เจมี่ วาร์ดี้ ทำประตูที่ 199 ให้กับเลสเตอร์ ซิตี้ ช่วยพาทีมเปิดบ้านชนะ "นักบุญ" เซาธ์แฮมป์ตัน 2-0 คว้าชัยในพรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกในถิ่น คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม นับตั้งแต่เดือนธันวาคมที่ผ่านมา
แม้ทั้งสองทีมจะตกชั้นไปแล้ว แต่เกมนี้ที่ คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม ยังมีอารมณ์ร่วมและความหมาย โดยเฉพาะกับ วาร์ดี้ ที่เตรียมโบกมือลาสโมสรในช่วงซัมเมอร์ หลังร่วมสร้างตำนานมายาวนานกว่า 13 ปี
วาร์ดี้ ยิงประตูขึ้นนำให้ทีมไปก่อน จากการวอลเล่ย์ด้วยซ้ายเต็มข้อในนาทีที่ 17 ส่งบอลตุงตาข่ายอย่างเฉียบขาด ก่อนที่ จอร์แดน อายิว จะซัดประตูจากนอกกรอบในนาทีที่ 44 บอลพุ่งเสียบมุมประตูและเป็นประตูที่ 6 ของดาวยิงชาว กาน่า ในฤดูกาลนี้
ชัยชนะเกมนี้แม้จะไม่เปลี่ยนสถานะตกชั้น แต่ก็ช่วยปลุกขวัญกำลังใจ "จิ้งจอกสยาม" อย่างมาก โดยเฉพาะการหยุดสถิติสุดแย่ที่ยิงประตูในบ้านไม่ได้มา 9 นัดติดต่อกัน
นอกจากนี้ เกมนี้ยังเป็นโอกาสดีของเหล่าดาวรุ่งจากอะคาเดมี่อย่าง เจเรมี่ ม็องก้า (15 ปี), เจค อีแวนส์ (16 ปี) และ ไมเคิ่ล โกลดิ้ง (18 ปี) ที่ได้ลงสนาม โดยสองรายหลังได้สัมผัสเกมพรีเมียร์ลีกในบ้านเป็นครั้งแรกด้วย
วาร์ดี้ ยิงประตูที่ 199 ให้กับเลสเตอร์ ซิตี้
เริ่มเกมมาได้ไม่นาน ยาคุบ สโตลาร์ชิค นายประตูชาวโปแลนด์ที่ลงเฝ้าเสาแทน แมดส์ เฮอร์แมนเซ่น ที่บาดเจ็บ ก็ต้องโชว์เซฟทันที! เขาพุ่งปัดลูกโขกกดลงพื้นของ เทย์เลอร์ ฮาร์วูด-เบลลิส ได้อย่างเหนียวแน่น และนั่นก็เป็นเพียงจังหวะเดียวที่ “นักบุญ” ทำให้เขาต้องลุ้นจริง ๆ ในครึ่งแรก
เกมผ่านไปแค่ 17 นาที เสียงเฮก็ดังกระหึ่มคิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม เมื่อ เจมี่ วาร์ดี้ ทำสิ่งที่เขาถนัด ประตูที่ 199 ใกล้แตะหลักสองร้อยเต็มที
จังหวะนี้ต้องยกเครดิตให้ ลุค โธมัส ที่ลงเล่นนัดที่ 100 ในนามเลสเตอร์ เขาหมุนตัวพลิกบอลอย่างเหนือชั้นทางฝั่งซ้าย ก่อนแทงทะลุให้ บิลาล เอล คานนูสส์ ดาวรุ่งชาวโมร็อกโกสับสปีดแซง ไคล์ วอล์คเกอร์-ปีเตอร์ส ขึ้นไปเปิดเรียดเข้ากลาง
และเมื่อบอลมาถึง วาร์ดี้ ก็กดเต็มแรงด้วยซ้าย บอลพุ่งเสียบสามเหลี่ยมแบบไม่ต้องลุ้น ส่งทีมออกนำ 1-0 พร้อมขยับเข้าใกล้ตำนานอีกก้าว ก่อนจะลาสโมสรในช่วงซัมเมอร์นี้
อายิว ซัดลูกสอง เติมไฟให้แฟนจิ้งจอก
