อาลี เมาช์เลน ย้อนเล่าชีวิตลูกหนังกับ เลสเตอร์ ซิตี้ ‘ประสบการณ์อันยอดเยี่ยม’
ปีนี้คือวาระครบรอบ 40 ปีที่ อาลี เมาช์เลน ขวัญใจแฟนบอลยุค 80s เซ็นสัญญาเข้ามาอยู่กับเลสเตอร์ ซิตี้ เขาลงเล่นให้ทีมไปถึง 273 นัด รับบทกัปตันทีมหลายช่วง และยังคงผูกพันกับสโมสรต่อมาในหลากหลายบทบาทหลังจากแขวนสตั๊ด
Ali Mauchlen
Ali Mauchlen
by John Hutchinson
Published
02 Dec 2025
อาลี เมาช์เลน ย้อนเล่าชีวิตลูกหนังกับ เลสเตอร์ ซิตี้ ‘ประสบการณ์อันยอดเยี่ยม’
ปีนี้คือวาระครบรอบ 40 ปีที่ อาลี เมาช์เลน ขวัญใจแฟนบอลยุค 80s เซ็นสัญญาเข้ามาอยู่กับเลสเตอร์ ซิตี้ เขาลงเล่นให้ทีมไปถึง 273 นัด รับบทกัปตันทีมหลายช่วง และยังคงผูกพันกับสโมสรต่อมาในหลากหลายบทบาทหลังจากแขวนสตั๊ด
John Hutchinson
อาลี เมาช์เลน ย้อนเล่าชีวิตลูกหนังกับ เลสเตอร์ ซิตี้ ‘ประสบการณ์อันยอดเยี่ยม’
ปีนี้คือวาระครบรอบ 40 ปีที่ อาลี เมาช์เลน ขวัญใจแฟนบอลยุค 80s เซ็นสัญญาเข้ามาอยู่กับเลสเตอร์ ซิตี้ เขาลงเล่นให้ทีมไปถึง 273 นัด รับบทกัปตันทีมหลายช่วง และยังคงผูกพันกับสโมสรต่อมาในหลากหลายบทบาทหลังจากแขวนสตั๊ด
John Hutchinson
อาลี เมาช์เลน ย้อนเล่าชีวิตลูกหนังกับ เลสเตอร์ ซิตี้ ‘ประสบการณ์อันยอดเยี่ยม’
ปีนี้คือวาระครบรอบ 40 ปีที่ อาลี เมาช์เลน ขวัญใจแฟนบอลยุค 80s เซ็นสัญญาเข้ามาอยู่กับเลสเตอร์ ซิตี้ เขาลงเล่นให้ทีมไปถึง 273 นัด รับบทกัปตันทีมหลายช่วง และยังคงผูกพันกับสโมสรต่อมาในหลากหลายบทบาทหลังจากแขวนสตั๊ด
John Hutchinson
อาลี เมาช์เลน ย้อนเล่าชีวิตลูกหนังกับ เลสเตอร์ ซิตี้ ‘ประสบการณ์อันยอดเยี่ยม’
ปีนี้คือวาระครบรอบ 40 ปีที่ อาลี เมาช์เลน ขวัญใจแฟนบอลยุค 80s เซ็นสัญญาเข้ามาอยู่กับเลสเตอร์ ซิตี้ เขาลงเล่นให้ทีมไปถึง 273 นัด รับบทกัปตันทีมหลายช่วง และยังคงผูกพันกับสโมสรต่อมาในหลากหลายบทบาทหลังจากแขวนสตั๊ด
John Hutchinson
ในการสนทนากับ จอห์น ฮัตชินสัน นักประวัติศาสตร์ของสโมสร เมาช์เลนได้ย้อนเล่าเส้นทางลูกหนังตั้งแต่วัยเด็ก จนถึงวันที่ย้ายมาเป็นสมาชิกใหม่ของเลสเตอร์ ซิตี้ เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 1985
