รัสเซลล์ มาร์ติน ได้ส่งนักเตะใหม่อย่าง เลียม คัลเลน ลงสนามเป็นตัวจริงนัดแรกในเกมนี้ ขณะที่ทีมกำลังเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขันคาราบาว คัพ รอบแรก พบกับ นอร์ธแฮมป์ตัน ในวันเสาร์หน้า ตามมาด้วยเกมนัดเปิดสนามศึกสกาย เบต ลีกวัน ออกไปเยือน น็อตติ้งแฮม คาวน์ตี้ ในอีกหนึ่งสัปดาห์ให้หลัง ผู้จัดการทีม
ลูกยิงในนาทีที่ 69 ของ ลอเรนโซ่ โคลอมโบ กลายเป็นประตูตัดสินผลการแข่งขันในนัดนี้ แต่ รัสเซลล์ มาร์ติน พอใจกับความกระตือรือร้นของลูกทีม ตอนนี้โปรแกรมการแข่งขันช่วงพรีซีซั่นของทัพ จิ้งจอกสยาม ได้สิ้นสุดลงแล้ว และการแข่งขันนัดแรกในฤดูกาล 2026/27 กำลังจะเริ่มขึ้น
เริ่มเกมได้ดี
ถือเป็นวันที่ค่อนข้างยุ่งสำหรับทัพ จิ้งจอกสยาม โดยผู้เล่นครึ่งหนึ่งของทีมต้องลงเล่นในเกมนัดอุ่นเครื่องแบบปิด พบกับ โคเวนทรี ซิตี้ ที่ซีเกรฟ ในวันเดียวกัน ขณะเดียวกันเพียงหนึ่งชั่วโมงก่อนคิกออฟเกมนี้ สโมสรได้ประกาศคว้าตัว ทอมมี่ วัตสัน อดีตปีกของซันเดอร์แลนด์ ซึ่งย้ายมาร่วมทีมด้วยสัญญายืมตัวจาก ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน สโมสรในศึกพรีเมียร์ลีก
การปะทะกับคู่แข่งจากศึกเซเรีย อา นัดนี้ ยังเป็นโอกาสลงประเดิมสนามเป็นครั้งแรกของ คัลเลน ที่เพิ่งย้ายมาจากสวอนซี ซิตี้ เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ต่อจากการเซ็นสัญญาคว้าตัว คอเนอร์ แชปลิน, อเล็กซ์ แม็คคาร์ธี่ย์ และ คริสเตียน แม็คฟาร์เลน ถือเป็นช่วงเวลาสองสามวันที่น่าตื่นเต้นในส่วนของตลาดซื้อขายนักเตะ
คัลเลน มีส่วนร่วมกับเกมอย่างมากในช่วงครึ่งเวลาแรก โดยช่วยดันเกมคุมพื้นที่สร้างแรงกดดันในแดนบนของสนาม และยังมีโอกาสได้ลุ้นทำประตูสองสามครั้งอีกด้วย โอกาสที่ดีที่สุดของดาวเตะดีกรีทีมชาติเวลส์ เกิดขึ้นในนาทีที่ 19 เมื่อเขารับบอลจากการจ่ายบอลทะลุช่องจาก สเตฟี่ มาวิดิดี้ แต่ จัสติน ไบจ์โลว์ ผู้รักษาประตูของทีมเยือนก็ช่วยเซฟเอาไว้ได้ถึงสองครั้งติดต่อกันเพื่อปฏิเสธประตูของเขา
โอกาสได้ลุ้น
โอกาสที่ชัดเจนที่สุดในครึ่งแรก น่าจะเกิดขึ้นในช่วง 12 นาทีแรกของเกม ลุค โธมัส ทำเกมประสานงานได้อย่างยอดเยี่ยมกับ มาวิดิดี้ ทางกราบซ้าย ก่อนจะพาตัวเองเข้าสู่พื้นที่เปิดกว้าง และเปิดบอลครอสเข้ามาได้อย่างแม่นยำ เข้าหัวของ แซมมี่ เบรย์บรู๊ค ที่สอดเติมขึ้นมาจากแถวสองได้อย่างพอดี แต่ลูกโหม่งของเขากลับไปตรงตัว ไบจ์โลว์ อย่างน่าเสียดาย
ลูกยิงปั่นโค้งสุดสวยจากระยะ 30 หลาของ เจย์เดน โจเซฟ ก็ยังไม่ผ่านมือผู้รักษาประตูทีมเยือนเช่นกัน ในขณะที่ลูกยิงของ โวโย่ คูลิบาลี่ พุ่งไปชน บ็อบบี้ เดอ คอร์โดว่า-รีด บนเส้นประตูอย่างน่าเสียดาย ทั้งๆ ที่ทิศทางของบอลกำลังจะพุ่งเสียบตาข่ายอยู่แล้ว
ในช่วงท้ายของครึ่งแรก มีเรื่องให้ต้องกังวลเล็กน้อยเมื่อ เบน เนลสัน จำเป็นต้องถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนามเนื่องจากอาการบาดเจ็บ โดยเป็น เจค อีแวนส์ ลงมาแทนที่ พร้อมขยับเอา โวโย คูลิบาลี่ จากปีกขวาลงไปยืนเป็นแบ็กซ้าย
เจนัวเฉือนคว้าชัย
แม้ว่า ผู้จัดการทีม มาร์ติน จะชอบปรับเปลี่ยนผู้เล่นหลายตำแหน่งในช่วงพรีซีซั่น แต่หากไม่นับรวมกรณีของ เนลสัน แล้ว 11 ตัวจริงชุดเดิมที่ออกสตาร์ทก็ยังคงอยู่บนสนามเมื่อเริ่มครึ่งเวลาหลัง กว่าจะมีการปรับเปลี่ยนผู้เล่นอีกครั้งก็ต้องรอจนถึงนาทีที่ 80 โดยเป็น เคิยร์สเทน อ็อตเชเร่ ที่ลงมาเล่นแทน บ็อบบี้ เดอ คอร์โดว่า-รีด
อย่างไรก็ตาม ทีมเยือนเป็นฝ่ายขึ้นนำไปก่อน จากจังหวะที่ โคลอมโบ เร่งสปีดแหวกตรงกลางเข้ามากดบอลผ่านมือ ยาคุบ สโตลาร์ซิค เข้าไปในนาทีที่ 69
เจนัวภายใต้การคุมทีมของ ดานิเอเล เด รอสซี่ ได้ทำการเปลี่ยนตัวผู้เล่นหลายตำแหน่ง และทาง ฟรานซ์ สโตลซ์ ผู้รักษาประตูตัวสำรองก็ต้องออกแรงเซฟ เมื่อ อีแวนส์ ได้โอกาสสับไกยิงในกรอบเขตโทษ เคเลบ โอโคลี่ ก็ลโหม่งบอลกดลงพื้นกระดอนลอยไปชนตาข่ายด้านข้างอย่างน่าเสียดาย ด้านสโตลาร์ซิค ยังคงทำหน้าที่ได้ดีในการป้องกันลูกยิงของ อีธาน เมชทรี ในช่วงท้ายเกม ทำให้จบเกม ทีมเยือนเป็นฝ่ายบุกมาเอาชนะไปได้ 1-0 ที่สนามคิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม