แกรี่ โรเว็ตต์ ประเดิมเกมเหย้าครั้งแรกในฐานะผู้จัดการทีมเลสเตอร์ ซิตี้ หลังจากสองเกมเสมอกับสโต๊ค ซิตี้ และมิดเดิ้ลสโบรช์
ประตูจาก อานิส เบน สลิมาเน่ และ อาลี อาห์เหม็ด ทำให้ นอริช เป็นฝ่ายบุกมาคว้าชัยที่ คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม ส่งผลให้ทัพจิ้งจอกสยาม รั้งอันดับ 22 ของตารางแชมเปี้ยนชิพ โดยเหลือการแข่งขันอีก 11 นัด
ช่วงต้นเกมที่เงียบเหงา
ทั้งสองทีมมีโอกาสทำประตูไม่มากในช่วงต้นเกม โดยฝั่งเจ้าบ้านได้ลุ้นก่อนเมื่อ อับดุล ฟาตาวู พาบอลทะลุขึ้นหน้าและยิงไปติดบล็อก ก่อนที่ แฮร์รี่ วิงค์ส จะซ้ำทันที แต่ วลาดาน โควาเชวิช ผู้รักษาประตูนอริช ยังเซฟไว้ได้
ทีมเยือนได้ลุ้นจากจังหวะที่ มาเธียส ควิสต์การ์เดน ขึ้นโหม่งแต่บอลไม่เข้ากรอบไปชนตาข่ายด้านข้าง
ด้าน แพทสัน ดาก้า ก็มีโอกาสเช่นกัน จากจังหวะที่ วิงค์ส ประสานงานกับ ริคาร์โด้ เปเรยร่า ก่อนที่ เปเรยร่า จะแทงทะลุช่องบอลมาถึงกองหน้าทีมชาติแซมเบียได้ยิงจากหน้าเขตโทษแต่ยังไม่เฉียบคมพอ
นอริชขึ้นนำ
สโตลาร์ชิค โชว์เซฟสำคัญ ป้องกันไม่ให้ ปารีส มาโกม่า ทำประตูได้หลังจากโซโล่เดี่ยวพาบอลลุยมาจากครึ่งสนาม
สโตลาร์ชิค ยังโชว์เซฟได้ยอดเยี่ยมอีกครั้ง ป้องกันลูกซ้ำของเบน สลิมาเน่ หลังจาก เบน เนลสัน บล็อกไว้ได้ก่อนหน้านั้น แต่ในนาทีที่ 68 กองกลางหมายเลข 20 ของนอริช ซึ่งลงมาเป็นตัวสำรอง ได้ยิงจากหน้าเขตโทษเข้าไปอย่างเฉียบขาด ส่งทีมของเคลมองต์ขึ้นนำ
ความพ่ายแพ้ของจิ้งจอกสยาม
จิ้งจอกสยาม มีโอกาสจาก สเตฟี่ มาวิดิดี้ ที่ลงมาเป็นตัวสำรอง ได้โอกาสโหม่งจากลูกเปิดของ ดีไวน์ มูคาซ่า แต่โควาเชวิช ยังปัดออกได้
ทีมเยือนมาได้ประตูปิดเกม เมื่อ เคลเลน ฟิชเชอร์ เปิดบอลไปติดบล็อกของ ลุค โธมัส ก่อนที่ เออร์รอล มันเดิล-สมิธ ได้โอกาสยิงจนสโตลาร์ชิค ต้องออกแรงเซฟ แต่บอลกระดอนมาเข้าทางอาห์เหม็ด ได้แปง่ายๆ เข้าประตู พาทีมนอริช ทิ้งห่างเป็นสองประตู
อย่างไรก็ตาม ข่าวดีของเกมนี้คือการกลับมาจากอาการบาดเจ็บของ จอร์แดน เจมส์ และ จามาล ลาสเซลส์ โดยทั้งคู่ได้ลงสนามในครึ่งหลัง
สำหรับโปรแกรมแชมเปี้ยนชิพนัดต่อไป เลสเตอร์ ซิตี้ จะบุกไปเยือน อิปสวิช ทาวน์ ที่สนามพอร์ตแมน โร้ด ในวันเสาร์หน้า เวลา 22:00 น. (เวลาประเทศไทย)