29 ปีผ่านไป – รำลึกถึงชัยชนะในนัดชิงชนะเลิศเพลย์ออฟของเราเหนือคริสตัล พาเลซ
วันนี้เมื่อปี 1996 เลสเตอร์ ซิตี้ เลื่อนชั้นกลับสู่พรีเมียร์ลีกอีกครั้ง ด้วยการคว้าแชมป์ในรอบเพลย์ออฟ โดยเอาชนะคริสตัล พาเลซ ที่สนามเวมบลีย์
leicester-city-1996
leicester-city-1996
by Sam Jones
Published
27 May 2025
29 ปีผ่านไป – รำลึกถึงชัยชนะในนัดชิงชนะเลิศเพลย์ออฟของเราเหนือคริสตัล พาเลซ
วันนี้เมื่อปี 1996 เลสเตอร์ ซิตี้ เลื่อนชั้นกลับสู่พรีเมียร์ลีกอีกครั้ง ด้วยการคว้าแชมป์ในรอบเพลย์ออฟ โดยเอาชนะคริสตัล พาเลซ ที่สนามเวมบลีย์
Sam Jones
29 ปีผ่านไป – รำลึกถึงชัยชนะในนัดชิงชนะเลิศเพลย์ออฟของเราเหนือคริสตัล พาเลซ
วันนี้เมื่อปี 1996 เลสเตอร์ ซิตี้ เลื่อนชั้นกลับสู่พรีเมียร์ลีกอีกครั้ง ด้วยการคว้าแชมป์ในรอบเพลย์ออฟ โดยเอาชนะคริสตัล พาเลซ ที่สนามเวมบลีย์
Sam Jones
29 ปีผ่านไป – รำลึกถึงชัยชนะในนัดชิงชนะเลิศเพลย์ออฟของเราเหนือคริสตัล พาเลซ
วันนี้เมื่อปี 1996 เลสเตอร์ ซิตี้ เลื่อนชั้นกลับสู่พรีเมียร์ลีกอีกครั้ง ด้วยการคว้าแชมป์ในรอบเพลย์ออฟ โดยเอาชนะคริสตัล พาเลซ ที่สนามเวมบลีย์
Sam Jones
29 ปีผ่านไป – รำลึกถึงชัยชนะในนัดชิงชนะเลิศเพลย์ออฟของเราเหนือคริสตัล พาเลซ
วันนี้เมื่อปี 1996 เลสเตอร์ ซิตี้ เลื่อนชั้นกลับสู่พรีเมียร์ลีกอีกครั้ง ด้วยการคว้าแชมป์ในรอบเพลย์ออฟ โดยเอาชนะคริสตัล พาเลซ ที่สนามเวมบลีย์
Sam Jones
ฤดูกาล 1995/96 เป็นฤดูกาลที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายสำหรับทีมจิ้งจอกสยาม ทั้งเรื่องผู้จัดการทีม มาร์ค แมคกี ที่ลาออกจากสโมสรไปในเดือนธันวาคมด้วยสถานการณ์ที่ไม่ราบรื่นนัก โดยเขาย้ายไปคุมทีมวูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส แม้ว่าเลสเตอร์ในขณะนั้นจะมีแนวโน้มที่จะได้เลื่อนชั้นกลับสู่พรีเมียร์ลีก
เราทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในช่วงต้นฤดูกาลภายใต้การคุมทีมของแมคกี โดยแพ้เพียง 2 นัดจาก 13 เกมแรก และเก็บชัยชนะได้ถึง 7 นัด ทำให้ขึ้นไปอยู่อันดับต้นๆ ของตารางคะแนนดิวิชั่นหนึ่ง (ลีกรองในขณะนั้น) อย่างไรก็ตาม หลังจากการเปลี่ยนผู้จัดการทีมมาเป็น มาร์ติน โอนีล ทีมไม่สามารถเก็บชัยชนะได้เลยใน 7 นัดแรก ทำให้เริ่มเกิดความไม่พอใจจากแฟนบอล ก่อนที่ชัยชนะ 3-2 เหนือทีมใหม่ของแมคกีอย่างวูล์ฟส์ จะกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จุดประกายให้ทีมกลับมามีลุ้นพื้นที่เพลย์ออฟอีกครั้ง
มาร์ติน โอนีล ผู้มาเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ของเลสเตอร์ ซิตี้
มาร์ติน โอนีล ผู้มาเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ของเลสเตอร์ ซิตี้
