ประตูของ ซาน วิป็อตนิก ในนาทีที่ 53 คือสิ่งที่ตัดสินผลแพ้ชนะในเกมนัดนี้ แม้ว่าลูกทีมของ แกรี่ โรเว็ตต์ จะทำผลงานได้ดีและสร้างโอกาสได้หลายครั้งในครึ่งแรก แต่หลังจากขึ้นนำ ทีมเยือนอย่างสวอนซี ก็หันไปเน้นเกมรับที่เหนียวแน่นเพื่อรักษาชัยชนะ
ชัยชนะของพอร์ตสมัธ และอ็อกซ์ฟอร์ด ยูไนเต็ด บวกกับการเสมอของแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ยิ่งเพิ่มความกดดันให้กับเลสเตอร์ ซิตี้ ที่ตอนนี้หล่นลงไปอยู่อันดับที่ 23 ของตาราง เกมถัดไปจะเป็นศึกตัดสินครั้งใหญ่กับพอร์ตสมัธ ที่สนามแฟรตตัน พาร์ค ในวันเสาร์หน้า โดยพอร์ตสมัธ มีโปรแกรมนัดตกค้างในบ้านพบกับอิปสวิช ทาวน์ ในคืนวันอังคารนี้ก่อน
หลังจากนั้นเลสเตอร์ จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของ ฮัลล์ ซิตี้ และมิลล์วอลล์ ก่อนจะปิดท้ายด้วยการบุกไปเยือนแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ซึ่งชัยชนะคือสิ่งเดียวที่ทีมต้องการ
โอกาสหลุดลอย
การสร้างโอกาสไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับทีมของโรเว็ตต์ แต่ปัญหาหลักคือการจบสกอร์ เลสเตอร์ สร้างโอกาสได้ดีกว่าทั้งในเกมกับเปรสตัน และเชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ แต่ไม่สามารถคว้าชัยชนะได้ ซึ่งสถานการณ์ในเกมกับวัตฟอร์ด ก่อนพักเบรกทีมชาติก็เป็นไปในลักษณะเดียวกัน
ทีมเจ้าบ้าน จบครึ่งแรกด้วยฟอร์มที่เหนือกว่า มีจังหวะลุ้นจากลูกยิงอันทรงพลังของ ริคาร์โด้ เปเรยร่า ที่แฉลบเสาไกลออกไปอย่างน่าเสียดาย ก่อนที่วิกูรูซ์ จะปัดลูกโหม่งของ แพทสัน ดาก้า ไว้ได้ และลูกซ้ำของ สเตฟี่ มาวิดิดี้ ก็ถูก แซม พาร์คเกอร์ ขวางไว้ทัน
ดาก้า ยังมีโอกาสวอลเลย์หลังจากพักบอลด้วยอกจากการเปิดของ ดีไวน์ มูคาซ่า แต่ก็ยังติดเซฟของวิกูรูซ์ โอกาสที่ชัดเจนที่สุดของเลสเตอร์ เกิดขึ้นก่อนพักครึ่ง เมื่อ อับดุล ฟาตาวู ฉกบอลจากการส่งคืนหลังพลาดของสวอนซีได้ แต่กลับปั่นหลุดกรอบไปเอง ขณะที่ โอลิเวอร์ สคิปป์ ก็โดนวิป็อตนิก (ซึ่งเป็นดาวซัลโวของลีก) สกัดลูกยิงจากเส้นประตูในช่วงท้ายครึ่งแรก
สวอนซีออกนำ
เมื่อเริ่มต้นครึ่งหลังมีจังหวะหวาดเสียวเมื่อวิป็อตนิก ผ่านบอลตัดหน้าประตู แต่ไม่มีใครเข้าถึงบอล ยกเว้น เมลเกอร์ วิดลล์ ที่วิ่งมาซัดข้ามคานออกไปทั้งที่มีเวลาและพื้นที่ว่าง
แต่เลสเตอร์ ไม่ได้โชคดีซ้ำสอง ในจังหวะที่เราได้ฟรีคิกในแดนหน้า มูคาซ่าพยายามจ่ายบอลสั้นให้ แฮร์รี่ วิงค์ส ที่หน้ากรอบเขตโทษแต่พลาดถูกตัดบอลได้ จี-ซอง ออม ลากบอลโต้กลับอย่างรวดเร็วก่อนจะจ่ายให้ วิป็อตนิก ซัดประตูที่ 21 ของเขาในฤดูกาลนี้ ส่งให้สวอนซีขึ้นนำ 1-0
มันเหมือนโดนหมัดน็อกสำหรับเจ้าบ้านอย่างเลสเตอร์ ที่ตอนนี้มีเวลาเหลือเพียงครึ่งชั่วโมงเศษในการตามตีเสมอ
ทีมเยือนเล่นเกมรับเหนียวแน่น
โรเว็ตต์ แก้เกมด้วยการเปลี่ยนตัวส่งผู้เล่นสำรองลงสนาม ทั้ง บ็อบบี้ เดอ คอร์โดว่า-รีด, จอร์แดน อายิว, เจเรมี่ ม็องก้า และ จอร์แดน เจมส์ ที่เพิ่งหายเจ็บกลับมา
หลังจากนั้น เดอ คอร์โดว่า-รีด ที่เพิ่งลงสนามมาก็สร้างโอกาส ด้วยการเปิดบอลให้ จามาล ลาสเซลส์ โหม่งหลุดกรอบไปนิดเดียวในช่วง 10 นาทีสุดท้าย นอกจากนี้ยังมีโอกาสครึ่งๆ กลางๆ จากเจมส์ และ ยานนิค เวสเตอร์การ์ด รวมถึงลูกยิงของฟาตาวู ที่หลุดกรอบในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ แต่สุดท้ายทัพจิ้งจอกสยาม ก็ไม่สามารถเจาะแนวรับคู่แข่งได้
ตอนนี้เหลืออีกเพียง 4 เกมสุดท้าย และเลสเตอร์ ซิตี้ จำเป็นต้องพลิกฟอร์มเก่งกลับมาให้ได้โดยด่วนที่สุดเพื่อความอยู่รอดในศึกแชมเปี้ยนชิพ