เริ่มเกมมาได้แค่ 16 นาที คอนเนอร์ โคดี้ ขึ้นโขกทำประตูให้ เลสเตอร์ ซิตี้ ขึ้นนำก่อน 1-0 แต่แล้วเจ้าป่าก็ตอบโต้กลับด้วยลูกโหม่งจาก มอร์แกน กิ๊บส์-ไวท์ และ คริส วู้ด ทำให้ทีมเจ้าบ้านพลิกขึ้นนำ 2-1
เกมดำเนินมาถึงนาทีที่ 81 ฟาคุนโด บัวนาน็อตเต้ ที่ลงมาเป็นตัวสำรอง ก็ยิงตีเสมอให้กับ เลสเตอร์ เป็น 2-2 พาเกมกลับมาเสมออีกครั้ง!
ช่วงทดเจ็บ เจเรมี่ ม็องก้า เจ้าหนูวัย 15 ปี เกือบกลายเป็นผู้ทำประตูอายุน้อยที่สุดในพรีเมียร์ลีก แต่ลูกยิงด้วยซ้ายของ ม็องก้า ไปติดเซฟของ มัตซ์ เซลส์ นายประตูเจ้าป่า แม้เลสเตอร์จะตกชั้นไปแล้ว แต่เกมนี้ลูกทีมของ รุด ฟาน นิสเตลรอย ก็โชว์หัวใจนักสู้ให้แฟน ๆ “จิ้งจอกสยาม” ได้มีความหวังกับอนาคตที่สดใส
เจ้าป่าเปิดเกมบุก แต่ โคดี้ โขกพาเลสเตอร์เฮก่อน
ในการเผชิญหน้ากับน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ซึ่งมีเป้าหมายในการคว้าตั๋วไปยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก การที่ลูกทีมของ นูโน่ เอสปิริโต ซานโต ออกสตาร์ทได้เหนือกว่าในช่วงต้นเกม จึงไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจนัก
คริส วู้ด อดีตกองหน้าของเลสเตอร์ มีโอกาสลุ้นประตูอยู่บ้าง โดยจังหวะแรกเขาพยายามเกี่ยวลูกครอสจาก อิบราฮิม ซ็องกาเร่ ยิงแต่บอลลอยข้ามคานของ ยาคุบ สโตลาร์ซิค ไปอย่างหวุดหวิด ก่อนที่อีกไม่นานต่อมา เจ้าตัวจะโหม่งลูกเปิดของ แอนโธนี่ อีลังก้า หลุดกรอบออกไปเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม เป็นทางด้าน เลสเตอร์ ซิตี้ ที่ฉกฉวยโอกาสและทำประตูขึ้นนำได้ก่อน แม้จะตกเป็นรองในรูปเกมช่วงต้น
ลูกทุ่มไกลของ ลุค โธมัส ซึ่งกลายเป็นอาวุธลับของทีมในช่วงหลัง ถูกทุ่มเข้าเขตโทษในนาทีที่ 16 แม้ว่า เนโก วิลเลี่ยมส์ จะโหม่งสกัดอันตรายแรกออกไปได้ แต่ เคซี่ย์ แม็คเอเทียร์ ดาวรุ่งจากอะคาเดมี่ของทีมยังไม่ยอมปล่อยบอลให้หลุดมือ จ่ายต่อให้ บิลาล เอล คานูสส์ ได้ยิงทันที บอลแฉลบขา วู้ด ไปเข้าทาง เซลส์ นายด่านฟอเรสต์ ซึ่งปัดบอลออกมาไม่พ้นอันตราย ก่อนจะเข้าทาง คอนนอร์ โคดี้ ที่เติมขึ้นมาโหม่งจ่อ ๆ ส่งบอลเข้าตาข่าย กลายเป็นประตูแรกของเขาในลีกให้กับทัพ "จิ้งจอกสยาม"
น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ใช้เวลาเพียง 10 นาทีในการตามตีเสมอ พวกเขาทราบดีว่าเพียงหนึ่งคะแนนในเกมนี้จะการันตีตั๋วไปเล่นในศึก ยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ ลีก ฤดูกาลหน้า และแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งแต่เริ่มเกม
