สเตฟี่ มาวิดิดี้ และ แพทสัน ดาก้า ช่วยกันทำคนละประตูให้เลสเตอร์ ซิตี้ คว้าชัยชนะเหนือ สโต๊ค ซิตี้ โดยเป็นการทำประตูแรกของฤดูกาล 2025/26 ของทั้งสองคนด้วย
แม้ว่า แบ จุน-โฮ จะยิงตีไข่แตกให้ทีมเยือนของ มาร์ค โรบินส์ ซึ่งทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาลนี้ แต่ “จิ้งจอกสยาม” แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างแท้จริงในการประคองผลการแข่งขันจนจบเกม ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายลงมาบนถนนฟิลเบิร์ต เวย์
ในเกมนี้ยังเต็มไปด้วยสัญญาณเชิงบวก ทั้งจังหวะคุณภาพ การจบสกอร์อย่างเฉียบขาด รวมถึงสปิริตนักสู้ที่ทุกทีมจำเป็นต้องมีหากต้องการรักษาความแข็งแกร่งตลอดเส้นทางของฤดูกาล นอกจากนี้ การเซฟสำคัญสองครั้งของ อัสเมียร์ เบโกวิช อดีตผู้รักษาประตูของสโต๊ค ซิตี้ ก็มีบทบาทต่อชัยชนะของทีมอย่างยิ่ง
ผลลัพธ์ในค่ำคืนนี้ทำให้ เลสเตอร์ ซิตี้ ขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 10 ของตารางแชมเปี้ยนชิพ ตามหลังพื้นที่เพลย์ออฟเพียงหนึ่งคะแนน ก่อนจะยกพลออกไปเยือน เซาธ์แฮมป์ตัน ในเกมวันอังคารที่จะถึงนี้
ตลอดฤดูกาล 2025/26 ที่ผ่านมา ถือเป็นช่วงเวลาที่ท้าทายของ สเตฟี่ มาวิดิดี้ เมื่อมีอาการบาดเจ็บรบกวนทำให้ไม่ได้ลงสนามอย่างสม่ำเสมอ อย่างไรก็ตาม “เดอะ บลู อาร์มี่” ต่างรู้ดีว่า เมื่อ มาวิดิดี้ อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ เขาสามารถมอบสิ่งใดให้ทีมได้บ้าง และนี่คือบทพิสูจน์อีกครั้งถึงอิทธิพลของเขา
ตั้งแต่เสียงนกหวีดแรก เขาเล่นงานแนวรับคู่แข่งทางกราบซ้ายอย่างไม่หยุดยั้ง พาบอลพุ่งเข้าพื้นที่ว่างและสร้างโอกาสอย่างต่อเนื่อง ผลตอบแทนของเขามาถึงในนาทีที่ 23 เมื่อเจ้าตัวขยับลอยเข้าด้านในก่อนใช้จังหวะสับขาหลอกล่อเพื่อเปิดพื้นที่เพิ่มอีกหนึ่งก้าว อดีตปีกยูเวนตุสมองหาจังหวะแล้วซัดเต็มแรงใส่ลูกบอล
วิคเตอร์ โยฮันส์สัน อดีตผู้เล่นเยาวชนของเลสเตอร์ ซิตี้ ไม่สามารถรับมือได้ เมื่อบอลพุ่งชนใต้คานก่อนกระเด้งเข้าประตูอย่างสวยงาม สโต๊ค ซิตี้ เสียไปเพียง 10 ประตูตลอดทั้งฤดูกาลก่อนเริ่มเกมนี้ สถิติที่ช่วยผลักดันพวกเขาเข้าสู่เส้นทางลุ้นเลื่อนชั้นอัตโนมัติ แต่เหตุการณ์ที่เลวร้ายกว่านั้นกำลังรอทีมเยือนอยู่
ครึ่งแรกจังหวะเกมค่อนข้างสูสี แต่เลสเตอร์ เฉียบคมกว่าอย่างเห็นได้ชัด และความคมนี้ก็แสดงให้เห็นอีกครั้งในนาทีที่ 44 จังหวะเริ่มจาก โอลิเซอร์ สคิปป์ ที่เล่นได้อย่างดุดันและกระหายบอลในแดนกลาง เขาจ่ายบอลทะลุช่องให้ อับดุล ฟาตาวู ที่วิ่งทะลุแนวรับ
ฟาตาวูโดนแนวรับสโต๊ครุมปิดพื้นที่ แต่ยังนิ่งพอที่จะไหลบอลให้ แพทสัน ดาก้า พุ่งไปเก็บบอลก่อนตวัดยิงผ่านมือ โยฮันส์สัน อย่างเหนือชั้น เป็นประตูปิดท้ายครึ่งแรก และส่งเลสเตอร์ออกนำด้วยสกอร์ 2-0
ครึ่งหลังเริ่มต้นไม่เป็นไปตามที่ มาร์ตี ซิฟูเอนเตส หวัง เพียง 3 นาทีหลังเริ่มครึ่งหลัง สโต๊คตีตื้นได้สำเร็จ ครอสของ จูเนียร์ ชามาดู พุ่งเข้ากรอบอันตรายทันทีที่ออกจากเท้า ก่อนที่ แอชลีย์ ฟิลลิปส์ จะโหม่งชงเข้ากลาง บอลลอยอยู่ในอากาศ และมีเพียงคนเดียวที่เข้าถึงบอลได้ก่อนคือ จุน-โฮ ที่โหม่งเปลี่ยนทางเข้าประตู ทำให้แฟน ๆ จิ้งจอกเริ่มลุ้นระทึก
จากนั้นเลสเตอร์ต้องการการตอบสนองที่นิ่งและแข็งแกร่ง และทีมก็ทำได้จริง โดยเฉพาะสองจังหวะเซฟระดับโลกของ อัสเมียร์ เบโกวิช หนึ่งครั้งจากจังหวะยิงของ มิลเลียน มานโฮฟ และอีกครั้งจากลูกโหม่งลุ้นประตูที่สองของ จุน-โฮ
เกมรับยังช่วยกันอย่างทุ่มเท รวมถึงจังหวะโหม่งสกัดบนเส้นแบบกล้าหาญของ ยานนิค เวสเตอร์การ์ด ที่ช่วยทีมประคองสกอร์นำจนจบเกม ท่ามกลางอากาศหนาวจัด
ท้ายที่สุด มันคือชัยชนะที่ได้จาก ความทุ่มเทของทั้งทีม ทั้งการไล่บอล, การบีบพื้นที่, ความมุ่งมั่น และความเป็นหนึ่งเดียว ที่ส่งแฟน ๆ จิ้งจอกสยามร้องเพลงฉลองกลางสายฝนเมื่อจบเกม