ทุกอย่างเริ่มเข้าที่เข้าทางในเดือนเมษายน และโมเมนตั้มก็เริ่มดีขึ้นหลังจากที่เลสเตอร์ บุกไปชนะชาร์ลตัน แอธเลติก 1-0 โดยที่ สตีฟ คลาริจด์ เป็นผู้ทำประตูชัย ซึ่งนั่นถือเป็นประตูแรกของเขาในลีกฤดูกาลนั้น นับจากจุดนั้น เลสเตอร์จะแพ้เพียงนัดเดียว และเก็บได้ถึง 19 คะแนนจาก 8 เกมสุดท้ายของฤดูกาล
หลังจากผลการแข่งขันกับชาร์ลตัน พวกเขาก็สานต่อฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการบุกไปชนะคริสตัล พาเลซ 1-0 อีกครั้งในอีก 4 วันถัดมา จากนั้นคลาริจด์ ก็ยังคงมีบทบาทสำคัญ โดยทำสองประตูพาทีมเอาชนะโอลด์แฮม แอธเลติก 2-0 และตามด้วยการยิงประตูชัยในเกมกับฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์
แนวทางของทีมเริ่มชัดเจนขึ้น และกองหน้ารายนี้ก็ยังคงเป็นนักเตะที่ทำประตูสำคัญในเกมใหญ่ได้เสมอ โดยเขาทำประตูเป็นเกมที่สามติดต่อกันในเกมที่เลสเตอร์ เปิดบ้านถล่มเบอร์มิงแฮม ซิตี้ 3-0 ซึ่งชัยชนะนัดนี้ทำให้การลุ้นพื้นที่เพลย์ออฟต้องไปตัดสินกันถึงวันสุดท้ายของฤดูกาล
เรย์ วอลเลซ จากสโต๊ค เข้าปะทะกับ เอมิล เฮสกีย์ ในนัดแรกของรอบรองชนะเลิศเพลย์ออฟ ที่ฟิลเบิร์ต สตรีท ซึ่งเกมจบลงแบบไร้สกอร์
เรย์ วอลเลซ จากสโต๊ค เข้าปะทะกับ เอมิล เฮสกีย์ ในนัดแรกของรอบรองชนะเลิศเพลย์ออฟ ที่ฟิลเบิร์ต สตรีท ซึ่งเกมจบลงแบบไร้สกอร์
ในเกมกับวัตฟอร์ดที่กำลังหนีตกชั้นที่สนามวิคาราจ โร้ด เลสเตอร์ต้องคว้าชัยชนะให้ได้ และต้องหวังพึ่งผลการแข่งขันของทีมอื่นเพื่อแซงเข้าสู่พื้นที่เพลย์ออฟแทนอิปสวิช ทาวน์, สโต๊ค ซิตี้ หรือชาร์ลตัน ซึ่งมุซซี่ อิเซ็ต ก็สามารถทำประตูชัยให้กับทีมได้สำเร็จ
ผลการแข่งขันนั้นทำให้วัตฟอร์ด ตกชั้นลงไปเล่นในระดับดิวิชันสาม ขณะเดียวกัน อิปสวิชทำได้เพียงเสมอกับมิลล์วอลล์ในบ้าน ซึ่งเป็นผลสำคัญที่ส่งให้เลสเตอร์ตีตั๋วเข้าสู่รอบเพลย์ออฟได้สำเร็จ
ในรอบรองชนะเลิศ เลสเตอร์ต้องเจอกับสโต๊ค ซิตี้ โดยเกมแรกที่เล่นที่ฟิลเบิร์ต สตรีท จบลงด้วยผลเสมอในบรรยากาศที่ตึงเครียด ท่ามกลางแฟนบอลกว่า 20,000 คน โดยสกอร์ยังคงเสมอกันจนถึงเกมที่สอง ซึ่งในแมตช์นั้น สตีฟ คลาริจด์ เกือบทำให้ทีมเสียประตูหลังจากส่งบอลคืนหลังพลาด ทำให้ไซม่อน สเตอร์ริดจ์ มีโอกาสยิงโล่งๆ แต่ยังโชคดีที่ผู้รักษาประตู เควิน พูล เซฟไว้ได้
ขณะเดียวกันเลสเตอร์ ก็มีโอกาสจาก คลาริจด์ที่เกือบทำประตูได้ แต่ถูกผู้รักษาประตู มาร์ค พรูโด เซฟไว้ได้ ทำให้เกมยังคงเสมอแบบไร้สกอร์และคงความตึงเครียดไว้เต็มที่ กระทั่งในท้ายที่สุด เกมก็ตัดสินกันด้วยประตูสุดสวยจาก แกร์รี่ พาร์คเกอร์ ที่ซัดลูกวอลเลย์เต็มข้อ ส่งเลสเตอร์ ซิตี้ ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศที่สนามเวมบลีย์ได้สำเร็จ
ฉลองประตูพาทีมเข้าสู่รอบชิงฯ
ฉลองประตูพาทีมเข้าสู่รอบชิงฯ
คู่แข่งในนัดชิงชนะเลิศคือ คริสตัล พาเลซ โดยในเกมนั้นที่สนามเวมบลีย์ มีผู้ชมเข้าชมถึง 73,573 คน แม้เลสเตอร์จะออกสตาร์ตได้ดี แต่กลับเป็นทัพ "ปราสาทเรือนแก้ว" ที่ชิงขึ้นนำไปก่อนจากลูกยิงเรียดของแอนดรูว์ โรเบิร์ตส์ ในนาทีที่ 14
ทุกอย่างดูเหมือนจะไม่เป็นไปตามแผนที่โอนีล วางไว้ และมันดูเหมือนจะไม่ใช่วันของพวกเขา เมื่อเลสเตอร์ พลาดทุกโอกาสทำประตูที่มีไปหมด รวมถึงสตีฟ คลาริจด์ ก็ยิงไม่ตรงกรอบเลยในครึ่งหลัง
อย่างไรก็ตาม เลสเตอร์ได้ความหวังกลับมาในช่วง 15 นาทีสุดท้าย เมื่อมาร์ค เอดเวิร์ธีย์ ทำฟาวล์ใส่ มุซซี่ อิเซ็ต ในกรอบเขตโทษและเป็นแกร์รี่ พาร์คเกอร์ ผู้รับหน้าที่สังหารจุดโทษ และไม่พลาด ส่งบอลผ่านไนเจล มาร์ติน เข้าไปอย่างเยือกเย็น
เกมที่หนักหน่วงและดูเหมือนจะต้องตัดสินกันด้วยการดวลจุดโทษ มาร์ติน โอนีล เตรียมเปลี่ยนตัวให้เซลจ์โก้ คาลัช ผู้รักษาประตูร่างโย่งเจ้าของส่วนสูง 6 ฟุต 7 นิ้ว ลงมาแทนเควิน พูล เพื่อรับหน้าที่เซฟลูกจุดโทษ แต่ก่อนหมดเวลาช่วงต่อเวลาพิเศษเพียงไม่กี่วินาที เลสเตอร์ก็ได้รับโอกาสสุดท้าย
สองดาวยิงจิ้งจอกสยาม เฉลิมฉลองต่อความสำเร็จของทีม
สองดาวยิงจิ้งจอกสยาม เฉลิมฉลองต่อความสำเร็จของทีม
จังหวะฟาวล์ใส่เอมิล เฮสกีย์ ตรงกลางสนาม เปิดโอกาสให้แกร์รี่ พาร์คเกอร์ เปิดฟรีคิกยาวขึ้นหน้า ซึ่งจูเลียน วัตต์ส โหม่งเช็ดย้อนกลับมาบริเวณหน้าเขตโทษ ซึ่ง สตีฟ คลาริจด์ รออยู่ตรงนั้นพอดี เขาแกว่งขาเตะบอลก่อนบอลจะลอยโด่งขึ้นไปเสียบมุมตาข่ายอย่างเหลือเชื่อ
ช่วงเวลาหลังจากนั้น ทุกอย่างเหมือนหยุดนิ่ง ก่อนที่ความคลุ้มคลั่งจะระเบิดขึ้นในฝั่งของแฟนบอลเลสเตอร์ บนอัฒจันทร์ การเลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีกเกิดขึ้นในสนามที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และในสถานการณ์ที่ดราม่าที่สุด
ประตูนี้ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็นหนึ่งในลูกยิงที่เป็นที่จดจำที่สุดในอาชีพของคลาริจด์ และในประวัติศาสตร์ของสโมสร ซึ่งจะไม่มีวันถูกลืมเลือน

ข่าวล่าสุด

รูปล่าสุด

วิดีโอล่าสุด

สนามคิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม

ฟิลเบิร์ต เวย์

เลสเตอร์

LE2 7FL

สโมสร

สโมสร

เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมหญิง

เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมหญิง

แอป

King Power Stadium,

Filbert Way,

Leicester

LE2 7FL

Club >

Men >

Women >

Community>

App >