กองหลังจาก ซิสตัน ผู้ที่เข้ามาเป็นนักเตะฝึกหัดกับ จิ้งจอกสยาม ตั้งแต่อายุเพียง 7 ขวบ เผยถึงความตื่นเต้นที่จะได้สานต่อเส้นทางอันยาวนานในสีเสื้อ เลสเตอร์ ซิตี้ ที่เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2008
จากเด็กน้อยที่ยืนเชียร์อยู่บนอัฒจันทร์เคียงข้างคุณพ่อ สู่การไต่เต้าผ่านระบบเยาวชนพร้อมความฝันอยากเป็นนักฟุตบอลอาชีพ จนกระทั่งได้รับโอกาสก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ วันนี้ฟูลแบ็กรายนี้ถือเป็นเลสเตอร์เต็มตัวอย่างแท้จริง
“ผมมีความสุขมากที่ได้เซ็นสัญญาฉบับใหม่กับสโมสรแห่งนี้” เขากล่าวระหว่างการให้สัมภาษณ์ที่ ซีเกรฟ “นี่คือสโมสรที่ผมอยู่มาตั้งแต่อายุน้อยมาก ๆ ดังนั้นผมจึงดีใจที่ได้อยู่ต่อไปอีก 4 ปี และหวังว่าจะมากกว่านั้นในอนาคต”
“นี่คือทีมที่ผมเชียร์มาตั้งแต่เกิดเลยจริง ๆ คุณพ่อปลูกฝังให้ผมเชียร์เลสเตอร์ ซิตี้ และผมก็เข้ามาที่นี่ตั้งแต่ยังเด็ก ผมผ่านการฝึกซ้อมและพัฒนาฝีเท้าในอะคาเดมี่ นั่นคืออีกเหตุผลที่ผมมีความสุขมากที่ได้ต่อสัญญาเพิ่มอีก 4 ปี”
“ตอนอายุเท่านั้น สิ่งที่อยากทำก็แค่ได้ลงเล่นและทำประตู มันคือการเล่นฟุตบอลด้วยความสนุกสนานจริง ๆ ตอนนั้นผมเพิ่งอายุแค่ 7 ขวบเอง มันนานมากแล้ว!”
“แต่ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ผมเก็บไว้ในใจมาตลอดเส้นทาง มันเกิดขึ้นเร็วมาก ก่อนที่คุณจะรู้ตัว คุณก็กลายเป็นหนึ่งในห้องแต่งตัวทีมชุดใหญ่แล้ว”
นับจากวันนั้นเป็นต้นมา ลุค โธมัส ได้สร้างช่วงเวลาแห่งความทรงจำมากมายตลอดเส้นทาง กับเลสเตอร์ ซิตี้ แน่นอนว่ามีทั้งขึ้นและลง แต่ก็เต็มไปด้วยไฮไลต์สำคัญ ๆ โดยหนึ่งในความสำเร็จสูงสุดคือการได้ลงเป็นตัวจริงใน รอบชิงชนะเลิศ เอฟเอ คัพ 2021 พร้อมกับทำแอสซิสต์ให้ยูริ ติเลอม็องส์ ยิงประตูชัยพาทีมคว้าแชมป์มาครอง
ความพิเศษยิ่งกว่านั้นคือ บรรยากาศที่เวมบลีย์ในวันนั้น แม้จะอยู่ท่ามกลางวิกฤตโควิด-19 แต่ยังมีแฟนบอล “จิ้งจอกสยาม” ประมาณ 6,000 คน ได้เข้ามาชมเกมอันประวัติศาสตร์ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่แข้งวัย 25 ปี ได้ลงเล่นต่อหน้าแฟน ๆ ในเกมทีมชุดใหญ่
“วันนั้นในเอฟเอ คัพ” โธมัส เล่าย้อนความทรงจำ “สำหรับผม มันคือเกมแรกที่ได้ลงเล่นต่อหน้าแฟนบอลชุดใหญ่ แน่นอนว่าผมรู้สึกประหม่ามาก ๆ ก่อนเกม แต่สุดท้ายมันกลายเป็นหนึ่งในวันที่ดีที่สุดในชีวิต และเป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่คุณจะได้จากการเล่นฟุตบอล”
“บางทีคุณอาจจะไม่ได้ซึมซับมันในตอนนั้น แต่พอถึงสิ้นปี เมื่อได้ย้อนกลับไปมอง คุณก็จะรู้สึกขอบคุณกับเส้นทางที่พาตัวเองมาถึงตรงนี้”
โธมัส เป็นหนึ่งในนักเตะหลายรายที่ก้าวขึ้นมาจากเส้นทางอะคาเดมี่ของสโมสร เช่นเดียวกับ ฮัมซ่า เชาด์รี้, เบน เนลสัน และยาคุบ สโตลาร์ซิค รวมถึงกลุ่มนักเตะหน้าใหม่ที่เพิ่งได้โอกาสเปิดตัวในทีมชุดใหญ่ อาทิ หลุยส์ เพจ, เจเรมี่ ม็องก้า, เจค อีแวนส์ และโอลาบาเด อาลูโก
สำหรับเขา การพัฒนาของทีมภายใต้การคุมทัพของ มาร์ตี ซิฟูเอนเตส ชัดเจนมากขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมกับผลงานในศึก สกาย เบต แชมเปี้ยนชิพ ที่เริ่มเข้าที่เข้าทาง
“นี่คือสโมสรที่ยอดเยี่ยมจริง ๆ” โธมัสกล่าว “ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เราได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ามีนักเตะมากมายที่ก้าวขึ้นมาจาก อะคาเดมี่ ไม่ใช่แค่ ฮัมซ่า แต่ยังมี เบน เนลสัน, ยัค (สโตลาร์ซิค) ด้วย ซึ่งสะท้อนถึงคุณภาพในระบบเยาวชนของเรา และผมหวังว่าจะมีอีกหลายคนที่ก้าวขึ้นมาตามมา”
“เราพ่ายแพ้แค่เกมเดียวจาก 5 นัดในลีก หวังว่าเราจะต่อยอดผลงานได้ต่อไป ผมเชื่อว่าเราสามารถยกระดับฟอร์มการเล่นให้ดียิ่งขึ้น และเก็บชัยชนะได้อีกมากมาย”
“ตลอดสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมรู้สึกว่าทีมเริ่มเล่นเข้าขากันมากขึ้น เราแสดงให้เห็นถึงความเป็นหนึ่งเดียวในสนาม ซึ่งสะท้อนออกมาผ่านผลการแข่งขันที่ได้มา และหวังว่าพอถึงสิ้นปี เราจะอยู่ในตำแหน่งที่ดี และได้เลื่อนชั้นกลับไปเล่นพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง”