เหลืออีกเพียง 6 นัดในฤดูกาล 2007/08 เลสเตอร์ ซิตี้ ภายใต้การคุมทีมของ เอียน ฮอลโลเวย์ เปิดบ้านพบกับ สคันธอร์ป ยูไนเต็ด ที่สนามคิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม (วอล์คเกอร์ สเตเดี้ยม ณ เวลานั้น) เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2008
ฮอลโลเวย์ ซึ่งจะอำลาสโมสรตอนจบฤดูกาล เป็นผู้จัดการทีมคนที่สามของเลสเตอร์ในฤดูกาลนั้น ต่อจาก มาร์ติน อัลเลน และ แกรี่ เม็กสัน ที่ออกจากตำแหน่งก่อนหน้านี้
ในสนาม ลี เฮนดรี้ ยิงประตูแรกของเขาให้เลสเตอร์ และเป็นประตูชัยในเกมนี้ ช่วยให้ทีมคว้าชัยชนะ 1-0 ได้อย่างสำคัญ และทำให้ทีมเยือนเข้าใกล้โซนตกชั้นสู่ลีกวันมากขึ้น
มิดฟิลด์รายนี้ปั่นลูกโค้งผ่านมือ โจ เมอร์ฟี เข้าชนเสาเข้าไป หลังจากที่นายทวารของสคันธอร์ปปฏิเสธลูกยิงสามครั้งจาก แมตตี้ ฟรายแอตต์ และลูกโหม่งของ สตีฟ ฮาวเวิร์ด
อย่างไรก็ตาม เลสเตอร์ ชนะได้เพียงนัดเดียวจาก 5 เกมสุดท้าย (ชนะบาร์นสลีย์ 1-0) และต้องตกชั้นสู่ลีกวันเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสร โดยมีแต้มน้อยกว่าคู่แข่งแค่คะแนนเพียงแต้มเดียวในวันสุดท้ายของฤดูกาล
เป็นการแข่งขันกันอย่างสูสี ช่องว่างระหว่างแชมป์อย่าง เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน กับเลสเตอร์ ที่จบอันดับ 22 มีเพียง 29 แต้มเท่านั้น โดย 52 แต้มของเลสเตอร์ไม่เพียงพอที่จะอยู่รอดในระดับแชมเปี้ยนชิพ
อีกหนึ่งเกมในสัปดาห์นี้ในอดีต เป็นเกมที่เริ่มต้นอย่างดุเดือดใน 20 นาทีแรก เมื่อฮัลล์ ซิตี้ มาเยือน คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม ในเกมแชมเปี้ยนชิพ วันที่ 24 มีนาคม 2012 เลสเตอร์ไม่แพ้ใครในบ้านมา 4 เกมติด และกำลังมั่นใจที่จะเจอกับทีมเยือนที่กำลังลุ้นพื้นที่เพลย์ออฟ
แมตตี้ ฟรายแอตต์ อดีตกองหน้าของเลสเตอร์ที่ย้ายไปฮัลล์ ซิตี้ ภายใต้การคุมทีมของไนเจล เพียร์สัน ยิงให้ทีมเยือนขึ้นนำก่อน แต่ทีมจิ้งจอกสยาม ตีเสมอได้อย่างรวดเร็วจากการยิงเรียดสุดเฉียบของ ลอยด์ ดายเออร์ จากมุมของกรอบเขตโทษ
เพียงหนึ่งนาทีถัดมา เบน มาร์แชลล์ ยิงไกลสุดสวยระยะ 25 หลา บอลพุ่งเสียบใต้คานอย่างเฉียบคม และกลายเป็นประตูชัยของเกมนี้
แม้ว่า นีล แดนส์ จะโดนใบแดงจากการเข้าปะทะ แอนดี้ ดอว์สัน ทำให้เลสเตอร์เหลือผู้เล่น 10 คนเกินครึ่งชั่วโมง แต่ฮัลล์ ไม่สามารถฉวยโอกาสไว้ได้ และเลสเตอร์ ก็เก็บสามแต้มล้ำค่าไว้ได้
เป็นการชนะเกมลีกในบ้าน 4 นัดติดของทีมเพียร์สัน และเลสเตอร์ขยับเข้าใกล้ท็อป 6 เหลือเพียง 5 แต้ม โดยเหลือการแข่งขันอีก 8 นัด ก่อนจบฤดูกาลในอันดับ 9 ห่างจากโซนเพลย์ออฟ 9 คะแนน
วันที่ 29 มีนาคม 2014 เลสเตอร์เดินทางไปเยือน เทิร์ฟ มัวร์ ของเบิร์นลีย์ โดยรู้ดีว่าหากชนะจะทิ้งห่างทีมของ ฌอน ไดช์ ถึง 6 แต้ม พร้อมแข่งน้อยกว่า 1 นัด และเหลืออีกเพียง 7 เกมเท่านั้น
เพียร์สัน พาลูกทีมทำได้ตามเป้า โดยได้สองประตูจาก เดวิด นูเจนท์ อดีตกองหน้าเบิร์นลีย์ในครึ่งแรก และ คริส วู้ด ว่าที่แข้งใหม่ของเบิร์นลีย์ในอนาคตในครึ่งหลัง
ลูกยิงโค้งของ นูเจนท์ ก่อนหมดครึ่งแรก 10 นาที เป็นหนึ่งใน 20 ประตูที่เขาทำได้ในฤดูกาลนั้น ซึ่งพาเขาเป็นดาวซัลโวของทีม
คริส วู้ด ซึ่งถูกเปลี่ยนลงมาแทน เจมี่ วาร์ดี้ ยิงประตูปิดท้ายด้วยลูกยิงลอยข้ามตัว ทอม ฮีตัน อย่างสวยงาม
ผลการแข่งขันช่วยยืดสถิติไม่แพ้ใครของเลสเตอร์ออกไปเป็น 19 นัด และพวกเขาแพ้อีกเพียงนัดเดียวก่อนจบฤดูกาล
เลสเตอร์คว้าแชมป์แชมเปี้ยนชิพ อย่างยิ่งใหญ่ในเดือนพฤษภาคม ด้วยการเก็บแต้มทะลุ 100 แต้ม ทิ้งเบิร์นลีย์อันดับสองถึง 9 แต้ม และนำหน้า ดาร์บี้ เคาน์ตี้ อันดับสามถึง 17 แต้ม