พอล แมคแอนดรูว์ มาเป็นแขกรับเชิญในตอนล่าสุดของพอดแคสต์ เลสเตอร์ เดอะ เพลส
เขาได้พูดคุยเกี่ยวกับเส้นทางจากคนขับรถบัสไปสู่ผู้จัดการอุปกรณ์ของทีมชุดใหญ่
เขาได้เล่ารายละเอียดลงลึกในเรื่องราวเกี่ยวกับการแต่งตั้งของเขา, ฤดูกาลแห่งเดอะ เกรท เอสเคป และฤดูกาลที่ไม่อาจลืมในพรีเมียร์ลีก
แม้เลสเตอร์ ซิตี้ จะเคยผ่านทั้งช่วงเวลาที่รุ่งโรจน์และยากลำบาก แต่ชายผู้หนึ่งที่อยู่เคียงข้างทีมชุดใหญ่มาอย่างยาวนานกว่า 30 ปี ก็คือ พอล แมคแอนดรูว์ หรือที่เลสเตอร์ ซิตี้ ทุกคนเรียกเขาว่า "แม็คก้า"
ในเอพิโสดล่าสุดของพอดแคสต์ Leicester’s The Place สองตำนานอย่าง เจอร์รี่ แท็กการ์ท และ สตีฟ วอลช์ ได้ร่วมพูดคุยกับบุคคลที่ได้เห็นแทบทุกช่วงเวลา ทั้งในสนามแข่งขันและสนามซ้อมสองแห่งของสโมสร
เส้นทางอาชีพที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจและความสุขนั้น แท้จริงแล้วไม่ได้เริ่มต้นในฐานะเจ้าหน้าที่ทีม หากแต่เขาเคยขับรถโค้ชให้กับทีมเป็นเวลากว่าสองปีก่อนจะก้าวเข้าสู่บทบาทที่ใกล้ชิดกับขุมกำลังชุดใหญ่
แม็คก้าทำงานกับอุปกรณ์นักเตะมากว่า 30 ปี
“มิถุนายน ปี 1996 ผมได้เริ่มงานในตำแหน่งเจ้าหน้าที่ดูแลชุดแข่ง” แม็คแอนดรูว์ กล่าวเปิดใจจากที่ศูนย์ฝึกซ้อมซีเกรฟ
“ก่อนหน้านั้นผมขับรถโค้ชให้กับทีมอยู่สองปีรวมแล้วตอนนี้ก็อยู่กับสโมสรมากว่า 30 ปีเข้าไปแล้ว”
“ตอนนั้นเจ้าหน้าที่ดูแลชุดแข่งคนเดิมบอกผมว่าเขาจะลาออก ผมเลยพูดเล่นๆ ว่า ถ้ายังไงก็แจ้งผมนะ ผมจะสมัครงานนี้เอง แต่พูดไปแบบขำๆ โดยไม่ได้คิดจริงจังอะไร”
“พอถึงช่วงซัมเมอร์หลังจากที่เราคว้าตั๋วเลื่อนชั้นขึ้นไปเล่นในพรีเมียร์ลีกได้ ผมกำลังทำงานอยู่ในยูโร 1996 ก็ได้รับโทรศัพท์จากเขาบอกว่า ‘ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะ แค่จะบอกว่า ผมใส่ชื่อคุณไว้ให้แล้วนะ’”
“ไม่กี่วันถัดมา ผมก็ถูกเรียกตัวและได้รับแจ้งว่าได้งานแล้ว ตอนนั้นผมยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าหน้าที่ของงานนี้จริง ๆ แล้วต้องทำอะไรบ้าง!”