“ผมเกิดที่คิลวินนิ่ง ในแอร์เชียร์” เมาช์เลนเล่า “แต่โตที่เวสต์คิลไบรด์ หมู่บ้านชาวประมงเล็ก ๆ ตอนอายุ 15 พ่อพาผมไปดูทีมสมัครเล่น เวสต์คิลไบรด์ อเมเจอร์ส วันนั้นทีมผู้เล่นไม่ครบ ผู้จัดการทีมเลยให้ผมไปนั่งสำรอง เราต้องขับรถกลับไปเอารองเท้าสตั๊ดที่บ้าน ก่อนที่ผมจะได้ลงสนาม ถือเป็นจุดเริ่มต้นในเกมระดับผู้ใหญ่ ทั้งที่ยังอายุแค่สิบห้าเท่านั้น”
เมื่ออายุ 18 หลายสโมสรก็ตามจีบ “มอร์ตันกับควีน ออฟ เดอะ เซาธ์ให้ความสนใจผม แต่สุดท้ายคิลมาร์น็อคเป็นทีมที่ยื่นข้อเสนอจริงจัง”
ในปีแรกกับคิลมาร์น็อค เขาถูกส่งไปเก็บเลเวลกับทีมดังในฟุตบอลจูเนียร์อย่าง เออร์วีน มีโดว์
“ปีนั้นทำให้ผมแข็งแกร่งขึ้นมาก ฟุตบอลผู้ใหญ่จริง ๆ มาตรฐานดี เพราะมีอดีตนักอาชีพหลายคนลงมาเล่นในลีกระดับนี้”
หลังกลับจากเออร์วีน มีโดว์ เขาก็ได้ประเดิมสนามให้คิลมาร์น็อค เล่นมิดฟิลด์ตัวกลางในเกมพบราอิธ โรเวอร์ส
ต่อมา หลังทีมตกชั้นจากพรีเมียร์ ดิวิชัน ก่อนพาเลื่อนชั้นกลับขึ้นมาได้ เมาช์เลนก็ถูก จ็อค วอลเลซ ดึงตัวไป มิเธอร์เวลล์ ในเดือนตุลาคมปี 1982 เพียงสามเดือนหลังวอลเลซ แยกทางกับเลสเตอร์ ซิตี้
“จริง ๆ ฮิเบอร์เนียนมาติดต่อผมก่อนมิเธอร์เวลล์ แต่ข้อเสนอมันไม่ดี ผมเลยปฏิเสธ” เมาช์เลนเล่าต่อ “แล้วจ็อค วอลเลซก็เข้ามา เขาเป็นคนที่มองโลกในแง่บวกสุด ๆ ผมขับรถไปเจอเขาที่มิเธอร์เวลล์ แต่ดันหลง! พอถึงที่ทำงาน จิม คลูนี่ ผู้จัดการทีมคิลมาร์น็อค กับวอลเลซ กำลังนั่งรออยู่ ผมนี่สายไปร่วมยี่สิบนาที ลนกันหมด!”
มิเธอร์เวลล์จ่ายค่าตัวเขา 35,000 ปอนด์ “หลังจับมือกันเรียบร้อย จิม คลูนี่ชวนไปกินข้าวเที่ยง แต่จ็อคสวนทันทีว่า ‘ไม่ต้อง! เขาต้องไปซ้อมที่สนามแข่งม้าฮามิลตันเดี๋ยวนี้เลย’ และนั่นคือจุดเริ่มต้นชีวิตลูกหนังของผมภายใต้การคุมทีมของจ็อค วอลเลซ”
Ali Mauchlen's roles at the Club are varied and wide-reaching, including helping maintain our heritage collection.
Ali Mauchlen's roles at the Club are varied and wide-reaching, including helping maintain our heritage collection.
“เขาเป็นคนตัวใหญ่ ดุดัน ผมนี่แหละนักเตะแบบที่เขาชอบเลย เรื่องแท็คติกหรือเทคนิคไม่ใช่จุดเด่นของเขา แต่ว่าเขาเป็นยอดนักปลุกเร้าใจ ไม่มีความประณีตอะไรทั้งนั้นในโปรแกรมซ้อมของเขา มีแค่ ‘ฟิตร่างกายเข้าไว้’ อย่างเดียว”
“ผมเคยได้ยินว่า สมัยเขาคุมเลสเตอร์ ที่ฟิลเบิร์ตสตรีท เขาให้ผู้เล่นวิ่งขึ้น-ลง เนินทรายที่วอนลิปแบบโหดสุด ๆ พอย้ายมามิเธอร์เวลล์ เราก็โดนเหมือนกัน คราวนี้พาไปเนินทรายที่กัลเลน ใกล้ๆ เบอร์วิก แล้วก็ซ้อมวิ่งขึ้นลงซ้ำไปซ้ำมา ผมเห็นนักเตะบางคนถึงขั้นคลานสี่ขาแล้วอ้วกแตกหลังซ้อมเลย ยังไม่พอ ในเกมห้าต่อห้า ไม่มีผ่อน ไม่มีละเว้นอะไรทั้งนั้น แม้จะเป็นเย็นวันศุกร์ก่อนแข่งวันเสาร์ก็ตาม”
มิเธอร์เวลล์ ตกชั้นจากพรีเมียร์ ดิวิชันในปี 1984 แต่ฤดูกาลถัดมา อาลี เมาช์เลน คือกัปตันทีมที่พาสโมสรกลับขึ้นลีกสูงสุดได้สำเร็จ
อาลีย้อนความทรงจำว่า “ผมเป็นกัปตันทีมตอนเราเลื่อนชั้น และยังพาทีมเข้าถึงรอบรองชนะเลิศสก็อตติช คัพ เจอเซลติก เราเสมอ 1-1 จริง ๆ ควรชนะด้วยซ้ำ แต่ไปแพ้นัดรีเพลย์ที่แฮมป์เดน พาร์ค แม้จะตกรอบ แต่มันก็เป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม”
เขากลายเป็นกัปตันมิเธอร์เวลล์ ตั้งแต่อายุยี่สิบต้น ๆ เมาช์เลนบอกว่า “ไม่ว่าผมจะเล่นให้ทีมไหน ผมก็เป็นคนที่นำโดยการกระทำเสมอ ถ้าผมเล่นด้วยมาตรฐานแบบหนึ่ง ผมเชื่อว่ามันจะช่วยกระตุ้นเพื่อนร่วมทีมให้ขยับมาตรฐานตัวเองขึ้นมาด้วย”
พอถึงปิดฤดูกาล 1985 เมาช์เลน และดาวรุ่งอย่าง แกรี่ แม็คอัลลิสเตอร์ ก็อำลาเฟอร์พาร์คไปซบทีมของ กอร์ดอน มิลน์ ที่เลสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งตอนนั้นยังอยู่ในดิวิชัน 1 เดิมของอังกฤษ
แต่มีช่วงหนึ่งที่ดูเหมือนอาลีจะได้ย้ายไป เรนเจอร์ส ทีมโปรดของตัวเอง ซึ่งคุมโดยกุนซือเก่า จ็อค วอลเลซ มากกว่าจะมายังเลสเตอร์
“ผมกับจ็อคมีความสัมพันธ์ที่ดีมาก” เมาช์เลน เล่า “ประมาณหกสัปดาห์ ผมคุยกับประธานสโมสรเรนเจอร์สและจ็อคอยู่เรื่อย ๆ แต่ตอนนั้นสโมสรต้องลดค่าเหนื่อย และมิเธอร์เวลล์ก็ไม่อยากขายผมให้สโมสรในสกอตแลนด์ด้วย ทำให้ดีลยิ่งยากเข้าไปใหญ่”
“หน้าร้อนปี 1985 จ็อคพยายามโทรหาผมจากบ้านพักตากอากาศของเขาที่ฟูเอนกิโรล่า แต่สรุปดีลไม่ได้สักที สำหรับผม ในฐานะแฟนเรนเจอร์ส การได้เล่นให้เรนเจอร์สมันคือความฝันเลยนะ”
In action for the Foxes during his impressive career at Filbert Street. Image: Colorsport/Shutterstock.
In action for the Foxes during his impressive career at Filbert Street. Image: Colorsport/Shutterstock.
“ช่วงนั้นเอง ผมก็เริ่มรู้ว่าเลสเตอร์ให้ความสนใจผมอยู่เหมือนกัน ที่สกอตแลนด์ผมเริ่มมีปัญหากับผู้ตัดสิน เพราะสไตล์การเล่นที่ดุดันเกินไป โดนไล่ออกมาหลายครั้ง จนเพื่อนคนหนึ่งซึ่งเป็นนักข่าวแท็บลอยด์ในกลาสโกว์โทรมาบอกว่า เพื่อประโยชน์ของตัวผมเอง น่าจะย้ายไปเลสเตอร์ได้แล้ว เพราะผู้ตัดสินที่สกอตแลนด์เริ่มจะจับตามองผม ครั้งหน้าถ้าโดนไล่อีก ผมอาจโดนแบนยาวก็ได้”
จากนั้นไม่นาน กอร์ดอน มิลน์ ผู้จัดการทีมเลสเตอร์ ซิตี้ ก็บินขึ้นมาจากอีสต์มิดแลนด์พร้อม อลัน เบนเน็ตต์ เลขาสโมสร เพื่อพบ เมาช์เลน และ แกรี่ แม็คอัลลิสเตอร์
“เขาอยากได้ทั้งผมและแกรี่ เขานัดเจอเราที่โรงแรม แล้วก็บอกให้ลองคิดดู เขาบอกว่า ‘ผมมีไฟลต์ออกจากกลาสโกว์ตอนห้าโมงห้านาที ถ้าตกลงกันไม่ได้ก่อนขึ้นเครื่อง ก็ถือว่าไม่มีดีล’ แล้วเขาก็ปล่อยให้เราสองคนยืนมองหน้ากันอยู่ที่ล็อบบี้ สุดท้ายเราหันมามองกันแล้วพูดว่า ‘ไปเลสเตอร์กันเถอะ’ แล้วเราทั้งคู่ก็เซ็นเลย ตอนนั้นผมอายุ 25 ส่วนแกรี่อายุ 19”
การย้ายมาเลสเตอร์คือความต่างวัฒนธรรมลูกหนังแบบสุดขั้ว “เลสเตอร์อยู่ดิวิชัน 1 เดิมของอังกฤษ ซึ่งมาตรฐานสูงมาก เกมแรกที่เราไปดูคือเลสเตอร์ชนะเอฟเวอร์ตัน แชมป์ลีกทีมล่าสุด ที่มี แกรี่ ลินิเคอร์ อดีตดาวยิงของเลสเตอร์อยู่ด้วย เราชนะ 3-1 มาร์ค ไบรท์ ยิงสองเม็ด ผมหันไปบอกแกรี่ว่า ‘เราจะสอดแทรกลงทีมชุดนี้ได้ยังไงเนี่ย’ มันคือความท้าทายแบบสุด ๆ”
คุณภาพเกมฟุตบอลในอังกฤษสูงกว่าสกอตแลนด์ชัดเจน “ผมต้องขัดเกลาการเล่นเยอะมาก โดยเฉพาะสัมผัสบอลแรก ตอนมาครั้งแรกผมยังดิบ ๆ อยู่เยอะ กอร์ดอน กับโค้ช เจอร์รี ซัมเมอร์ส ช่วยผมอย่างหนัก จัดซ้อมพิเศษหลังการฝึกซ้อมหลักเพื่อปรับจูนวิธีเล่นให้ละเอียดขึ้น”
เมาช์เลน เล่าว่าแค่ได้เห็นกอร์ดอน มิลน์ลงเล่นในเกมห้าต่อห้า ก็ทำให้เขาต้องทบทวนตัวเอง “กอร์ดอน เป็นอดีตทีมชาติอังกฤษและเคยเล่นให้ลิเวอร์พูล แม้อายุเยอะแล้ว แต่แค่ดูเขาสัมผัสบอล ผมก็รู้เลยว่าทักษะเขาดีกว่าผมเยอะ ผมนี่คิดในใจว่า ‘เราต้องพัฒนาแล้วล่ะ’”
ในฤดูกาล 1985/86 เมื่อเขาได้เดบิวต์ตัวจริงในเกมพบอาร์เซน่อล ที่ ไฮบิวรี่ ในเดือนสิงหาคมนั้น อาลี เมาช์เลน ลงสนามในตำแหน่งมิดฟิลด์เกือบตลอดทั้ง 38 นัดที่เหลือของลีก พิสูจน์ว่าการย้ายมาเลสเตอร์คือก้าวกระโดดที่เขารับมือได้อย่างยอดเยี่ยม
Ali Mauchlen spoke, in a separate interview, in depth on his role helping Club Historian John Hutchinson, exclusively on the LCFC App.
Ali Mauchlen spoke, in a separate interview, in depth on his role helping Club Historian John Hutchinson, exclusively on the LCFC App.
“ฤดูกาลแรกนั้นมันหนักมาก แต่ก็เป็นประสบการณ์ที่สุดยอดจริง ๆ ผมเก็บสมุดโปรแกรมแข่งขันสมัยที่ยังเล่นบอลไว้หลายเล่ม ทุกครั้งที่หยิบมาดู ผมต้องหยิกตัวเองเบา ๆ เพราะบางครั้งผมลืมไปแล้วนะ ว่าผมเคยลงเล่นกับนักเตะระดับตำนานมากมาย และเคยเหยียบพื้นสนามสุดยิ่งใหญ่แค่ไหน”
หลังย้ายมาถึงเลสเตอร์เมื่อ 40 ปีก่อน อาลี เมาช์เลน รับใช้ทีมชุดใหญ่ต่อเนื่องยาวนานถึง 6 ฤดูกาล และเป็นกัปตันทีมอยู่หลายปี
พอถึงช่วงท้ายอาชีพ เขายังเป็นบุคคลสำคัญของวงการฟุตบอลท้องถิ่นในหลายบทบาท ทั้งนักเตะ โค้ช และผู้จัดการทีมในหลายสโมสร เขายังเคยดำรงตำแหน่งประธานสมาคมอดีตนักเตะเลสเตอร์ ซิตี้ คอยระดมทุนช่วยงานการกุศลหลากหลายรูปแบบ
เมาช์เลน ยังนำทีม Leicester City Masters คว้าแชมป์ Grand National Final ได้ถึงสองครั้งในปี 2005 และ 2007
ทุกวันนี้ เขายังคงทำงานให้สโมสรด้วยภารกิจมากมาย ตั้งแต่การเป็นเจ้าภาพห้องรับรอง Champions’ Club ในวันแข่ง การร่วมงานกิจกรรมด้านคอร์ปอเรต ไปจนถึงการพัฒนา Heritage Collection อันกว้างขวางของสโมสร งานทุกชิ้นของเขาโดดเด่นด้วยความเป็นมืออาชีพ การจัดการที่ยอดเยี่ยม การเตรียมพร้อมทุกขั้นตอน และความใส่ใจในรายละเอียดแบบไร้ที่ติ
ตลอดเวลา 40 ปีที่ผ่านมา เขาคือ ทรัพย์สินล้ำค่าของสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ อย่างแท้จริง และเราทุกคนหวังว่าจะได้เห็นเขาอยู่เคียงข้างสโมสรต่อไปอีกยาวนาน

ข่าวล่าสุด

รูปล่าสุด

วิดีโอล่าสุด

สนามคิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม

ฟิลเบิร์ต เวย์

เลสเตอร์

LE2 7FL

สโมสร

สโมสร

เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมหญิง

เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมหญิง

แอป

King Power Stadium,

Filbert Way,

Leicester

LE2 7FL

Club >

Men >

Women >

Community>

App >