แจ็ค กรีลิช ยิงประตูขึ้นนำให้เจ้าถิ่นตั้งแต่ช่วงต้นเกม ก่อนที่โอมาร์ มาร์มูช จะฉวยโอกาสจากความผิดพลาดแนวรับของเลสเตอร์ ซัดประตูที่สองก่อนจบครึ่งแรก
แม้ว่าเลสเตอร์จะทำผลงานได้ดีขึ้นในครึ่งหลัง แต่ก็ไม่สามารถตีไข่แตกได้ ส่งผลให้พวกเขายังคงรั้งอันดับ 19 ของตาราง ห่างจากโซนปลอดภัย 12 คะแนน โดยเหลือการแข่งขันอีกเพียง 8 นัด
การเสียประตูเร็วส่งผลเสียหายหนัก
ก่อนเริ่มเกม เลสเตอร์ ซิตี้ รู้ดีว่าพวกเขาต้องเจอกับบททดสอบที่หนักหน่วง และสถานการณ์ยิ่งยากขึ้นไปอีกเมื่อเสียประตูตั้งแต่นาทีที่ 2 จากจังหวะบุกทางฝั่งขวาของแมนฯ ซิตี้ ซาวินโญ่ เปิดบอลให้ แจ็ค กรีลิช ในเขตโทษ และแข้งทีมชาติอังกฤษยิงเข้าไปอย่างเฉียบคม ส่งบอลพุ่งเสียบมุมล่างของประตู
เลสเตอร์ มีช่วงเวลาที่ดีที่สุดในครึ่งแรกจากลูกยิงโค้งของ บิลาล เอล คานนูสส์ แต่บอลพุ่งเฉียดเสาออกไปอย่างน่าเสียดาย
เจ้าบ้านมาได้ประตูที่สองในนาทีที่ 29 จากความผิดพลาดของ เว้าท์ ฟาส และ แมดส์ เฮอร์แมนเซ่น ทำให้ โอมาร์ มาร์มูช ได้โอกาสซัดบอลชนคานเข้าประตูไปแบบสุดสวย ส่งผลให้เลสเตอร์ต้องพบกับความท้าทายที่หนักขึ้นในครึ่งหลัง
การปรับเกมในครึ่งหลัง
รุด ฟาน นิสเตลรอย ยังคงใช้ผู้เล่น 11 ตัวจริงชุดเดิมที่ลงสนามพบกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดก่อนช่วงพักเบรกทีมชาติ โดยยึดแผนกองหลัง 5 คนซึ่งเคยแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งในบางช่วง แต่ยังไม่สามารถสร้างผลลัพธ์ที่ต้องการได้
การเปลี่ยนตัวเริ่มขึ้นในครึ่งหลัง โดย โอลิเวอร์ สคิปป์ ลงมาแทน เจมี่ วาร์ดี้ ที่โดนใบเหลือง จากนั้น ฟาคุนโด บัวนาน็อตเต้ และ เคเลบ โอโคลี่ ถูกส่งลงสนามเพิ่มเติม ก่อนที่ จอร์แดน อายิว จะถูกเปลี่ยนตัวลงมาในช่วงท้ายเกม
แม้ว่าจะมีการปรับเปลี่ยนหลายตำแหน่ง แต่เลสเตอร์ยังคงเจอปัญหาในการเจาะแนวรับของแมนฯ ซิตี้ ซึ่งแม้จะตามหลังลิเวอร์พูลในตารางคะแนน แต่ก็ยังคงเต็มไปด้วยคุณภาพ
เกมถัดไปของเลสเตอร์
แม้ผลการแข่งขันจะไม่เป็นไปตามที่หวัง แต่หนึ่งในข่าวดีสำหรับเลสเตอร์ ซิตี้ คือการกลับมาของ ริคาร์โด้ เปเรยร่า หลังจากต้องพักยาวตั้งแต่ช่วงคริสต์มาสเนื่องจากอาการบาดเจ็บ
ฟูลแบ็กชาวโปรตุเกสพลาดเกมกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่ในเกมนี้ เขาได้ลงสนามในช่วง 15 นาทีสุดท้าย ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับทีมและแฟนบอลที่เดินทางมาให้กำลังใจ
โปรแกรมถัดไป เลสเตอร์ ซิตี้ จะกลับไปเล่นในถิ่น คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม พบกับ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ในคืนวันจันทร์ที่ 7 เมษายน เวลา 02:00 น.