จอร์แดน อายิว ยิงประตูให้เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมเยือนขึ้นนำไปก่อน ตั้งแต่ต้นเกม ก่อนที่ โคดี้ กัคโป จะมายิงตีเสมอให้ทีม “หงส์แดง” ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บของครึ่งแรก และครึ่งหลัง ลิเวอร์พูล มาได้ประตูเพิ่มอีกสองประตูจาก เคอร์ติส โจนส์ และ โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ ทำให้ “จิ้งจอกสยาม” พ่ายให้กับ เจ้าบ้าน 1-3 เป็นการแพ้ในเกมพรีเมียร์ลีกสามนัดติดต่อกันแล้ว
เกมนี้ รุด ฟาน นิสเตลรอย ผู้จัดการทีมชาวดัตช์ ส่ง แพทสัน ดาก้า ลงเล่นเป็นกองหน้าแทนที่ เจมี่ วาร์ดี้ ที่ได้รับบาดเจ็บมาจากเกมกับ วูล์ฟแฮมป์ตัน ขณะที่ ยาคุบ สโตลาร์ซิค นายประตูโปแลนด์ ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงนัดแรกของฤดูกาลนี้
เริ่มเกมมาแค่ 4 นาที เจ้าถิ่นลิเวอร์พูลก็ได้โอกาสลุ้นก่อน เมื่อ โคดี้ กัคโป เปิดจากริมเส้นด้านซ้ายข้ามาให้ โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ เข้าชาร์จที่เสาไกล แต่ ยาคุบ สโตลาร์ซิค นายประตูโปแลนด์ เซฟเอาไว้ได้
จากนั้นแค่สองนาที เลสเตอร์ ซิตี้ ก็ได้ประตูขึ้นนำไปก่อน 1-0 จากจังหวะโต้กลับที่ สเตฟี่ มาวิดิดี้ เปิดด้วยซ้ายเข้ามากลางประตู จอร์แดน อายิว จับหนึ่งจังหวะก่อน กลับตัวยิงที่เสาแรกบอลแฉลบ เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ก เข้าประตูไปอย่างสวยงาม เลสเตอร์ บุกไปนำก่อน 1-0
ทีมจ่าฝูงตอบโต้ทันที เดินหน้ากดดันเลสเตอร์อย่างต่อเนื่อง มีจังหวะได้จบสกอร์จาก โคดี้ กัคโป แต่เลสเตอร์เองก็ตั้งรับได้อย่างเหนียวแน่นและมีจังหวะตัดบอลได้และสวนกลับเร็ว สลับกับการวางบอลยาวสวย ๆ ได้หลายครั้ง
เกมผ่านมาครึ่งทางของครึ่งแรก หงส์แดง ยังไล่บีบสูงเพรสซิ่งใส่เลสเตอร์อย่างหนัก และเกือบได้ประตูสองครั้งจากการยิงของ โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ แต่ไปติดบล็อคของ วิคเตอร์ คริสเตียนเซ่น และ ลูกโหม่งของ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน ที่ไปชนเสาก่อนที่ สโตลาร์ซิค จะปัดทิ้งออกหลังไปได้
นาทีสุดท้ายของครึ่งแรก ลิเวอร์พูล มีโอกาสตีเสมอเมื่อแต่ลูกยิงของ โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ ไปชนคานดังสนั่น อย่างไรก็ตาม ช่วงทดเวลาบาดเจ็บของครึ่งแรก ลิเวอร์พูล เจ้าถิ่นก็มาตีเสมอได้สำเร็จเมื่อ โคดี้ กัคโป ได้ปั่นจากริมกรอบเขตโทษด้านซ้ายบอลพุ่งโค้งหนีมือ ยาคุบ สโตลาร์ซิค เข้าไปเสียบเสาไกล อย่างสวยงาม จบครึ่งแรกด้วยสกอร์ 1-1
เริ่มครึ่งหลัง แค่สี่นาที เจ้าบ้านมาได้ประตูออกนำไปก่อนจากจังหวะที่ อเล็กซิส แม็คอัลลิสเตอร์ หลุดไปถึงเส้นหลังก่อนตบเข้ากลางให้ เคอร์ติส โจนส์ ชาร์จ จ่อ ๆ จากระยะไม่ถึงหกหลาเข้าประตูไป เจ้าถิ่นพลิกขึ้นนำ 2-1
สเตฟี่ มาวิดิดี้ รับบอลยาวจาก ยานนิค เวสเตอร์การ์ด ก่อนจ่ายเข้ากลางให้ แพทสัน ดาก้า ที่รอเข้าชาร์จอยู่หน้าประตูแต่จังหวะยิงของดาวยิง แซมเบีย กลับกลับโดนไม่เต็มเท้า เลสเตอร์ พลาดโอกาสตีเสมออย่างน่าเสียดาย
ยาคุบ สโตลาร์ซิค ยังคงทำให้เลสเตอร์ ยังอยู่ในเส้นทางเมื่อเซฟลูกยิงของ ดาวิน นูนเญซ ที่เสาแรกเอาไว้ได้ ก่อนจะออกแรงเซฟลูกโขกของ โคดี้ กัคโป เอาไว้ได้อีกครั้ง
รุด ฟาน นิสเตลรอย ส่ง ฟาคุนโด บัวนาน็อตเต้ และ โอลิเวอร์ สคิปป์ ลงมาเล่นแทน บิลาล เอล คานนูสส์ กับ แฮร์รี่ วิงค์ส เพื่อเพิ่มความสดในการไล่บอลกลางสนาม
เจ้าถิ่นส่งบอลเข้าไปตุงตาข่ายอีกครั้งจาก โคดี้ กัคโป แต่ผู้ตัดสินเช็ค VAR แล้ว เป่าเป็นจังหวะล้ำหน้าก่อน ลิเวอร์พูล ยังนำอยู่ 2-1
เจ้าถิ่น “หงส์แดง” ยังคงเป็นฝ่ายที่ทำเกมรุกได้มากกว่า และมีโอกาสได้จบสกอร์จาก ซาล่าห์ แต่ไม่ผ่านมือ สโตลาร์ซิค แต่ในอีกไม่กี่นาทีต่อมา ซาล่าห์ ก็เอาชนะ คริสเตียนเซ่น ได้เมื่อพาบอลเลี้ยงจี้เข้าหาก่อนหาจังหวะปั่นไปเสาไกลบอลเสียบตาข่ายอย่างสวยงาม ลิเวอร์พูล หนีไปเป็น 3-1 น.82
เวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้จบเกม เลสเตอร์ ซิตี้ พ่ายให้กับ ลิเวอร์พูล ที่ แอนฟิลด์ 1-3
โปรแกรมนัดต่อไปจะเปิดบ้านพบแมนเชสเตอร์ซิตี้วันอาทิตย์ที่ 29 ธันวาคมนี้คิกออฟเวลา 21:30 น.