ลูกฟรีคิกของ แอนโธนี่ อีลังก้า ถูกเปิดเข้ามาและ มอร์แกน กิ๊บส์-ไวท์ โฉบมาโหม่งเปลี่ยนทางแบบเฉียบขาด ส่งบอลเข้าประตูไป ช่วยให้เจ้าถิ่นตีเสมอ 1-1 ได้สำเร็จ
เจ้าบ้านยังคงเดินหน้าต่อเนื่องตลอดครึ่งแรก เอลเลียต แอนเดอร์สัน เกือบพา "เจ้าป่า" พลิกแซง จากจังหวะวอลเลย์ แต่กลับโดน โอลิเวอร์ สคิปป์ พุ่งบล็อกไว้ได้แบบหวุดหวิด
จากนั้น นิโกลัส โดมิงเกซ ซัดเต็มข้ออีกครั้ง แต่ก็ยังไม่ผ่านมือ ยาคุบ สโตลาร์ซิค ที่ป้องกันได้อย่างแข็งแกร่ง ก่อนที่ คริส วู้ด จะพยายามโหม่งซ้ำ แต่บอลเหินข้ามคานออกไป
แม้จะตกอยู่ภายใต้ความกดดันจากฝั่งเจ้าถิ่นและบรรยากาศที่เต็มไปด้วยเสียงเชียร์ที่สนามซิตี้ กราวด์ แต่ผลเสมอ 1-1 ยังถือเป็นผลการแข่งขันที่น่าพอใจสำหรับทีมของ รุด ฟาน นิสเตลรอย ซึ่งยังคงมีลุ้นในครึ่งหลัง
เลสเตอร์ ซิตี้ ยังไม่ยอมง่าย ๆ และพยายามตอบโต้กลับไปอีกครั้ง
เข้าสู่ครึ่งหลัง น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ยังคงเดินหน้ากดดันอย่างต่อเนื่อง และเกือบขึ้นนำเมื่อ เอลังก้า เปิดบอลที่แฉลบหลัง เว้าท์ ฟาส ไปเข้าทาง นิโกลัส โดมิงเกซ ที่พุ่งโหม่งเต็มศีรษะ ทว่าแรงส่งไม่มากพอจะผ่านมือ สโตลาร์ซิค ไปได้
ในที่สุด เจ้าบ้านก็พลิกสถานการณ์ได้สำเร็จในนาทีที่ 56 เมื่อ มอร์แกน กิ๊บส์-ไวท์ วางบอลผ่านแนวรับของ "จิ้งจอกสยาม" อย่างแม่นยำ และเป็น คริส วู้ด ที่สอดเข้ามาโหม่งเน้น ๆ เสียบมุมล่างไม่เหลือ ส่งฟอเรสต์แซงนำ 2-1
ช่วงท้ายเกม เลสเตอร์ ซิตี้ พยายามฮึดสู้กลับ โดยมีจังหวะลุ้นจาก บัวนาน็อตเต้ ที่เพิ่งหายเจ็บกลับมา ลงมาโหม่งลูกเปิดของ เอล คานูสส์ ได้ แต่ไม่ตรงกรอบ
เจมี่ วาร์ดี้ ที่ลงสนามเป็นนัดที่ 499 ให้กับเลสเตอร์ ก่อนจะอำลาทีมในช่วงซัมเมอร์ มีจังหวะหลุดขึ้นมาน่ากลัวและเกือบแทงให้ แม็คเอเทียร์ หลุดเดี่ยว
เกมยังคงสูสี และสุดท้าย เลสเตอร์ ก็มาได้ประตูตีเสมอจากจังหวะสำคัญในนาทีที่ 81 เมื่อวาร์ดี้ใช้ความเก๋าแทงทะลุช่องให้ บัวนาน็อตเต้ หลุดเข้าเขตโทษ ก่อนแตะหลบ โมราโต้ แล้วแปเสียบมุมประตู กลายเป็นประตูตีเสมอ 2-2 ท่ามกลางเสียงเชียร์ของแฟนบอลทีมเยือน
ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เจเรมี่ ม็องก้า ดาวรุ่งวัยเพียง 15 ปี เกือบกลายเป็นฮีโร่ เมื่อปั่นโค้งด้วยซ้ายสุดสวยแต่ถูก เซลส์ ปัดเอาไว้ได้อย่างหวุดหวิด ขณะที่ วิคเตอร์ คริสเตียนเซ่น ก็มีโอกาสทองช่วงท้ายเช่นกัน แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่เด็ดขาด
จบเกม ทั้งสองทีมเสมอกัน 2-2 ในเกมที่ต่างฝ่ายต่างมีโอกาสคว้าชัย แต่หนึ่งคะแนนก็ยังถือเป็นผลลัพธ์ที่น่าพอใจสำหรับทั้งสองฝั่ง