แชนน่อน โอไบรอัน ทำประตูขึ้นนำให้เลสเตอร์ ที่สนามคอปเปอร์แจ็ก คอมมูนิตี้ สเตเดี้ยม แต่เจ้าถิ่นโต้ตอบกลับอย่างรวดเร็วจาก ลูเซีย กอร์ราเลส ก่อนที่ อิโซเบล กู๊ดวิน จะยิงให้เจ้าบ้านนำก่อนจบครึ่งแรก จากนั้นประตูจาก มาลู มาร์เซ็ตโต้, กราซ เกโยโร่ และ เฟรยา ก็อดฟรีย์ ก็มาตอกย้ำชัยชนะในช่วงครึ่งหลัง
ในเกมนี้ โอลิเวีย คลาร์ก ผู้รักษาประตูมือสอง ได้รับโอกาสกลับมาลงสนามเป็นตัวจริงเนื่องจาก ยานีน่า ไลท์ซิก มีอาการบาดเจ็บ ขณะที่ โอลิเวีย แม็คลัฟลิน และ ราเชล วิลเลียมส์ ต่างก็กลับมามีชื่ออยู่ในทีมอีกครั้ง
เลสเตอร์เป็นฝ่ายขึ้นนำ
การทำประตูเป็นเรื่องยากสำหรับทัพจิ้งจอกสาว ในฤดูกาลนี้ โดยยิงได้เพียง 9 ประตูจากทุกนัดก่อนหน้านี้ ซึ่ง 3 ประตูในนั้นมาจากโอไบรอัน และในเกมนี้ความสามารถเฉพาะตัวอันยอดเยี่ยมของดาวยิงสูงสุดประจำทีมก็ช่วยให้เราขึ้นนำได้สำเร็จ
กองหน้าสาว รับบอลบริเวณขอบเขตโทษของเจ้าถิ่น ก่อนจะโชว์การควบคุมบอลที่ยอดเยี่ยม ตัดเข้าในหลบกองหลังและปั่นบอลด้วยข้างเท้าด้านนอกเข้ามุมล่างของประตูไปอย่างสวยงาม อย่างไรก็ตามลูกทีมของ ริค พาสมอร์ ดีใจได้ไม่นานนัก เจ้าถิ่นก็เริ่มโหมบุกเข้าใส่
ลอนดอน ซิตี้ พลิกแซง
ทัพจิ้งจอกสาว ยังคงรั้งอันดับสุดท้ายของตาราง
เจ้าบ้านตีเสมอได้อย่างรวดเร็วจากกอร์ราเลส ที่พยายามจะเปิดบอลด้วยเท้าซ้าย แต่บอลกลับย้อยข้ามหัวคลาร์ก ที่ไม่ทันตั้งตัวเข้าประตูไป
จากนั้น ทีมจากลอนดอน ก็พลิกขึ้นนำเป็นครั้งแรกในช่วงก่อนจบครึ่งแรกจากลูกยิงระยะใกล้ของ อิโซเบล กู๊ดวิน
เข้าสู่ครึ่งหลัง เจ้าบ้านขยับหนีเป็น 3-1 จากผลงานของ มาลู มาร์เซ็ตโต้ ซึ่งยิ่งทำให้พวกเขามีความมั่นใจในการบุกเพื่อทำประตูเพิ่ม
มองไปข้างหน้า
เลสเตอร์ ทีมหญิง ยังเหลืออีกสามเกมให้ลงเล่นในฤดูกาลนี้
ลอนดอน ซิตี้ ทำได้อีก 2 ประตูในช่วงท้ายเกมจาก เกโยโร่ และ ก็อดฟรีย์ ทำให้จบเกมด้วยสกอร์ 5-1 ที่สนามคอปเปอร์แจ็ก คอมมูนิตี้ สเตเดี้ยม
โปรแกรมการแข่งขันหลังจากนี้จะถี่ขึ้นมากสำหรับเลสเตอร์ ทีมหญิง โดยทีมมีคิวต้องกลับไปเยือนลอนดอน อีกครั้งในคืนวันพุธ เพื่อพบกับ อาร์เซนอล ที่สนามเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม (เริ่มแข่งเวลา 01:00 น. ตามเวลาประเทศไทย) ก่อนจะเปิดบ้านรับการมาเยือนของ เชลซี ที่สนามคิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม ในวันอาทิตย์ (เริ่มแข่งเวลา 20:30 น. ตามเวลาประเทศไทย)