืนอยู่ข้างสนามคอยปรบมือให้ลูกทีม โดยเฉพาะช่วงก่อนหมดครึ่งแรก ซึ่งถือเป็นสัญญาณชัดเจนว่าเขาพอใจกับฟอร์มการเล่นของทีม
ฟาตาวู โชว์ฟอร์มเด่นริมเส้น
ฟาตาวู ได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงให้เลสเตอร์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว โดยตลอดช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา เขาค่อยๆ ฟื้นฟูความฟิตกลับมาอย่างต่อเนื่อง หลังจากมีโอกาสลงเล่นในฐานะตัวสำรองอยู่บ้างก่อนหน้านี้ เกมนี้ถือเป็นเครื่องยืนยันถึงศักยภาพของดาวรุ่งชาวกานาอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งทำให้ อเลสซานโดร เบียงโค่ แบ็กฟิออเรนติน่าต้องเจองานหนักตลอดเกม
หมายเลข 7 ของเลสเตอร์คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่เจาะแนวรับของ “ลา วีโอล่า” จนเกิดสองประตูในครึ่งแรก ลูกแรก เขาพาบอลทะลุแนวรับฝั่งขวา ก่อนจ่ายให้ เอล คานนูสส์ ซึ่งจ่ายต่อให้ อายิว ซัดเข้าไปอย่างเฉียบคม ส่วนประตูที่สอง เป็นผลงานเดี่ยวของฟาตาวูล้วนๆ เมื่อเขาพาบอลหนีเบียงโค่อีกครั้ง ก่อนยิงผ่านมือ ทอมมาโซ่ มาร์ตินเนลลี่ อย่างเด็ดขาด ให้เลสเตอร์นำห่าง 2-0
โฟกัสสู่เกมเปิดฤดูกาล
พรีซีซั่นของเลสเตอร์ในปีนี้เริ่มต้นด้วยการฝึกหนักตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายน มีการเก็บตัวในออสเตรียที่เน้นทั้งการสร้างความสัมพันธ์ในทีมและการวางแท็กติก ก่อนจะเข้าสู่ช่วงปรับจูนรายละเอียดในช่วงท้าย – และตอนนี้ก็ใกล้ถึงเวลาสำคัญแล้ว
สำหรับซิฟูเอนเตสแล้ว การได้เห็นแผนการที่เขาวางไว้ออกมาเป็นรูปธรรมในเกมนี้ ถือเป็นเรื่องที่น่าพอใจอย่างยิ่ง เช่นเดียวกับแฟนบอล "บลู อาร์มี่" ที่ได้เห็นทีมเล่นอย่างมีระบบและพลัง
หากไม่ใช่เพราะฟอร์มเซฟสุดยอดของ มาร์ตินเนลลี่ ที่ปฏิเสธโอกาสทำประตูของ เคซี่ย์ แม็คเอเทียร์ และ เอล คานนูสส์ อย่างรวดเร็ว หรือการยิงหลุดกรอบในช่วงท้ายของแม็คอาเทียร์ หลังจากที่ แฮร์รี่ วิงค์ส ตัวสำรองทำเกมขึ้นมาได้ดี สกอร์อาจจะขาดมากกว่านี้
แต่ตอนนี้ ทุกสายตาถูกจับจ้องไปยังเกมเปิดฤดูกาลอย่างเป็นทางการ เมื่อเลสเตอร์ ซิตี้ จะเปิดบ้านพบกับ เชฟฟิลด์ เวนส์เดย์ ในวันอาทิตย์หน้า เพื่อเริ่มต้นศึก แชมเปี้ยนชิพฤดูกาล 2025/26 อย่างเต็มตัว