เจค็อบ วัย 8 ขวบ จากเมืองลัฟบะระห์ คือเด็กชายผู้กล้าหาญอย่างแท้จริง หลังจากเมื่อปีที่แล้ว เขาช่วยชีวิตคุณแม่ไว้ได้อย่างน่าทึ่ง เมื่อคุณแม่เกิดอาการช็อกจากภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดที่บ้าน
แม้จะใช้ชีวิตร่วมกับภาวะสมาธิสั้น และมักมีปัญหาเรื่องการจดจ่อ แต่ในช่วงเวลาวิกฤต เจค็อบกลับตั้งสติ โทรเรียกรถพยาบาล และพาเจ้าหน้าที่แพทย์เข้าไปช่วยเหลือได้ทันเวลา
ความกล้าหาญของเขาได้รับการยกย่องในชุมชนท้องถิ่น ตั้งแต่การได้รับเลือกให้เปิดไฟประดับคริสต์มาสของเมืองลัฟบะระห์ ไปจนถึงการได้รับเชิญไปออกรายการโทรทัศน์ This Morning และในวันนั้นเอง พิธีกรได้มอบเซอร์ไพรส์สุดพิเศษ ด้วยจดหมายจากสโมสรอันเป็นที่รักของเขา เลสเตอร์ ซิตี้ แจ้งข่าวดีว่า เจค็อบ จะได้เป็นมาสค็อตในเกมพบ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน
ไม่กี่สัปดาห์ต่อมา วันสำคัญก็มาถึง เมื่อเดินทางถึงสนามคิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม เจค็อบ ได้ซึมซับบรรยากาศก่อนเกมอย่างเต็มอิ่ม ได้พบปะนักเตะ พูดคุยใกล้ชิด และสัมผัสเบื้องหลังวันแข่งขันอย่างที่แฟนบอลตัวน้อยหลายคนใฝ่ฝัน
การได้เจอกับนักเตะอย่าง จอร์แดน เจมส์ และ อับดุล ฟาตาวู ในอุโมงค์นักเตะ ทำให้วันนั้นยิ่งพิเศษขึ้นไปอีก ก่อนที่ เจค็อบ จะได้ลงไปเตะบอลเล่นในสนามร่วมกับ ฟิลเบิร์ต ฟ็อกซ์ ระหว่างที่ทั้งสองทีมวอร์มอัพ
จากนั้น ช่วงเวลาสำคัญก็มาถึง การจับมือกับ ริคาร์โด้ เปเรยร่า กัปตันทีม เลสเตอร์ ซิตี้ เจค็อบ ก้าวลงสู่สนามท่ามกลางเสียงเชียร์กึกก้องจากแฟนบอลจิ้งจอกสยาม สร้างความทรงจำอันล้ำค่าให้กับเขาและครอบครัวไปตลอดชีวิต
ค่ำคืนอันแสนพิเศษจบลงอย่างสมบูรณ์แบบ เมื่อเลสเตอร์ ซิตี้ คว้าชัยชนะเหนือเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน 2-1
ประตูจาก จอร์แดน อายิว และลูกยิงชัยสุดเร้าใจช่วงทดเวลาบาดเจ็บของ อับดุล ฟาตาวู ช่วยให้ทีมเก็บสามคะแนนได้อย่างดราม่า และมอบรอยยิ้มส่งท้ายให้กับวันแห่งความทรงจำของ เจค็อบอย่างแท้จริง