เลสเตอร์ โดนเล่นงานตั้งแต่ครึ่งแรก เมื่อนิวคาสเซิ่ล โชว์ความเฉียบคมในแดนหน้าอย่างร้อนแรงตลอด 45 นาทีแรกที่สนามคิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม และเจ้าบ้านก็ไม่สามารถกลับเข้าสู่เกมได้อีกเลย
แม้ผลการแข่งขันจะน่าผิดหวัง แต่ก็ยังมีช่วงเวลาน่าประทับใจในนาทีที่ 74 เมื่อเจเรมี่ ม็องก้า ดาวรุ่งวัยเพียง 15 ปี ซึ่งเติบโตมากับอะคาเดมี่ของสโมสรตั้งแต่รุ่นอายุไม่เกิน 9 ปี ได้ลงประเดิมสนามกับทีมชุดใหญ่เป็นครั้งแรก กลายเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์ของเลสเตอร์ ซิตี้ ที่ได้ลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่
สถานการณ์ในลีกตอนนี้ เลสเตอร์ มีแต้มตามหลังวูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ทีมอันดับ 17 อยู่ถึง 15 คะแนน ขณะที่เหลือโปรแกรมอีกเพียง 7 นัด โดยนัดถัดไปคือการบุกไปเยือนไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบียน ที่สนามเอเม็กซ์ สเตเดี้ยม ในวันเสาร์นี้ คิกออฟเวลา 21:00 น.
เรื่องราวที่แฟนจิ้งจอกคุ้นเคยกันดี...
เรื่องราวตลอดทั้งฤดูกาลของเลสเตอร์เหมือนถูกสรุปไว้ภายในสองนาทีแรกของเกม โดยโอกาสแรกเลสเตอร์ ดูมีลุ้นตั้งแต่เริ่มเขี่ยเมื่อวิลเฟร็ด เอ็นดิดี้ โหม่งชงให้ เจมี่ วาร์ดี้ ได้ยิงทดสอบ นิค โป๊ป แต่ผู้รักษาประตูทีมชาติอังกฤษก็ยังไวพอจะปัดบอลออกหลังไปได้ ทันทีที่เกมสวนกลับอีกฝั่ง นิวคาสเซิ่ลแสดงให้เห็นถึงความเฉียบขาด ติโน่ ลิฟราเมนโต้เปิดบอลจากฝั่งซ้าย หลังเติมเกมขึ้นมาซ้อนฮาร์วีย์ บาร์นส์ และเป็นเจค็อบ เมอร์ฟี่ที่เติมมาทางเสาไกลแบบไม่มีใครประกบ ก่อนยิงเข้าไปไม่พลาด
เมอร์ฟี่ เหมาสอง
ลูกทีมของ เอ็ดดี้ ฮาว ไม่รอช้าในการฉวยโอกาสบุกกดเพิ่ม ฟาเบียน แชร์ ลองยิงไกลจากแดนตัวเองแบบสุดบ้าบิ่น ซึ่งเกือบเล่นงานแมดส์ เฮอร์แมนเซ่น ได้ ขณะที่ผู้รักษาประตูชาวเดนมาร์กกำลังถอยกลับไปเซฟ บอลพุ่งชนคานเด้งมาเข้าทางเมอร์ฟี่ที่ตามมาเร็วที่สุด ปีกความเร็วสูงของนิวคาสเซิ่ลจับบอลตั้งหลักก่อนแปจ่อ ๆ เข้าไป เป็นการมีส่วนร่วมกับประตูที่ 16 ของเขาในพรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้ และเกมก็ยิ่งยากขึ้นสำหรับเลสเตอร์ ทั้งที่ยังไม่ถึง 15 นาทีแรก
และความเจ็บปวดของแฟนเลสเตอร์ก็ยิ่งหนักขึ้นเมื่อโดนลูกที่สาม บาร์นส์ เริ่มจังหวะเองและเป็นคนจบเอง ด้วยสปีดอันจัดจ้าน ทำให้โจลินตัน ได้ยิง บอลที่เฮอร์แมนเซ่น ปัดไว้ได้ไม่ดีพอ ก็กลายเป็นของขวัญให้บาร์นส์ยิงซ้ำเข้าไปอย่างเยือกเย็น
เหตุการณ์เด่นในเกมที่ไม่อยากจดจำสำหรับเลสเตอร์
ในช่วงท้ายครึ่งแรก เกมเปิดมากขึ้นทั้งสองฝั่ง โดยคอนเนอร์ โคดี้ ต้องโชว์ความเก๋าเข้าสกัดลูกยิงของฮาร์วีย์ บาร์นส์ ที่กำลังจะตรงกรอบ ขณะที่ทางฝั่งนิวคาสเซิ่ล อเล็กซานเดอร์ อิซัค ก็ได้โอกาสยิงหลุดกรอบไป หลังเจมส์ จัสติน โดนกดดันจนเสียบอล
จังหวะที่ดีที่สุดของเลสเตอร์ในตอนนั้นมาจากความพยายามล้วน ๆ ของบิลาล เอล คานนูสส์ ที่ลากบอลลุยจากแดนตัวเอง ฝ่าแนวรับขึ้นมาก่อนยิงให้โป๊ปต้องออกแรงเซฟอีกครั้งที่เสาแรก
ค่ำคืนที่น่าผิดหวังของเลสเตอร์ ดูจะถูกสรุปชัดเจนที่สุดในจังหวะของแพทสัน ดาก้า ที่ซัดด้วยซ้ายไปชนเสาแรก เด้งไปชนเสาอีกฝั่ง ก่อนที่บอลจะค่อย ๆ กลิ้งตามเส้นประตูแล้วกลับเข้ามือของนิค โป๊ปอย่างเหลือเชื่อ รักษาคลีนชีตได้โดยไม่ต้องออกแรงมากนัก แม้ว่าช่วงท้ายเกม เว้าท์ ฟาส จะได้โขกหวังลุ้นตีไข่แตก แต่ก็เฉียดเสาไกลออกไปอย่างน่าเสียดาย