ก่อนที่เลสเตอร์ ซิตี้ จะสามารถต่อยอดความได้เปรียบที่มีอยู่ เกมต้องหยุดชะงักลงชั่วคราวเป็นเวลาราว 12 นาทีที่สนามคิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม หลังจากผู้ตัดสิน เดวิด เว็บบ์ ได้รับบาดเจ็บจากจังหวะปะทะกับ จอร์แดน อายิว เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้การประเดิมตัดสินเกมพรีเมียร์ลีกของเขาไม่เป็นไปอย่างที่หวังนัก อย่างไรก็ดี เจมี วาร์ดี้ ยังอารมณ์ดีถึงขั้นหยิบไปเป่านกหวีดของเว็บบ์ก่อนที่เจ้าตัวจะได้รับการปฐมพยาบาล โดยในเวลาต่อมาได้มีการเปลี่ยนตัวผู้ตัดสินที่ 4 แซม แบร์รอตต์ ขึ้นมาทำหน้าที่แทนจนจบเกม
เมื่อเกมกลับมาแข่งขันกันต่อ เลสเตอร์ยังคงเดินหน้ากดดันแนวรับของเซาธ์แฮมป์ตันอย่างต่อเนื่อง ทีมเยือนอยู่ภายใต้การคุมทัพชั่วคราวของ ไซมอน รัสก์ และเมื่อ เอล คานนูสส์ ถูกทำฟาวล์ในจังหวะใกล้กรอบเขตโทษ ก็เป็นสัญญาณว่าทีมเจ้าถิ่นมีโอกาสลุ้นประตูที่สองอย่างชัดเจน
อายิว รับหน้าที่สังหารฟรีคิก แม้กำแพงจะช่วยป้องกันลูกแรกไว้ได้ แต่แนวรุกชาวกานายังตามเก็บจังหวะสองได้อย่างเฉียบขาด ก่อนซัดผ่านแนวรับที่เบียดเสียดยัดเยียดในกรอบ 18 หลา ส่งบอลพุ่งเสียบมุมล่างฝั่งขวาของ แอรอน แรมส์เดล อย่างเด็ดขาด
เลสเตอร์มีโอกาสบวกสกอร์เพิ่มอีกหลายครั้ง โดยเฉพาะจากจังหวะที่ เคซีย์ แม็คเอเทียร์ ได้ยิงมุมแคบใส่ผู้รักษาประตูอดีตแข้งอาร์เซนอลรายนี้ รวมถึงลูกเปิดของเอล คานนุส ที่เฉี่ยวคานออกไปอย่างหวุดหวิด
คว้าชัยชนะได้สำเร็จ
เข้าสู่ครึ่งหลัง แฟนบอลทีมเยือนอย่างเซาธ์แฮมป์ตันถึงกับลุกขึ้นยืนด้วยความหวังว่าทีมรักจะกลับเข้าสู่เกมได้ เมื่อ พอล โอนัวชู ได้โอกาสโหม่งบอลลุ้นทำประตู แต่ ยาคุบ สโตลาร์ซิค โชว์ซูเปอร์เซฟช่วยทีมไว้ได้ และแม้ มาเตอุส แฟร์นานเดส จะตามซ้ำเข้าไปตุงตาข่าย แต่จังหวะดังกล่าวถูกจับล้ำหน้าไปก่อนแล้ว
เลสเตอร์มีจังหวะลุ้นทำประตูเพิ่มเติมเช่นกัน เมื่อ วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้ ได้โอกาสยิงระยะเผาขนจากลูกเตะมุมของ เอล คานนูสส์ แต่บอลแฉลบแนวรับออกหลังไป อีกหนึ่งจังหวะน่าสนใจคือ เจมี วาร์ดี้ รับหน้าที่ยิงฟรีคิกระยะ 25 หลา ในนาทีที่ 76 ซึ่งถือว่าไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยนัก โดยเจ้าตัวซัดเต็มแรงจน แรมส์เดล ต้องพุ่งปัดไว้ที่เสาแรก
เอล คานนูสส์ ยังคงสร้างความปั่นป่วนให้แนวรับทีมเยือนอย่างต่อเนื่อง และเกือบทำประตูได้เองในช่วงท้ายเกม หลังลากฝ่าแนวรับขึ้นมาก่อนยิงหลุดกรอบไปอย่างน่าเสียดาย
แม้ชัยชนะนัดนี้จะไม่ส่งผลต่ออันดับในตารางคะแนน และฤดูกาลนี้โดยรวมถือเป็นช่วงเวลาที่น่าผิดหวังสำหรับเลสเตอร์ ซิตี้ แต่ก็ถือเป็นการยุติสถิติที่ไม่พึงประสงค์หลายรายการ และช่วยเติมพลังใจให้แฟนบอลก่อนเข้าสู่สามนัดสุดท้ายของซีซั่นนี้