แม็คก้า ยังย้อนเล่าถึงฤดูกาลแห่ง “ปาฏิหาริย์หนีตกชั้น” ในปี 2014/15 ที่ ไนเจล เพียร์สัน พาทีมรอดตกชั้นอย่างเหลือเชื่อ พร้อมจบอันดับที่ 14 หลังจากที่ทีมเคยจมอยู่ท้ายตารางอยู่นาน
“ฤดูกาลนั้นมันกลายเป็นปีที่ยอดเยี่ยมในท้ายที่สุด” เขาเล่าต่อ “เราก็เล่นฟุตบอลกันได้ดีเป็นช่วง ๆ นะ แต่ก็มักโดนลงโทษจากจังหวะที่คาดไม่ถึงอยู่บ่อย ๆ”
เบื้องหลังความสำเร็จของเดอะ เกรท เอสเคป
“ผมจำได้ว่า [อาร์แซน] เวนเกอร์ เคยพูดไว้ ตอนที่เราตามหลังอยู่ประมาณ 7 หรือ 8 แต้มว่า เขาไม่อยากเชื่อเลยว่าเราจะไปอยู่ในจุดนั้นได้ยังไง” แม็กก้าเล่าย้อนถึงช่วงฤดูกาล 2014/15
“หลังจากนั้น มันเหมือนมีสวิตช์บางอย่างถูกเปิดขึ้น แล้วเราก็เริ่มชนะต่อเนื่อง ซึ่งเราก็เอาโมเมนตัมนั้นมาต่อยอดในฤดูกาลถัดไป”
และสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น ก็คือฤดูกาลที่แฟนเลสเตอร์ ซิตี้ จะไม่มีวันลืม สำหรับคนที่อยู่ทั้งในห้องแต่งตัว ที่สนามซ้อม และในทุกแมตช์เดย์อย่าง แม็คก้า มันคือช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมที่สุดในชีวิตแม้จะมีเหตุการณ์น่าเกร็งนิดหน่อยกับ เอแด็น อาซาร์
“ตอนนั้นมันเป็นเรื่องของการสนุกไปกับมันจริง ๆ” แม็คก้าเล่าต่อ “เราระเบิดฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมตั้งแต่ เคลาดิโอ [รานิเอรี่] เข้ามา แล้วมันก็เดินหน้าต่อไปเรื่อย ๆ แบบไม่มีหยุด”
“ในหัวผมตอนนั้นยังไม่มีความคิดเลยว่าเราจะคว้าแชมป์ลีก แต่หลังจบเกมกับ พาเลซ ผมเริ่มคิดแล้วว่า ‘ได้โปรด…อย่าพลาดตอนนี้นะ’”
“แต่พวกนักเตะไม่เคยมีท่าทีประหม่าเลย พวกเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจ ตรงข้ามกับผมที่นั่งลุ้นตัวเกร็งทุกนัดหลังจากนั้น!”
ร่วมแบ่งปันเรื่องราวหลังคว้าแชมป์
“ตอนนั้นผมไม่อยากออกไปดูเกมเชลซีเจอสเปอร์สเลย และพอจบครึ่งแรกที่เชลซีตาม 0-2 ผมโมโหมากจนอยากกลับบ้านแล้วด้วยซ้ำ” แม็คก้าเล่าย้อนความ “สุดท้ายมันกลับกลายเป็นค่ำคืนที่ดีที่สุดค่ำคืนหนึ่งในชีวิตของผม”
“หลังจากเราคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ มันกลายเป็นปาร์ตี้ต่อเนื่องยาวสองสัปดาห์เต็ม ก่อนที่เราจะลงเล่นเกมสุดท้ายของฤดูกาลกับเชลซี”
“ผมเดินออกมาจากห้องแต่งตัวเพื่อเตรียมวอร์มร่างกาย แล้วก็เห็น เอแด็น อาซาร์ ยืนอยู่หน้าห้องแต่งตัวของฝั่งเชลซี ผมเลยเดินเข้าไปกอดเขาแน่นเลย”
“เขาไม่รู้เลยว่าผมเป็นใคร แล้วก็เริ่มผลักผมออก ผมเลยพูดแค่ ‘ขอบคุณนะ’ แล้วเขาก็ตอบว่า ‘โอเค’ จากนั้นผมก็เดินออกมาแล้วคิดในใจว่า... ‘เมื่อกี้เราทำอะไรลงไปวะเนี่ย?!’” (หัวเราะ)
สามารถรับฟังบทสัมภาษณ์เต็มพร้อมเรื่องราวเบื้องหลังสุดประทับใจอีกมากมายได้ทาง YouTube ช่องทางทางการของสโมสร และ Foxes Hub